กอดงานแน่นๆ “กิจการ” ลดจ้างงาน ตกงานพุ่ง 3.7 แสนคน
วันนี้ (16 ส.ค.68) นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยสถานการณ์แรงงานในไตรมาส 2 ปี 2568 พบมีจำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 59.43 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน 40.12 ล้านคน หรือคิดเป็น 67.50% และที่เหลืออยู่นอกกำลังแรงงานประมาณ 19.31 ล้านคน หรือคิดเป็น 32.50%
จากกำลังแรงงานรวม 40.12 ล้านคน มีผู้ว่างงาน จำนวน 3.7 แสนคน ผู้รอฤดูกาล จำนวน 2.4 แสนคน และเป็นผู้มีงานทำ จำนวน 39.5 ล้านคน โดยแบ่งเป็นผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรม 10.94 ล้านคน ลดลง 1.0% หรือประมาณ 1 แสนคน และผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรม 28.57 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.4% หรือประมาณ 1.1 แสนคน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กลุ่มการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า พบมีคนทำงานเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน หลายอุตสาหกรรมยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายของเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อความต้องการแรงงานและการจ้างงาน ทำให้ผู้มีงานทำลดลงในกลุ่มการก่อสร้าง กลุ่มการขายส่ง และการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ รวมถึงกลุ่มกิจกรรมทางวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคนิค
โดยภาพรวมแล้ว ประเทศไทยยังคงมีความมั่นคงในด้านกำลังแรงงาน เพราะมีอัตราการมีงานทำอยู่ในระดับสูง และอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ มีการเคลื่อนย้ายของแรงงานภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคบริการและโลจิสติกส์ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดแรงงานต่อบริบทเศรษฐกิจใหม่หลังสถานการณ์โควิด 19
“แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่ยังพบว่ากลุ่มแรงงานเปราะบาง เช่น ผู้ว่างงานระยะยาว และผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญในการสนับสนุนและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว”