โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตยุโรปในทีทรรศน์ปัญญาชน (จบ) ชาตินิยม, ลัทธิรักชาติ & เอกลักษณ์ยุโรป

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 02.27 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

วิกฤตยุโรปในทีทรรศน์ปัญญาชน (จบ)

ชาตินิยม, ลัทธิรักชาติ & เอกลักษณ์ยุโรป

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญถ้าหากความทุรนทุรายของเอกลักษณ์ยุโรปกลายเป็นประเด็นเป้าหมายของการสืบค้นทางปรัชญาใหม่ๆ

ดังที่ ลูค วอน มิดลาร์ (Luuk van Middelaar) นักประวัติศาสตร์และปรัชญาการเมืองชาวดัตช์ เจ้าของผลงานหนังสือเรื่อง The Passage to Europe : How a Continent Became a Union (หนทางสู่ยุโรป : วิถีดำเนินจากทวีปสู่สหภาพ ซึ่งได้รางวัล European Book Prize 2012) ได้เปิดชุดการบรรยายที่อุทิศให้แก่ประเด็นยุโรปขึ้นที่วิทยาลัยเปิด Coll?ge de France ในกรุงปารีสเมื่อปี 2021 เพื่อเชื้อเชิญชักชวนให้สหภาพยุโรป… :

“เปลี่ยนจริยคติ วิธีคิดและวิสัยทัศน์ต่อโลกเสียใหม่” หรือแม้แต่ “ผละออกมาจากความคิดแบบครอบจักรวาลและเป็นนิรันดร์กาลซึ่งสหภาพยุโรปได้อาศัยลี้ภัยอยู่หลังปี 1945 เป็นต้นมา” (https://luukvanmiddelaar.eu/books/pandemonium?edition=62909278ed90c)

ในทำนองเดียวกัน ปีเตอร์ สโลเตอเดค (Peter Sloterdijk) นักปรัชญาและนักทฤษฎีวัฒนธรรมชาวเยอรมันชื่อดัง ณ สถาบันเดียวกันผู้เปิดบรรยายรายปีในประเด็น “การประดิษฐ์สร้างยุโรปขึ้นด้วยนานาภาษาและวัฒนธรรม” ก็ประเมินว่า :

“ไม่อาจมีเอกลักษณ์ทางการเมืองร่วมกันของประดาผู้อาศัยอยู่ในยุโรปและสหภาพยุโรปได้หรอกครับ ค่าที่พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงถูกอบรมขัดเกลาทางสังคมอยู่ภายในเอกลักษณ์แห่งชาติแบบเดิมของตนอยู่” คนเหล่านี้ยังไม่ทันแม้แต่จะเข้าไปในชั้นล่างของ “โครงสร้างอาคารมหึมาหลังยุคจักรวรรดิแห่งนี้ที่ได้ปรากฏตัวขึ้นบนฉากประวัติศาสตร์โลกเลย”

(ดูเพิ่มเติมใน https://www.vindobona.org/article/peter-sloterdijk-on-europe-at-the-austrian-integration-fund-pentecostal-dialogue)

แต่กระนั้น สโลเตอเดคก็ยอมรับว่าภายใต้เพดานจำกัดแห่งระบบรัฐชาติปัจจุบัน สหภาพยุโรปเป็นองค์การจัดตั้งเดียวที่พอจะประกันมาตรฐานทางนิเวศวิทยาและสวัสดิการสังคมได้ (https://www.zeit.de/kultur/2017-05/capitalism-globalization-populism-ideology/seite-2)

ทั้งนี้ก็เนื่องจากสาเหตุที่ โรเบิร์ต เมอนาสเซอ (Robert Menasse) นักเขียนและอดีตอาจารย์ทฤษฎีวรรณกรรม-สุนทรียศาสตร์ชาวออสเตรีย ผู้ได้รับรางวัล German Book Prize 2017 จากผลงานนิยายไตรภาคว่าด้วยระบอบสหภาพยุโรปตอนแรกเรื่อง The Capital (https://www.goethe.de/ins/us/en/kul/mag/21076933.html) และรางวัล European Book Prize 2023 จากตอนสองเรื่อง Enlargement (https://www.suhrkamp.de/rights/nachricht/robert-menasse-wins-the-prix-du-livre-europeen-2023-b-4242) อธิบายว่า :

“อุปสรรคใหญ่ทั้งปวงที่ท้าทายโลกทุกวันนี้ล้วนมีลักษณะข้ามชาติและไม่มีรัฐชาติหนึ่งใดจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ภายในกรอบพรมแดนของตัวเอง

“ใครที่สัญญาว่ามีทางแก้ไขระดับชาติให้ได้ มันผู้นั้นเป็นไอ้คนคดโกงทางการเมืองไม่ว่ามันจะเป็นฝ่ายขวาหรือฝ่ายซ้ายก็ตาม สิ่งที่เราต้องชูขึ้นคัดค้านพวกชาตินิยม ได้แก่ แนวคิดเรื่องความรักชาติบ้านเมือง ชาตินั้นน่ะเป็นแค่นิยาย แต่ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งรูปธรรม”

(https://www.lemonde.fr/en/opinion/article/2024/02/05/robert-menasse-all-major-crises-are-transnational-and-no-nation-state-can-solve-them-alone_6495676_23.html)

ฉะนั้น สำหรับเมอนาสเซอเขาจึงป่าวร้องสนับสนุนลัทธิสหพันธรัฐยุโรป ข้อสรุปดังกล่าวได้รับการตอกย้ำโดย โรแมง การี (Romain Gary, 1914-1980) นักเขียนและนักการทูตฝรั่งเศสเชื้อสายยิวชื่อดังผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์การยกพลขึ้นบกฝั่งนอร์มังดีในฝรั่งเศสของฝ่ายสัมพันธมิตรสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเรื่อง The Longest Day (วันเผด็จศึก, 1962) ในนิยายของเขาเรื่อง ?ducation europ?enne (1945, https://fr.wikipedia.org/wiki/%C3%89ducation_europ%C3%A9enne) ว่า :

“ลัทธิรักชาติ นั่นคือการรักพวกพ้องของเรา ส่วนลัทธิชาตินิยมนั้นคือการเกลียดชังคนอื่น”

[อย่างไรก็ตาม มีข้อคำนึงเชิงวิพากษ์ต่อการจำแนกและรับเชื่อรับใช้ลัทธิชาตินิยมกับลัทธิรักชาติ (nationalism vs. Patriotism) โดยเฉพาะในบริบทประวัติศาสตร์ไทย โปรดดู ธงชัย วินิจจะกูล, “บทที่ 3 การเมืองและวิธีวิทยาของ Siam Mapped”, ออกนอกขนบประวัติศาสตร์ไทย : ว่าด้วยประวัติศาสตร์นอกขนบและวิธีวิทยาทางเลือก (2562, หน้า 89-93)]

ทว่า เบื้องหน้าโลกที่รุ่มร้อนด้วยสงครามความขัดแย้งทุกว้นนี้ ไม่ว่าที่ยูเครน, ฉนวนกาซา, ทะเลจีนใต้, ซูดาน ฯลฯ ยุโรปยังเป็นตาชั่งที่เที่ยงตรงน่าเชื่อถืออยู่ไหม? หรือว่าพอโลกหอบปัญหามาเคาะประตูเรียกเข้า ยุโรปก็มีอันถึงแก่สะดุ้งโหยงกัน?

ต่อเรื่องนี้ ชูเซป บูเรียลี นักการเมืองสเปนซึ่งเป็นผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงยอมรับว่า :

“สำหรับผมมันดูเหมือนเป็นที่ประจักษ์ว่ายุโรปเรากำลังสูญเสียฐานะทางศีลธรรมของเราลงไปเรื่อยๆ ในสายตาของโลกส่วนที่กำลังเจริญเติบโต”

เฉพาะกรณีสงครามอิสราเอลกับฮามาสที่กาซา เมอนาสเซอชี้ว่า :

“มีทางออกทางเดียวเท่านั้นและทุกวันนี้มันก็ฟังดูเป็นเรื่องไร้สติด้วย แต่สักวันหนึ่งมันจะถูกผลักดันออกมาอยู่หน้าสุดด้วยจิตวิญญาณของชาวโลก ได้แก่ รัฐหนึ่งเดียวร่วมกัน เป็นรัฐของชาวปาเลสไตน์ร่วมกับทั้งชาวยิว ชาวมุสลิม ชาวคริสเตียน ฯลฯ บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรปด้วย

“เราควรตระหนักว่าอิสราเอลนั้นเป็นผลลัพธ์สืบเนื่องจากปัญหาของยุโรปเอง (หมายถึงปัญหาฮอโลคอสต์ หรือการฆ่าหมู่ชาวยิวในยุโรปโดยพวกนาซีสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ชาวยิวสนับสนุนการตั้งรัฐใหม่ของเชื้อชาติตนเองเพื่อป้องกันตัว) มันเป็นปัญหาที่ถูกผลักไสออกไปข้างนอก ยุโรปต้องรับเอาปัญหานั้นกลับมาและแก้ไขมัน”

สำหรับประเด็นคุณค่า/ค่านิยมร่วมกันของยุโรป เมอนาสเซอชี้ว่ามันจะเป็นเกียรติเป็นศรีแก่ยุโรปหากสหภาพยุโรป “เสนอตัวเป็นแหล่งลี้ภัยทางการเมืองให้แก่จูเลียน อัสซานจ์”

เขาย่อมหมายถึงชาวออสเตรเลียผู้ก่อตั้งกลุ่ม Wikileaks และเปิดเว็บไซต์แสดงหลักฐานเอกสารภาพวิดีโอแฉโพยอาชญากรรมสงครามของอเมริกันและอังกฤษระหว่างทำสงครามรุกรานในอิรัก ทำให้เขาเสี่ยงถูกจับส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเขาอาจต้องโทษถึงประหารเนื่องจากเปิดเผยความลับทางการ

(ดูข่าวล่าสุดซึ่งมีการต่อรองลดโทษปล่อยตัวกันไปแล้วใน https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/226983)

เมอนาสเซอตั้งคำถามท้าทายต่อยุโรปตบท้ายว่า :

“ยุโรปเอ๋ย ทำไมเจ้าไม่ยึดถือคุณค่าของตัวเองอย่างจริงจังเล่า? ทำไมเจ้าจึงทำเป็นตื่นตกใจที่โลกถือว่าเจ้าปลิ้นปล้อนหลอกลวงและเยาะเย้ยขวางโลก? ที อเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้านต่อปูตินในรัสเซีย เจ้ายังถือเป็นวีรชนเลย แล้วทำไมไม่แยแสสนใจจูเลียน อัสซานจ์ บ้างล่ะ? ข้าขอกล่าวโทษเจ้า!”

(https://www.lemonde.fr/idees/article/2024/04/26/la-grande-inquietude-des-intellectuels-europeens-populismes-climat-guerres-en-ukraine-et-a-gaza_6230155_3232.html)

[อนึ่ง นาวาลนีตายลงขณะติดคุกทางภาคเหนืออันหนาวเหน็บของรัสเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ https://www.bbc.com/thai/articles/c6pq4ek39ndo)]

ส่วนคำสรุปจบตบท้ายวาจาร้องท้ายุโรปของเมอนาสเซอข้างต้นคือวลี “J’accuse!” ซึ่งลำเลิกถึงชื่อจดหมายเปิดผนึกที่เอมิล โซลา ปัญญาชนสาธารณะฝรั่งเศสชื่อดังเขียนถึงประธานาธิบดีเมื่อปี 1938 เพื่อปกป้องอัลเฟรด ไดรฟัส นายทหารเชื้อสายยิวผู้ถูกใส่ความว่าทรยศชาติเนื่องจากลัทธิต่อต้านยิวในกองทัพฝรั่งเศสตอนนั้น (https://www.britannica.com/topic/Jaccuse)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตยุโรปในทีทรรศน์ปัญญาชน (จบ) ชาตินิยม, ลัทธิรักชาติ & เอกลักษณ์ยุโรป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...