โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : HL ปักธงหนึ่งในผู้นำ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ-ร้านขายยา ลุยเปิดสาขา-ออกโปรดักส์ใหม่

Share2Trade

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 08.45 น. • Share2Trade

บมจ.เฮลท์ลีด (HL) เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว เนื่องจากธุรกิจร้านขายยายังเป็นที่ธุรกิจที่มีการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านขายยาของHL มีเภสัชกรให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาตลอดเวลา ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายสาขาและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการ

HL_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ทั้งนี้ HL ทำธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ได้แก่บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด (ไอแคร์ เฮลท์) จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ ผ่านร้านขายยา 3 แบรนด์ ได้แก่ “iCare” “Pharmax” และ “Super Drug” และในบริษัท เฮลทิเนส จำกัด (เฮลทิเนส) ซึ่งประกอบธุรกิจคิดค้น พัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “PRIME”, “Besuto” และ “Q”

ส่งซิกรายได้ปี 68นิวไฮต่อเนื่อง

นายธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HL เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดร้านขายยาในครึ่งหลังของปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยบริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยจะขยายสาขาเพิ่ม พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ทั้งในกลุ่มอาหารเสริมที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม (Bioavailability Enhancer), ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสมุนไพรลดการสะสมเชื้อไวรัส ซึ่งได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม อีกทั้งวางแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 10 รายการ เช่น แชมพู สบู่ และเซรั่มบำรุงผิว สนับสนุนรายได้ของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง และปักธง เป็นหนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพ และเครือข่ายร้านขายยาทั้งในประเทศไทยและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เปิดรายได้ย้อนหลังนิวไฮต่อเนื่อง

ขณะที่รายได้ในช่วง 4 ปี ย้อนหลัง (2564-2567) จาก 1,216.41 ล้านบาท 1,538.21 ล้านบาท 1,659.31 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2,017.89 ล้านบาท นิวไฮต่อเนื่อง

โปรดักส์ทุกกลุ่มเติบโตดี

จากผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในไตรมาสที่ 2/2568 รายได้จากการขายสินค้าแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ยังเติบโตทุกกลุ่มเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าสุขภาพสำหรับการใช้ภายนอกร่างกายยังคงมีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 26.80% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระยะยาวของกลุ่มบริษัทในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าดังกล่าว รองลงมาเป็นกลุ่มสินค้าอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านที่เติบโต 21.21% และกลุ่มสินค้าบริโภคเติบโต 18.76 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 และสินค้ากลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ภายในบ้านมีอัตราเพิ่มขึ้น 5.10% เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 ส่งผลให้ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ครึ่งหลังปี68ลุยขยายสาขาเพิ่ม 11แห่ง

จากในไตรมาส 2/2568 กลุ่มบริษัทได้ขยายเครือข่ายร้านขายยา โดยเปิดสาขาใหม่จำนวน 3 สาขา ได้แก่ ฟาร์แมกซ์ สาขาอ่อนนุช พลาซ่า ไอแคร์ เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก และซุปเปอร์ดรัก โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) ทำให้กลุ่มบริษัทมีร้านขายยาเปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 67 สาขา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะขยายสาขาเพิ่มอีก 11 แห่ง รวมเป็น 78 สาขาภายในสิ้นปี68

เพิ่มสินค้ากว่า 10,000รายการ

บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าด้วยสินค้ากว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับดีมานด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

โชว์ผลงานครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22.99%

ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2 ของปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568) มีกำไรสุทธิ 16.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.35 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 11.72 ล้านบาท ส่วนรายได้รวม 557.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.06 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 472.09 ล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 37.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.99% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 30.30 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 1,135.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.48% จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 966.91 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...