จะนมแบบไหนก็โดนตัดสินอยู่ดี… “ถุงกาแฟ” “ไม้กระดาน” “นมเป็นบล็อก” สารพัดถ้อยคำเสียดสีที่ชาวเน็ตบางส่วนใช้ล้อเลียนและคุกคาม ‘ทรงหน้าอกผู้หญิง’ จนไม่ว่าจะยุคไหนก็ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในสังคม ทั้งที่คนโดนไม่ควรต้องชิน
ล่าสุด ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเริ่มมีการใช้คำว่า ‘ถุงกาแฟ’ เพื่อเปรียบเปรยถึงหน้าอกขนาดใหญ่ที่มีความหย่อนคล้อยของผู้หญิง โดยคำพูดนี้มักปรากฏในรูปแบบคอมเมนต์เชิงวิจารณ์ทรงหน้าอกของผู้อื่นอย่างเปิดเผย เช่น “ถุงกาแฟว่ะ” “ถุงกาแฟรั่ว” หรือ “ถุงกาแฟแบบนี้ ผู้ชายไม่ชอบ” เป็นต้น จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในโลกออนไลน์
ไม่ว่ารูปภาพหรือคลิปวิดีโอนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องหน้าอกหรือไม่ก็ตาม แต่การคอมเมนต์ในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการล้อเลียนและเหยียดหยามรูปลักษณ์ภายนอกของผู้อื่น (Body Shaming) อีกทั้งยังอาจเข้าข่าย ‘การคุกคามทางเพศด้วยวาจา’ (Verbal Sexual Harassment) เพราะเป็นถ้อยคำที่มีนัยยะสื่อถึงเรื่องเพศ ซึ่งอาจทำให้เจ้าของโพสต์รู้สึกอับอาย โดนดูถูก ไม่ปลอดภัย และถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้เช่นกัน
ทั้งที่จริงแล้ว ความหย่อนคล้อยของหน้าอกเป็นเรื่องธรรมชาติของสรีระร่างกายเพศหญิง ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะมีทรงและขนาดหน้าอกแตกต่างกันตามพันธุกรรม ขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่เลือกจะ No Bra หรือไม่สวมใส่ชุดชั้นในเพื่อยกกระชับหน้าอกก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะนั่นคือสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถแต่งกายตามความต้องการของตนเอง โดยไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น
นอกจากนี้ การแต่งกายของผู้หญิงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโชว์เรือนร่างให้ใครดู แต่เพื่อสร้างความมั่นใจ และสะท้อนรสนิยมความชอบส่วนตัว ดังนั้น ไม่ว่าผู้หญิงจะแต่งกายอย่างไร ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คนอื่นจะมาตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ หากไม่ได้รับอนุญาตหรือการยินยอมจากเจ้าตัว
อย่างไรก็ตาม คำพูดเชิงเหยียดหยามและตัดสินเรื่อง ‘หน้าอก’ ของผู้หญิงนั้นเกิดขึ้นมาโดยตลอดในสังคมไทย หลายคนอาจคุ้นชินกับคำแซว (ที่บางคนไม่ได้ตลกด้วย) อย่าง “ไข่ดาว”, “ไม้กระดาน”, “จอแบน” หรือ “หันหลังทำไม” ซึ่งมักกล่าวถึงผู้หญิงที่มีหน้าอกขนาดเล็ก ขณะที่ผู้หญิงหน้าอกใหญ่จำนวนไม่น้อยก็เผชิญกับการถูกคุกคามทางเพศด้วยสายตาและคำพูดมาตั้งแต่เด็ก ทั้งการจ้องมองที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย รวมถึงคำพูดเชิงคุกคามอย่าง “นมเด้ง”, “น่าจะนุ่ม”, “โคตรใหญ่” หรือ “หน้าอกไซส์อะไร”
ส่วนผู้ที่ผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกก็ยังไม่วายโดนวิจารณ์จากสังคมภายนอกอยู่ดี เช่น “นมเป็นบล็อก”, “ไม่ธรรมชาติ” หรือ “ไม่น่าทำเลย แบบเดิมดีอยู่แล้ว” คำพูดเหล่านี้มาจากทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม ซึ่งนอกจากจะทำลายความมั่นใจแล้ว ยังอาจสร้างบาดแผลทางใจให้แก่อีกฝ่ายในระยะยาว จนบางคนมีปมเรื่องนี้ติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน
ผู้คนบางส่วนอาจมองว่า หากเจ้าของโพสต์ลงรูปหรือวิดีโอในแพลตฟอร์มสาธารณะ ก็ต้องยอมรับการวิจารณ์ให้ได้ หรือหากแต่งตัวโชว์เรือนร่าง ก็ถือว่าคนอื่นมีสิทธิ์มองได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตราบใดที่บุคคลนั้นไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือนโยบายของแพลตฟอร์ม การแต่งตัวก็ยังคงเป็นสิทธิส่วนบุคคล และสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ทุกคนพึงมี ในทางกลับกัน การแสดงความคิดเห็นเชิงล้อเลียนหรือคุกคามทางเพศต่างหากที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นอย่างชัดเจน
จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า คนไทยบางส่วนยังไม่ตระหนักรู้เรื่อง ‘การเคารพสิทธิของผู้อื่น’ มากพอ เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ผู้หญิงก็มักโดนวิจารณ์และตัดสินเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก โดยเฉพาะหน้าอกอยู่เสมอ จนเหมือนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคม
อ้างอิง
https://www.tiktok.com/@massettiie/video/7546676051137629458
https://www.tiktok.com/@nike03058/video/7546164027227999506
https://www.manarom.com/blog/sexual_harassment.html
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ย้อนดูสายธารความโกรธของคน Gen Z ในเนปาล เมื่อ Nepo Kids คือภาพที่ตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำ
- อียิปต์แต่งตั้งผู้พิพากษาหญิง 48 คน ให้ทำหน้าที่ในสภาแห่งรัฐ โดยเป็นครั้งแรกที่เปิดรับผู้หญิงผ่านการบรรจุเข้าโดยตรง
- Agnes DeMille มนุษย์ล่องหนที่แค่อยากมีเพื่อนหรือใครสักคนมองเห็น จากภาวะ People Pleaser สู่วิกฤตตัวตน และการค้นพบตัวเองของเหล่าตัวละครใน Wednesday ซีซั่น 2
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com