โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอดอลดังในฐานะพี่ชายเป็นห่วง “เชอรีน” มาก

daradaily

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 06.25 น.

ไอดอลดังในฐานะพี่ชายเป็นห่วง “เชอรีน” มาก

จากกรณีที่ “เชอรีน” ร่ำไห้ เผยนาทีวิ่งหนีถูกทำร้ายจนคิดว่าจะตายมั้ย สู้ก็ยิ่งรุนแรงหนักขึ้น ไม่ขออะไรอดีตสามี ขออย่ามายุ่งในชีวิตอีก เผยไอดอลดังพี่ชายห่วงมาก

“เชอรีน เดอะสตาร์”หรือ “เชอรีน ณัฐจารี”เปิดใจทั้งน้ำตาหลังเข้าแจ้งความ ที่ สน.ทองหล่อ พร้อมทนายแก้ว มนต์ชัย กรณีถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกาย และหลังเลิกรายังตามข่มขู่คุกคาม ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยกับตัวเองและลูกสาว…

อ่านข่าวต่อ:“เชอรีน ณัฐจารี” มาในชุดแม่หญิงไทยรับกระแสลอยกระทง

เชอรีน : “วันนี้มาแจ้งความเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย และถูกคุกคาม ตั้งแต่แต่งกันจนมีลูกด้วยกัน ถูกทำร้ายทั้งหมด 4 ครั้ง เขาเริ่มทำร้ายตั้งแต่คลอดลูก ครั้งแรกมีการทะเลาะกัน มีอาการมึนเมา ตนถูกตบเข้าที่หน้าหลายครั้ง…

ครั้งแรกค่อนข้างรุนแรงมากเหมือนกัน แต่เหตุการณ์ครั้งสุดท้ายเขาตบหน้าเราถึง 10 ครั้ง ตอนเชอรีนนอนอยู่บนเตียง เขานั่งอยู่ข้างๆ เขาก็บอกว่าตอบสิ เรารู้แล้วว่าถ้าเกิดตอบโต้มันจะรุนแรงขึ้นเพราะที่ผ่านมาเราเคยต่อสู้มา มันรุนแรงขึ้น และหนักขึ้น เราเลยอยู่เฉยๆ เขาก็ตบไปเรื่อยๆ”

ที่ผ่านมาทำไมไม่ยอมแจ้งความ?

เชอรีน : “อยากประคองความเป็นครอบครัว จริงๆแล้วตนไม่อยากเป็นข่าว เพราะมันกระทบถึงลูก แต่รู้สึกว่าเขาคุกคามเราเรื่อยๆ และรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว(เสียงสั่นเครือน้ำตาไหล

ทุกครั้งที่เขาทำร้ายร่างกายเขามีสติไหม?

เชอรีน : “เมาทุกครั้ง ทุกครั้งที่ทำร้ายร่างกายเรา แล้วพอเขาได้สติเขาก็จะบอกว่าเขาทำไปเพราะความเมา เขาขอโทษเขาขาดสติเขาจะไม่ทำอีก”

“ครั้งแรกที่เขาทำร้ายร่างกายเราช่วง เดือน พ.ค. ปี65 ครั้งที่สอง เดือน ก.ค. ปี65 ครั้งที่ 3 เดือน เม.ย.ปี 66”

มีหลักฐานที่เป็นคลิปและภาพทั้งหมดใช่ไหม?

เชอรีน : “ใช่ค่ะ”

ทนายแก้ว: “มีแชทข้อความในการพูดคุยกัน และมีคลิปเสียงต่างๆ ส่วนเรื่องของการเจรจา มีเก็บไว้เป็นหลักฐานครับ”

สาเหตุเกิดจากอะไร?

เชอรีน : “เกิดจากความหึงหวง เขาเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงและหึงมาก เวลาปกติที่ไม่ได้มีอาการมึนเมาก็เป็นคนที่หึงหวงรุนแรงอยู่แล้ว เป็นคนที่ใช้คำพูดที่รุนแรงอยู่แล้ว พอบวกกับอาการมึนเมา เขาก็จะลงมือหนักขึ้น”

“สาเหตุที่ทำให้เขาเกิดอาการหึงหวงส่วนใหญ่จะเป็นเพราะเกิดความเข้าใจผิดกัน บางครั้งมีรุ่นน้องหรือเพื่อนทักมาหา เขาก็ไม่พอใจที่คุยกัน เราก็อธิบายและให้ดูแชทเพราะเราบริสุทธิ์ใจ แต่เขาไม่…

ครั้งแรกที่เราถูกทำร้ายได้มีการคุยกันไหม?

เชอรีน : “มีคุยกับแม่ เขามากราบขอขมาแม่ ขอขมาหนู และคุยกันว่าจะไม่ทำอีก ทุกครั้งมีการสัญญาเกิดขึ้นมีการพูดคุยกันทุกครั้ง แต่ยังทำอยู่ เราคิดว่าจะหยุดไหมพอไหม แต่เราก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวแตกแยก”

ตอนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ลูกเราอยู่ด้วยไหม?

เชอรีน : “อยู่แต่อยู่กันคนละห้อง เขาไม่เคยทำร้ายร่างกายลูก ช่วงที่ทำร้ายร่างกาย มีแผล ตอนลูกยังเล็กมากเขาไม่รู้เรื่อง ที่ตัดสินใจแยกทางกับเขา เพราะเราเป็นห่วงชีวิตน้องแล้ว ในวันที่ถูกตบหน้าหลายครั้ง เชอรู้สึกได้ว่า ถูกคุกคามถึงขั้นที่ว่า ไม่รู้ว่าจะถึงกับเสียชีวิตไหม

“วันนั้นเลยวิ่งเท้าเปล่าออกมาหลังบ้าน มีแค่โทรศัพท์ติดตัว กลัวว่าถ้าเกิดเราออกมาจากทางหน้าบ้านเขาจะได้ยินเสียง และก็โทรหาเพื่อนที่อยู่ละแวกนั้นเพื่อจะหนีออกมา ส่วนลูกตอนนั้นอยู่กับพี่เลี้ยงอีกห้องหนึ่ง เรารู้ว่าเขาไม่ทำอะไรลูก ลูกน่าจะปลอดภัย ตอนนี้ลูกอยู่กับเรา”

ส่วนใหญ่เขาจะคุยกับเราเรื่องอะไร?

เชอรีน : “ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เขาอยากที่จะเอาลูกไปเลี้ยง ที่เราตกลงกันคือถ้าเกิดลูกอยู่กับเราเขาก็จะไม่ส่งเสีย แต่ถ้าเกิดลูกอยู่กับเขา เราก็จะไม่ต้องเสียอะไรเลย บอกว่าขอให้ลูกอยู่กับเชอเพราะเลี้ยงเองได้”

เขาเข้ามาก่อกวนเราแบบใดบ้าง?

เชอรีน : “เป็นเรื่องการติดตาม วันก่อนเขาโทรมาบอกว่า เขาอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเรา เขาสามารถดูได้หมด เข้าบ้านใครมารับมาส่ง อยู่กับใคร เขาสามารถรู้ได้หมด เขาโทรไปบอกแม่ด้วยว่าวันนี้เชอออกจากบ้าน และกลับบ้านกี่โมง”

ได้ถามไหมว่าเขาต้องการอะไร

เชอรีน : “เขาอ้างว่าเขาเป็นห่วงลูก เขาเลยเอาคนมาตาม มาดูว่าเชอจะอยู่กับลูกไหม จะมีเวลาอยู่กับลูกไหม”

ตอนคบกันเขาเป็นคนยังไง

เชอรีน : “ถ้าตั้งแต่ที่เป็นสามีภรรยากัน ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาก็ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องอารมณ์นี่แหละค่ะ เรื่องอารมณ์รุนแรง แล้วก็ทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย แล้วก็ทำอะไรก็ต้องตามใจเขานิดหนึ่งค่ะ ซึ่งก่อนที่จะมีลูก เขาดูแลดีมากค่ะ ให้แต่งตัวได้ ให้ออกไปเจอเพื่อนได้”…

ไม่ทราบพี่ชาย “ณิชคุณ”ว่าอย่างไรบ้าง

เขาเป็นห่วงมาก ก็โทรมาถาม เราก็บอกว่าโอเค จะไปแจ้งความ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...