ปชช.ลงนามถวายพระพร รับพระราชทานปฏิทินหลวง เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2565
ปชช.ลงนามถวายพระพร รับพระราชทานปฏิทินหลวง เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2565
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่พระบรมมหาราชวัง บริเวณสนามข้างศาลาลูกขุนใน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสำนักพระราชวังเปิดลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2565 ระหว่างเวลา 07.30 – 17.00 น. การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2565 แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร
โดยมีพสกนิกรจากทุกสารทิศพร้อมครอบครัว แต่งกายชุดสุภาพทยอยมาลงนามถวายพระพร เข้าทางสนามหลวงฝั่งทิศใต้ แสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางแก่เจ้าหน้าที่ ก่อนเดินเข้ามาภายในพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี มีการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด รับพระราชทานเจลแอลกอฮอล์ และเข้าไปลงนามถวายพระพร และรับพระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2565 ก่อนเดินทางต่อไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อสักการะพระแก้วมรกต เป็นสิริมงคลรับต้นปี
อย่าง นายสมชาย ลลิตารังสิพล อายุ 60 ปี เดินทางมาจากเขตพระโขนง กรุงเทพฯ มาพร้อมเพื่อนๆ และน้องมีสุข วัย 7 ขวบ กลุ่มจิตอาสาโยธาสนามเสือป่า เล่าพร้อมเพื่อนๆ ว่า พวกเรามาจากหลากหลายที่ ทั้งจากจังหวัดปทุมธานี เขตพญาไท กรุงเทพฯ แต่มีหัวใจจิตอาสาเหมือนกัน เคยร่วมเป็นจิตอาสาในงานอุ่นไอรักมาก่อน จึงรู้จักกันและชวนกันมาลงนามถวายพระพรเป็นประจำทุกปี จนเป็นความผูกพันธ์ว่าต้องมาทุกปี และไม่ว่าพระองค์เสด็จฯไปที่ไหน จะต้องตามไปเฝ้าฯรับเสด็จ นอกจากนี้ ยังตั้งใจมาสักการะพระแก้วมรกตเพื่อรับสิริมงคลอีกด้วย ส่วนปฏิทินหลวงพระราชทาน ก็เก็บสะสมและบูชาไว้ เก็บมาทุกปีที่ในหลวง ร.10 พระราชทาน ปัจจุบันมี 3 เล่มแล้ว ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2565 พวกเราขอถวายพระพรให้ในหลวง พระราชินี และทุกพระองค์ ทรงพระเจริญ ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยตลอดไป
โดย น้องมีสุข วัย 7 ขวบ กล่าวว่า หนูก็เป็นจิตอาสา ที่ผ่านมาก็ไปช่วยลอกคลองบ้าง ก็รู้สึกชื่นชอบในงานจิตอาสาและจะทำต่อไป
ส่วน นางสาววราภรณ์ แร่ถ่าย อายุ 45 ปี เดินทางมาจากอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมลูกสาวและเพื่อน กล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มว่า ดิฉันและลูกสาวไม่เคยเข้ามาในพระบรมมหาราชวังเลย เคยแต่ผ่านทางด้านหน้า พอสำนักพระราชวังประกาศว่ามีให้ลงนามถวายพระพร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2565 จึงตั้งใจมาให้ได้ พอเข้ามาแล้วรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก ครั้งหนึ่งในชีวิต แม้วันนี้คนเยอะ ต่อแถวยาว แดดแรง แต่ก็อดทนได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยตลอดไป ส่วนปฏิทินหลวงพระราชทาน จะนำไปใช้ประโยชน์จดบันทึกในชีวิตประจำวันต่อไป
นางอนงค์ รุ่งพิภพ อายุ 68 ปี จิตอาสาจราจร บริเวณถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่หน้าศาลหลักเมืองไปจนถึงพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถือโอกาสมาลงนามถวายพระพร ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเย็น เล่าด้วยรอยยิ้มว่า ตั้งใจมาลงนามถวายพระพรเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ ก่อนไปปฏิบัติหน้าที่จิตอาสา ซึ่งงานจิตอาสาจราจร ทำหน้าที่โบกรถ พาคนข้ามถนน คอยสังเกตเหตุการณ์ผิดปกติเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล ส่วนตัวทำช่วงเย็นถึงเวลาสี่ทุ่ม ทำทุกวัน เป็นงานที่ไม่มีค่าตอบแทน แต่ได้ความภาคภูมิใจ ได้รู้จักเพื่อนๆ ที่มีหัวใจเป็นจิตอาสาเหมือนกัน และที่สำคัญคือ ได้ทำงานถวายพระองค์ ดิฉันเริ่มเป็นจิตอาสามาตั้งแต่งานพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว จนเกิดความชื่นชอบจึงทำเรื่อยมา
“เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2565 ขอถวายพระพรให้ทุกพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญให้ประชาชนสืบไป ดิฉันรักท่านมาก แม้ไม่มีกำลังทรัพย์ แต่มีกำลังกาย ก็จะขอทำจิตอาสาจนกว่าร่างกายจะทำไม่ไหว เพื่อถวายงานแก่พระองค์” นางอนงค์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
สำนักพระราชวังได้เปิดให้ข้าราชการ นักธุรกิจ ลงนามถวายพระพร ภายในศาลาสหทัยสมาคม ขณะที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนประธานองคมนตรีและคณะ จัดให้ลงนามถวายพระพร ภายในห้องแดง เบื้องหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท