โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ปักธงอัปเกรดสนามบินตราด รับผู้โดยสารโต

ไทยโพสต์

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 05.22 น.

'บางกอกแอร์เวย์ส' ลุยนำแอร์บัส A319 ให้บริการเส้นทาง 'กรุงเทพฯ-ตราด' หนุนฮับการบินภาคตะวันออกรองรับการเติบโตเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว พร้อมอัปเกรดสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่รับผู้โดยสารพุ่ง ปักหมุดต.ค.นี้ บินวันละ 3 ไฟลต์

2 ก.ย.2568 - นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยภายหลังร่วมเดินทางในเที่ยวบินพิเศษ แอร์บัส A319 เส้นทาง กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-ตราด-กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ) ซึ่งเป็นเที่ยวบินสาธิต ก่อนที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จะนำเครื่องบินขนาดประมาณ 140 ที่นั่งมาให้บริการในเส้นทางนี้เพิ่มเติม และเป็นเครื่องยืนยันว่าขณะนี้ท่าอากาศยานตราด สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้นได้แล้วอย่างปลอดภัย จากเดิมที่รองรับได้เพียงเครื่องบินใบพัด ประมาณ 70 ที่นั่ง อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเริ่มนำเครื่องบินขนาด 140 ที่นั่งมาให้บริการที่ท่าอากาศยานตราดเมื่อใด ซึ่งปัจจุบันให้บริการด้วยเครื่องบินใบพัด ATR72-600

อย่างไรก็ตาม ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ปี 2562 มีสายการบินต่างประเทศ อาทิ สายการบินจากจีน สนใจจะทำการบินมาที่ท่าอากาศยานตราด แต่ในขณะนั้นสนามบินยังไม่สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ ทางบริษัทฯ จึงดำเนินการขยายทางวิ่ง(รันเวย์) จากขนาด 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นได้แล้ว อย่างไรก็ตามการขยายรันเวย์เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานตราด ระยะ(เฟส) ที่ 1 วงเงินรวม 400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประกอบด้วย การขยายรันเวย์, การสร้างลานจอดอากาศยาน รองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, 8737, B717, ERJ45) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-1) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน และการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุดได้ 2.5 แสนคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับได้ประมาณ 1 แสนคนต่อปี

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในเฟสที่ 1 จะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 (ก.ค.-ก.ย.2569) จากนั้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาฯ เฟสที่ 2 ได้ประมาณปลายปี 2569 ประกอบด้วย ขยายลานจอดอากาศยาน และสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ โดยอยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารหลังเดิมประมาณ 400 เมตร ยังคงอยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานตราด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ไม่ต้องจัดหาที่ดินเพิ่มเติม เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมใช้สำหรับรองรับการขนส่งสินค้า

สำหรับสนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรก ปี 2568 มีผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) ที่จะถึงในเดือน ต.ค.2568 จะมีนักท่องที่ยวเพิ่มขึ้น โดยสิ้นปี 2568 คาดสนามบินตราด มีผู้โดยสารประมาณ 8-9 หมื่นคน

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาสนามบินตราด จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม และเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่นในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคตด้วย

นายพุฒิพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับท่าอากาศยานตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราด ประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างเพียง 17 กม. นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการบินบางกอกแอร์วย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรรณภูมิ) - ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮชีชั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...