โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายคลั่งใช้มีดจี้คอเมีย-ขังลูกเป็นตัวประกัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 ก.ย 2565 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2565 เวลา 08.02 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สุราษฎร์ธานี 21 ก.ย.- ชายคลั่งใช้มีดจี้คอเมีย และขังลูก 2 คน ไว้เป็นตัวประกันในห้องเช่า อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจใช้ยุทธวิธีช่วยตัวประกันได้ปลอดภัย ใช้เวลาระงับเหตุนานกว่า 4 ชม. คาดผู้ก่อเหตุหึงหวงกลัวเมียมีชายอื่น

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวใน ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ชายที่มีอาการคลุ้มคลั่ง คือ นายอุทัย ในมือมีอาวุธมีดปลายแหลมจับภรรยา และขังลูกไว้ในบ้านเป็นตัวประกัน เบื้องต้นตำรวจได้พาแม่ของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมาเจรจาเพื่อให้สงบ ใช้เวลากว่า 1ชม. แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุยังคงใช้มีดจี้ที่คอภรรยา และมีเสียงเด็กร้องด้วยความกลัวตลอดเวลา ตำรวจจึงปฏิบัติการช่วยเหลือเด็กทั้งสองออกมาก่อนอย่างปลอดภัย เหลือแต่ผู้ก่อเหตุที่ยังคงจับภรรยาไว้เป็นตัวประกัน และบังคับไม่ให้ใครเข้ามาใกล้โดยข่มขู่ว่าจะฆ่าภรรยาทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่ใช้การพูดคุยเพื่อหลอกล่อ จนผู้ก่อเหตุเริ่มสงบลง และอาศัยจังหวะเผลอเข้าควบคุมตัวได้สำเร็จ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่นั้นผู้ก่อเหตุยังคงข่มขู่ว่าจะฆ่าทั้งภรรยา และแม่ภรรยา รวมถึงจะยิงตำรวจที่มาจับกุมทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งไประงับสติอารมณ์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ และตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย โดยเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาระงับเหตุนานกว่า 4 ชั่วโมง

จากการสอบถามภรรยา ทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการหึงหวง ไม่ไว้ใจ กลัวภรรยาจะไปมีคนอื่น โดยก่อนเกิดเหตุภรรยาได้ไปหาเพื่อน พอกลับมาถึงบ้านสามีก็จู่โจมเข้ามาข่มขู่จะทำร้ายจนมีปากเสียงกัน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...