โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'มนพร' ดันโคราชสร้างท่าเรือบกอีกสาน เชื่อมโครงข่ายโลจิสติกส์บก-ราง-น้ำ ลดต้นทุนขนส่งสินค้า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 03.35 น.

‘มนพร’ เล็งสร้างท่าเรือบกโคราช เชื่อมโครงข่ายโลจิสติกส์บก-ราง-น้ำ ลดต้นทุนขนส่งสินค้า รับระเบียงศก.อีสาน หวังส่งออกเพื่อนบ้าน-จีน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าของประเทศให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนา Dry Port จึงเป็นหนึ่งในการดำเนินโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคมที่จะช่วยส่งเสริมโครงข่ายการเชื่อมโยงสินค้าและระบบโลจิสติกส์ทั้งภายในและระหว่างประเทศให้ใช้การขนส่งทางรางและทางน้ำเป็นหลัก เนื่องจากเป็นระบบการขนส่งที่มีความปลอดภัย ต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางถนน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดร.มนพรกล่าวว่า ทั้งนี้จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า จังหวัดนครราชสีมา เป็น 1 ใน 4 จังหวัดที่มีความเหมาะสมที่สุดในการพัฒนา Dry Port เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนและระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐบาล เนื่องจากมีความพร้อมด้านการเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่เชื่อมต่อกับ สปป.ลาว ตอนใต้ และเมียนมา และยังมีศักยภาพที่จะสามารถเชื่อมโยงการขนส่งไปยังประเทศจีนได้ในอนาคต นอกจากนี้ พื้นที่ยังครอบคลุมการขนส่งทั้งทางถนนและทางราง โดยอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมบัง 320 กิโลเมตร ประกอบกับมีจุดแข็งที่สำคัญ คือ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญทั้งสินค้าทางการเกษตร อาทิ แป้งมันสำปะหลัง ข้าว น้ำตาล และยังเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่เน้นการขนส่งภายในประเทศด้วย

ดร.มนพร กล่าวต่อว่า จากปัจจัยดังกล่าว จึงได้มอบให้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เร่งสำรวจพื้นที่ภายในจังหวัดนครราชสีมาที่มีความเหมาะสมกับการพัฒนา Dry Port และผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยสนับสนุนการขนส่งหลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Transport) ที่จะช่วยลดปัญหาความแออัดจากการขนส่งสินค้าเข้า-ออก ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งหลักของประเทศในขณะนี้ ช่วยยกระดับการให้บริการให้สะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอย ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รองรับการเติบโตด้านการขนส่งสินค้าผ่านทางเรือชายฝั่งและทางรถไฟที่จะเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม อันจะเป็นกลไกที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคต่อไป

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือบก Dry Port บริเวณสถานีรถไฟบ้านกระโดน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง และบริเวณตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และการประชุมศึกษาแผนการดำเนินการความเป็นไปได้ของรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม ร่วมกับสถาบันชุณหะวัณเพื่อการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี
อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน ในฐานะผู้จัดการโครงการพัฒนาท่าเรือบกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และคณะที่ปรึกษาโครงการฯ พบว่ามีความเป็นไปได้ของรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับ กทท. ในการพัฒนา Dry Port 4 แนวทาง ได้แก่ รูปแบบพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (PPP) รูปแบบการลงทุนร่วมกับบริษัทเอกชน (Joint Venture) รูปแบบการใช้เงินลงทุนของ กทท. และรูปแบบอื่น ๆ แผนการลงทุน และการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นของโครงการฯ ที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ โดยจะพิจารณาด้านความพร้อมในการดำเนินโครงการฯ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘มนพร’ ดันโคราชสร้างท่าเรือบกอีกสาน เชื่อมโครงข่ายโลจิสติกส์บก-ราง-น้ำ ลดต้นทุนขนส่งสินค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...