โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช.เตรียมแผนรับมือฝนเพิ่มขึ้น 5-7 ต.ค.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(2ต.ค.68) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคารจุฑามาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายดนุชา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในระยะนี้ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกเป็นระยะในบางแห่ง แต่ปริมาณฝนจะลดลงจากห้วงที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการพร่องน้ำออกจากเขื่อนสิริกิติ์ที่สถานการณ์ยังคงน่ากังวล เนื่องจากปริมาณน้ำมีแนวโน้มใกล้เต็มความจุ เพื่อรักษาความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ป้องกันความเสี่ยงน้ำล้นที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเพิ่มเติม รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) คาดการณ์ว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำจะส่งผลให้ฝนกลับมาตกเพิ่มขึ้นอีกครั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคมนี้

นายดนุชา บอกต่อไปว่า แม้ปริมาณฝนมีแนวโน้มอยู่ในระดับประมาณ 60-100 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าฝนตกหนักระลอกก่อน แต่จะต้องเตรียมพร้อมช่องว่างในเขื่อนให้เพียงพอสำหรับรองรับน้ำโดยไม่ประมาท หากมีฝนตกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์แบบขั้นบันได จาก 15 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน จนถึง 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

นายดนุชา ระบุอีกว่า ขณะเดียวกันเขื่อนภูมิพลที่แม้จะมีปริมาณน้ำมาก แต่ยังมีช่องว่างอยู่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ให้ปรับลดการระบายน้ำจาก 10 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เหลือ 5 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน โดยต้องควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งให้อยู่ในอัตรารวมกันไม่เกิน 30 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบต่อด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด

นายดนุชา ระบุด้วยว่า สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา ในวันนี้ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,400 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยจะบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพเพื่อคงการระบายน้ำให้อยู่ในอัตราดังกล่าว พร้อมทั้งควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนให้ไม่เกิน +17.00 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะมีการหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็ว

นายดนุชา กล่าวต่อไปว่า สทนช. ได้ประสานงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในช่วงที่ฝนจะกลับมาตกเพิ่มขึ้นอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีความเสี่ยงสูง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

"คาดว่าฝนจะเริ่มลดลงตามลำดับในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ และแม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง แต่จากการใช้แผนบูรณาการเต็มรูปแบบ และมีการพร่องน้ำล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงขอยืนยันว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าอุทกภัยปี 2554 อย่างแน่นอน" นายดนุชา กล่าว

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...