โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จักโรคสูญเสียการทรงตัว(SCA) คร่าชีวิต “เสธ.วีร์” เจ้าของเพจดัง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 09.59 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

วันที่ 3 ก.ค. 2567 มีรายงานข่าวเศร้าถึงการจากไปของ พ.อ.วีร์ โรจนวงศ์ นายทหารสื่อสารประจำประจำกรมทหารสื่อสาร ช่วยราชการกองส่งกำลังบำรุง กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก เจ้าของเพจ “เสธ. วีร์ ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้” ซึ่งเป็นเพจเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “โรคสูญเสียการทรงตัว” และให้กำลังใจชีวิต ทำให้ “โรคสูญเสียการทรงตัว” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่ง

เสธ.วีร์ ได้เคยเล่าถึงอาการป่วยของตนเองไว้ว่าเริ่มจากมีคนสังเกตเห็น และทักเรื่องการเดินของตนว่ามีลักษณะเซ ไม่มั่นคง เหมือนประสบอุบัติเหตุมา เมื่อไปตรวจก็พบว่าตนเองนั้นป่วยเป็นโรคสูญเสียการทรงตัว ประเภทที่ 3 หรือ Spinocerebellar Ataxia Type 3 (SCA3)

ก่อนที่จะไปรู้จักกับโรคสูญเสียการทรงตัว หรือ โรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานจากสมองน้อยและไขสันหลัง จะต้องพูดถึงภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ(Ataxia) เสียก่อน

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ หรืออาจเรียกอย่างลำลองว่า อาการเซ คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานสัมพันธ์กันในขณะที่มีการเคลื่อนไหว ไม่สามารถขยับไปอย่างที่ใจต้องการ ซึ่งนอกจากการเดินเซแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การหยิบจับสิ่งของไม่อยู่มือ การเขียนหนังสือไม่ได้ หรือการพูดไม่ชัด ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน

โดยภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ อาจจะแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มต่างๆ ตามแต่สาเหตุของความผิดปกติ คือ

  • อาการเซที่เกิดจากการบาดเจ็บรุนแรงหรือโรคต่าง ๆ ที่ทำให้สมองและเส้นประสาทเกิดความเสียหาย (Acquired Ataxia) เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือโรคเอ็มเอส เนื้องอกในสมอง การขาดสารอาหาร
  • อาการเซจากการถ่ายทอดยีนผ่านทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ผิดปกติ (Hereditary Ataxia) ซึ่งจะพัฒนาอาการขึ้นอย่างช้า ๆ ในเวลานานหลายปี โดยอาการเซที่พบได้บ่อยในกลุ่มนี้ คือ โรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานแบบเฟรดริก (Friedreich Ataxia)
  • อาการเซที่เกิดจากสมองถูกทำลายเป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Late-Onset Cerebellar Ataxia: ILOCA)

โรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานจากสมองน้อยและไขสันหลัง หรือ Spinocerebellar Ataxia (SCA) นั้นเป็นภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับโรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานแบบเฟรดริก (Friedreich Ataxia) คือเกิดจากการถ่ายทอดยีนส์ทางพันธุกรรม ที่ทำให้การทำงานทำให้สมองน้อย (cerebellum) ไขสันหลัง (spinal cord) และระบบประสาทนอกส่วนกลาง (peripheral nervous system) ซึ่งอยู่บริเวณไขสันหลังของผู้ป่วยทำงานผิดปรกติเนื่องจากมีการฝ่อลีบลง ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อในร่างกาย

โรค SCA นี้เป็นโรคที่พบไม่บ่อยและมีอุบัติการณ์การเกิดโรคเพียงแค่ 2.7-5.6 ต่อประชากรโลก 100,000 ราย แต่ลักษณะเด่นหนึ่งของโรคคือสามารถถ่ายทอดให้สู่รุ่นลูกได้ถึง 50:50 เลยทีเดียว

โดย SCA จะมีการแบ่งเป็นประเภทหรือ Type ต่างๆ กัน มากกว่า 30 แบบ ในแต่ละแบบจะมีอาการแสดง อายุของผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรค และลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งของยีนบนโครโมโซมของผู้ป่วย SCA ประเภทที่ 3 ที่ พ.อ.วีร์ เป็นนั้นเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดในไทย

อาการผิดปกติมักเริ่มปรากฏตั้งแต่วัยเริ่มเจริญพันธุ์ จนไปถึงช่วงก่อนวัยผู้ใหญ่ โรคนี้ปรากฏโดยช้าและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพของผู้ป่วยจะเสื่อมสภาพลงตามลำดับและสูญเสียไปในที่สุด แต่ขณะเดียวกันระบบจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของผู้ป่วยจะยังคงเป็นปกติ

อาการผิดปกติของผู้ป่วยที่สังเกตเห็นได้ คือ

  • อาการส่ายสั่น (Intention Tremor)
  • พูดไม่ชัด (Dysarthria)
  • อาการตากระตุก (Nystagmus)
  • มีความบกพร่องด้านการกะระยะ (Dysmetria)
  • มีความบกพร่องในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและสลับกัน (Dysdiadochokinesis)
  • มีปัญหาด้านการกินหรือการกลืน
  • ทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบาก เช่น ตักข้าวได้ยาก ติดกระดุมไม่ได้ หยิบจับสิ่งของลำบาก
  • การทรงตัวไม่มั่นคง (Impaired balance), เดินได้ไม่มั่นคง มีอาการเซได้ง่าย, ล้มหรือสะดุดบ่อยครั้ง

หากสังเกตพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการเช่นนี้ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจหาสาเหตุ ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การทำการภาพบำบัด รวมถึงการรับประทานวิตามินหรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์บางชนิดก็ช่วยบรรเทาอาการ และชะลอการเสื่อมของสมองให้ช้าลงได้

ที่มา:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...