โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เท้ง” ยันไม่ได้เป็นนั่งร้านให้ “ภท.” ขยายอำนาจ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 06.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา18 ก.ย.-“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน ไม่ได้เป็นนั่งร้านให้ “ภูมิใจไทย” ขยายอำนาจ สร้างความแข็งแกร่ง หลังเนื้อหอม กลุ่มการเมืองไหลเข้าพรรค รับเห็นความผิดปกติ ขอใช้เวทีอภิปรายนโยบายเป็นดาบแรก พิสูจน์ผิด MOA หรือไม่อยู่ที่เสียงลงมติในสภา ชี้ หากผิดชัดพร้อมยื่นซักฟอก เลี่ยงตอบ ยังมั่นใจหรือไม่ว่าโหวต อนุทิน ไม่ผิด แต่เป็นตัวเลือกจำเป็น

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองไหลเข้าไปที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นผลพวงมาจาก MOA พรรคประชาชนเป็นนั่งร้าน สร้างความแข็งแกร่ง และจะทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ว่า ยืนยันว่าเราไม่ได้ไปนั่งร้านให้กับพรรคภูมิใจไทย ทันทีที่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าปฏิบัติหน้าที่ ก็จะใช้ทุกกลไก ของสภาตรวจสอบเริ่มตั้งแต่การทานแรงนโยบายต่อรัฐสภา รายการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 หากมีเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ไม่ดำเนินการตาม MOA

เมื่อถามย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลพวงมาจาก MOA ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีความแข็งแกร่งขึ้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เร็วไป ที่จะประเมินแบบนั้นเพราะสุดท้าย สิ่งที่เราจะตัดสิน ว่าพรรคภูมิใจไทยละเมิด MOA หรือไม่ ต้องยึดตามการลงมติในสภา ซึ่งต้องดูว่าพรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไร เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการลงมติก็จะสะท้อนให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยได้ละเมิดข้อตกลงหรือไม่

เมื่อถามว่าได้ประเมินไว้หรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์กลุ่มการเมืองไหลเข้าไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็มีการประเมินไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เห็นตามหน้าสื่อก็อาจจะประเมินไม่ได้ การรวมขั้วรวมกลุ่มการเมือง บางครั้งก็อาจจะมีเรื่องของเก้าอี้รัฐมนตรี หรือตำแหน่งในฝ่ายบริหารที่ต้องต่อรองกัน แต่ตนยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และยามว่าการจะละเมิดหรือไม่ละเมิดข้อตกลงก็อยู่ที่เสี่ยงในสภา ที่จะลงมติ

เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้พรรคประชาชนถูกตราหน้าว่าเป็นนั่งร้านให้กับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ตนก็จะพยายามอธิบายและทำความเข้าใจกับสังคม และย้ำว่าพรรคประชาชนจะเป็นนั่งร้านให้หรือไม่ ก็อยู่ที่การทำหน้าที่ หากพรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อย่างเข้มแข็งและเต็มที่ ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นนั่งร้านให้กับ นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่าหากนับจากเสียงการลงมติ พรรคประชาชนจะทำอย่างไรเพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้พรรคภูมิใจไทยละเมิด MOA นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอาจจะยังตอบไม่ได้ชัดเจน แต่สิ่งที่ตอบได้ในตอนนี้คือจะใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบ รัฐบาลตั้งแต่วันแรกส่วนจะยื่น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่

เมื่อถามว่าตอนนี้เห็นความผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรจาก MOA แล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไหลเข้าของ กลุ่มการเมืองมายังพรรคภูมิใจไทย หรือมีรายงานข่าวว่ามีการเข้าไปกดดัน การทำคดีเขากระโดงและฮั้ว สว. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นตามหน้าสื่อขณะนี้สิ่งแรกที่ พรรคประชาชนจะทำคือการอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา หากเวทีนั้นไม่สามารถยับยั้ง หากรัฐบาลกระทำความผิด พรรคประชาชนก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างอื่นเพื่อเป็นอาวุธแรงมากขึ้น คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผลการลงมติก็จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคภูมิใจไทยละเมิดข้อตกลงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามใน MOA ก็มีข้อตกลงอื่นๆ ตนมองว่าขณะนี้ยังเป็นทิศทางที่ดีสำหรับประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภาพรวมก็ยังเดินไปในทิศทางที่ดี หรือการผ่านกฎหมายสำคัญหลายฉบับ การ ตัดสินใจของพรรคประชาชนเพื่อผลักดัน วาระที่ก้าวหน้าให้กับประเทศมุ่งหน้าสู่การยุบสภาและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ก็พิสูจน์ได้ว่าเสียงในสภาของพรรคประชาชนก็สามารถกำกับทิศทางของสภาให้เดินหน้าไปสู่จุดหมายได้

ส่วนเสียงของพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียวอาจจะไม่เพียงพออาจจะต้องอาศัยเสียงของพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเป็นเอกภาพหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับพรรคเพื่อไทย แต่พรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลต้องมาเป็นพรรคฝ่ายค้านหมด การทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อาจจะไม่ต้องเป็นเอกภาพทั้งหมดเหมือนการทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล แต่การเดินหน้า ให้เป็นไปตามกรอบข้อตกลง MOA ก็ต้องขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยด้วย ถ้าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง รัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ต้องเดินไปตามกรอบที่ตกลงไว้

ส่วนจะต้องมีการพูดคุยหรือหารือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่เพราะดูเหมือนว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยจะค้านกับพรรคประชาชนมากกว่ารัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคในการแสดงออก ตนไม่ขอแสดงความเห็นว่าพรรคเพื่อไทยทำถูกหรือผิดอย่างไร ทุกการกระทำประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อถามว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม.ของนายอนุทินเป็นครม.บุรีรัมย์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าตนรับฟังเสียงสะท้อนและทุกความคิดเห็น แต่ขอให้หยุดการทำหน้าที่ของพรรคประชาชนตามกลไกของสภา ที่ผ่านมาการวางบทบาทของตนและพรรคประชาชนที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว กับฝ่ายบริหาร แต่ยืนยันว่า ทันทีที่คณะรัฐมนตรีเข้าทำหน้าที่ ขอให้รอดูได้เลย ตนและพรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่แน่นอน และการที่กล่าวหาว่าพรรคประชาชนเป็นนั่งร้าน สนับสนุนนายอนุทินให้ขึ้นมาขยายอำนาจของตนเอง หรือไม่ก็ขอให้รอดูการทำหน้าที่และการลงมติในสภา

เมื่อถามว่าขณะนี้เห็นความผิดปกติหรืออะไรที่เสี่ยง ขัดต่อ MOA หรือไม่ เพราะขณะนี้ สังคมนำหน้าพรรคประชาชน มีข้อกังขามากมายโดยเฉพาะการเข้าไปกดดันหรือแทรกแซงการทำคดีเขากระโดงและ ฮั้ว สว. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เข้าใจข้อห่วงใยกระแสสังคมที่เกิดขึ้น แต่การวิพากษ์วิจารณ์ก็เกิดขึ้นอยู่แล้วในทุกวัน ตนรับรู้รับทราบดี แต่การวางบทบาทของตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน อยากจะให้ทุกคนเข้าใจว่าที่ผ่านมาทำไม ตนทุนต้องรักษาบทบาทไม่เข้าไปยุ่ง การจัดโผครม.และงดการออกความเห็น เพราะอยากให้เห็นว่าตนทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านจริงๆ และหากวันใดมีความชัดเจนว่ารัฐบาลเข้าสู่อำนาจ ตนก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่

เมื่อถามย้ำอีกว่าส่วนตัวเห็นเหมือนที่สังคมเห็น หรือไม่ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยอมรับว่ามองเห็น และมีข้อห่วงใยเช่นเดียวกัน และพร้อมนำข้อห่วงใยเหล่านั้นมาใช้กลไกในสภา ในการตรวจสอบซักถามรัฐบาล ถ้ารัฐบาลตอบได้ไม่ดีพอก็คงไม่มีทางอื่น ก็ต้องใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตรวจสอบรัฐบาลให้เข้มข้นมากขึ้น

เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นพรรคเพื่อไทยก็โยนความผิดมาให้พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่แต่ละพรรคจะมีความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ของกันและกัน แต่ก็ยังร่วมกันทำงานในสภาได้ตามปกติ แต่หากมีอะไรที่พาดพิง มาถึงและมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนและเพื่อนร่วมพรรคก็พร้อมที่จะชี้แจง

เมื่อถามว่าการตรวจสอบรัฐบาลจะพึ่งองค์กรอิสระอื่นๆอย่างเช่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คดีทุจริตหรือการกระทำผิดกฎหมาย ก็สามารถไปตามช่องทางเหล่านั้นได้ แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้กระบวนการนิติสงคราม เช่นข้อหาจริยธรรม ไปใช้ทำลายล้างทางการเมือง

เมื่อถามว่าวันนี้ยังเชื่อมั่นใช่หรือไม่ว่า เลือกไม่ผิดที่เลือกพรรคภูมิใจไทยมาเพื่อยุบสภา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นตัวเลือกที่จำเป็นที่เราต้องเลือก เป็นตัวเลือกที่เรามองว่าเป็นทางออกของประเทศเท่าที่เราเห็นอยู่ ในตัวเลือกที่มีอยู่ในขณะนั้น การเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นประตูทางออกและลดความเสี่ยงที่สุด

เมื่อถามว่าวันนี้กับวันที่ตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย กับสถานการณ์การที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังมั่นใจว่าเลือกไม่ผิด นายณัฐพงษ์ ย้ำว่าเป็นการ ตัดสินใจที่ประเมิน อย่างรอบคอบ รอบด้านที่สุดแล้ว จะผิดจะถูกอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของพรรคประชาชน และขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัว ของนักการเมืองคนอื่นๆตนไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าการมีเจตนาเจตจำนงที่ดี ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้อย่างเต็มที่ไม่อยู่นิ่งหรืออยู่เฉย เมื่อมองว่าประเทศอาจจะเดินหน้า ไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ก็เป็นภาระหน้าที่ของพรรคประชาชน ที่ได้รับอำนาจมาจากประชาชน แต่ยอมรับว่าทุกอย่างมีความเสี่ยง ซึ่งเราทราบดี ยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าสู่ทางออก -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...