โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MAGURO เดินเกมรุก ปักธง 3 แบรนด์รวดที่ “Central Park” มั่นใจโตสวนกระแส

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 11.31 น.

มากุโระ กรุ๊ป สวนกระแสร้านอาหารซบเซา เปิด 3 ร้าน 3 สไตล์รวดเดียวที่ "Central Park" ทั้งแบรนด์ใหม่นำเข้าและคอนเซ็ปต์พิเศษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโตกว่า 30%

วันที่ 4 กันยายน 2568 บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เดินเกมรุกไตรมาส 3 ชูจุดแข็งในการส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นอย่างครบครันและดีที่สุด ด้วยการเปิด 3 ร้านแบรนด์ดัง ที่เซ็นทรัล พาร์ค ได้แก่ แบรนด์ใหม่ KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์ก ต้นตำรับจากญี่ปุ่น MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่น คอนเซ็ปคับโปะ และ HITORI SHABU ชาบูหม้อเดี่ยวต้นตำรับญี่ปุ่น พร้อมแผนขยายสาขาต่อเนื่องตอกย้ำการเป็น หนึ่งในแกนนำผู้ผ่าวิกฤติกระแสธุรกิจร้านอาหารซบเซา มั่นใจรายได้ทั้งปีเติบโตกว่า 30%

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า MAGURO Group ได้เปิดร้านอาหารญี่ปุ่น 3 แบรนด์ ที่ศูนย์การค้า Central Park ซึ่งมีจุดเด่นครอบคลุมทั้งร้านแบรนด์ใหม่นำเข้า ได้แก่ KIWAMIYA (คิวะมิยะ) ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับ จากญี่ปุ่น

การแตกไลน์ใหม่ต่อยอดร้านดังแบรนด์เดิม ได้แก่ MAGURO Kappou (มากุโระ คัปโปะ) ร้านอาหาร ญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่จาก MAGURO เปิดสาขาร้านดังแบรนด์เดิมได้แก่ HITORI SHABU (ฮิโตริ ชาบู) ชาบู หม้อเดี่ยวต้นตำรับ

โดยทั้ง 3 แบรนด์ร้านอาหารสามารถส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีความ โดดเด่นและรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละร้านให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์ทางอาหารที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ สะท้อนผ่านวัฒนธรรมของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างครบครัน

นับเป็นหนึ่งในแผนการธุรกิจไตรมาส สุดท้ายของปี 2568 ที่มีความท้าทายจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของธุรกิจร้านอาหาร แต่เรามีความมั่นใจและเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใน ธุรกิจร้านอาหารในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังคงใช้กลยุทธ์แผนการขยายสาขาสำหรับร้านแบรนด์เดิมที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ และ Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่องบนทำเลศักยภาพ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเม้นท์ของกลุ่มเป้าหมาย โดยคาดว่าปีนี้จะมีสาขาทั้งหมด 53 สาขา

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำงวดครึ่งปีแรก 2568 (รวมจำนวนหกเดือน) มีรายได้รวม 866 ล้านบาทเติบโต 40 % และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 96% เป็น 65 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทำรายได้ทั้งปี 2568 ได้เติบโตตามเป้าหมาย 30%”

นายจักรกฤติ กล่าวต่อว่า ทิศทางธุรกิจของMAGURO Group ในไตรมาส 3 นี้มีทิศทางปรับตัวเป็นบวกมากขึ้น ขยับจากไตรมาส 2 ที่เดิมอยู่ที่ -9.8% ขยับมาที่ประมาณ -5% เป็นผลมาจากการวางปรับกระบวนการภายในของกลุ่มบริษัทที่มีการบริหารจัดการอย่างรัดกุมขึ้น ทั้งในแง่การบริหารต้นทุนและกำไร รวมถึง Marketing Campaigns เนื่องจากสภาพตลาดในภาพรวมไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามในเรื่องของการมอบประสบการณ์กับลูกค้า ทาง MAGURO Group จะยังคงมาตรฐานในระดับ Premium ไว้เช่นเดิม แม้ว่าจะมีการออก Marketing Campaigns หลายตัวที่มีการลดราคาอาหาร เนื่องจากสภาวะตลาดที่ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเงินที่น้อยลง โดยยืนยันว่าคุณค่าที่ผู้บริโภคได้รับนั้นจะยังอยู่ในมาตรฐานเดิมที่ลูกค้าเคยมาใช้บริการที่ร้านอาหารของ MAGURO Group ไว้ตามเดิมอย่างครบถ้วน

ในแง่ของ Gross profit margin ของ MAGURO Group ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยพึ่งทำ All time high ไปอยู่ที่ 48% ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา อีกทั้งการทำ Marketing Campaigns ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ได้กระทบกับ Gross profit margin ของกลุ่มบริษัท

เนื่องจาก Campaigns ต่างๆ นั้นเกิดจากการบริหารต้นทุนในหลายด้านที่ถูกลง โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในหลายกระบวนการ ทำให้ Cost Efficiency ของกลุ่มบริษัทเพิ่มมากขึ้น จากการขยาย Ecosystem ของกลุ่มบริษัทไปหลายแบรนด์ ก็ทำให้การเข้าถึงและบริหารจัดการวัตถุดิบต่างๆ ถูกลงด้วย

สำหรับมุมมองในการเดินหน้าขยานธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่นำ 3 แบรนด์เรือธง เดินหน้ารุกตลาดใน Central Park นั้น คือมุมมองทางธุรกิจที่พิจารณาจากข้อมูลและประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารของกลุ่มบริษัท

โดยแบ่งเป็นปัจจัยสำคัญได้ดังนี้

  • MAGURO Group เชื่อมั่นว่ากลุ่ม CPN ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของ MAGURO Group มาอย่างยาวนาน มีร้านของกลุ่มบริษัทเปิดให้บริการอยู่หลายแบรนด์และหลายที่ และเห็นการบริหารจัดการศูนย์การค้าที่ค่อนข้างดี เข้าใจผู้บริโภค ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน จนกลุ่มบริษัทมีความมั่นใจในการบริหารจัดการในส่วนนี้
  • Location ของ Central Park อยู่ในทำเลที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ไม่สามารถหาทำเลลักษณะนี้ได้ที่ไหนแล้วในกรุงเทพ โดย Central Park อยู่บนถนนพระราม 4 ตัดกับสีลม เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าพร้อมกันถึง 2 สาย ซึ่งเป็นจุดที่มีประชากรสัญจรไปมาค่อนข้างมาก มีทั้งพนักงานออฟฟิศ และกลุ่มผู้พักอาศัยคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กำลังซื้อสูง จึงทำให้ Central Park เป็นโครงการที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพสูง

นายจักรกฤติ กล่าวต่อว่า ในแง่ของความท้าทายในการบริหารทั้ง 3 แบนรด์ที่มาเปิดที่ Central Park นั้นคิดว่าน่าจะไม่แตกต่างจากการเปิดบริการที่ Siam Paragon หรือ Central World มากนัก เนื่องจากกลุ่มคนที่มาใช้บริการ สภาพพื้นที่ การคมนาคมสัญจรมีความคล้ายกันเกือบทั้งหมด และทาง MAGURO Group ก็มีประสบการณ์การบริหารในลักษณะนี้มา จึงทำให้แม้ว่าจะเปิดบริการพร้อมกันถึง 3 แบรนด์ ก็สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้ไม่ยากเช่นกัน

ในส่วนของงบลงทุนปี 2026 ที่จะถึงนี้ ทางกลุ่มบริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท และมีแผนจะขยายร้านอาหารออกไปอีก 15 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล อีกทั้งวางแผนไว้ว่าในปี 2569 จะมีอย่างน้อย 2 แบรนด์ใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัท โดยจะเป็นแบรนด์ครอบคชุมไลฟสไตล์ ครอบคลุมผู้บริโภคมากขึ้น แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ การมอบเมนูและประสบการที่เฉพาะทาง แต่แปลกใหม่มากขึ้นเช่นเดิม

ปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมด จำนวน 49 ร้านจาก 7 แบรนด์ได้แก่

  • MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 18 ร้าน และ MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่น คอนเซ็ป คับโปะ สาขาแรกที่เซ็นทรัล พาร์ค
  • HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 14 ร้าน โดยสาขาเซ็นทรัล พาร์คเป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 14 และร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course สาขาแรกที่เอกมัย 12
  • SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน
  • Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึ ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 ร้าน โดยสาขาเอกมัยคอนเนอร์ เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 5
  • CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน สาขาแรกที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม และ CouCou สาขาNirvana PORCH เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 2
  • Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่าน แบบญี่ปุ่นดั่งเดิม เปิดให้บริการสาขาแรก ชั้น 1 ศูนย์การค้า เมกาบางนา
  • KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์ก ต้นตำรับจากญี่ปุ่นเป็นแบรนด์ล่าสุดที่เปิดให้บริการ สาขาแรก ณ ชั้น 5 เซ็นทรัล พาร์ค

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...