โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซีเซียม-137 คืออะไร ส่งผลยังไงกับชีวิตเราบ้าง? เมื่อสารกัมมันตรังสีหลุดออกมาหาเรา

The MATTER

อัพเดต 21 มี.ค. 2566 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2566 เวลา 11.20 น. • Quick Bite

ซีเซียม-137 คืออะไร หายไปแล้วร้ายแรงแค่ไหน?

ถือเป็นข่าวสำคัญที่เราควรจับตามอง และไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จางหายไป เมื่อสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 หายไปจากโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเจ้าสารกัมมันตรังสีนี้ ถือเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพที่อาจทำให้เสียชีวิตได้

ซึ่งวัสดุดังกล่าวมีลักษณะเป็นท่อกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่าสัปดาห์เพื่อตามหาซีเซียม-137 ที่หายไป จนวันนี้ถึงมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า พบสารซีเซียม-137 แล้วและมีข้อกังวลว่า มันอาจถูกหลอมไปแล้วด้วยเช่นกัน

แล้วซีเซียม-137 คืออะไร ทำไมมันถึงอันตราย? เราขอเอาข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสีนี้มาเปิดให้ทุกคนชมกัน

ซีเซียม-137 คืออะไร?

เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุซีเซียม ที่เป็นโลหะอ่อนสีขาวเงิน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส แต่มักจะจับตัวกับคลอไรด์กลายเป็นผงผลึก สามารถฟุ้งกระจายและเปื้อนได้ง่ายหากแตกออกจากแคปซูลที่ห่อหุ้มไว้

นอกจากนี้ ซีเซียม-137 ยังมีค่าครึ่งชีวิต 30 ปี ดังนั้นจะใช้เวลาในธรรมาชาติไม่ต่ำกว่า 100 ปีจึงจะสลายหมด ซึ่งซีเซียม-137 สลายตัวโดยปล่อยรังสีบีตาและรังสีแกมมาที่มีพลังงานสูงพอสมควร

กัมมันตรังสีตัวนี้มักถูกใช้สำหรับปรับเทียบเครื่องมือวัดรังสีแกมมาในห้องปฏิบัติการวิจัยทางรังสี และใช้เป็นเครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม เช่น เครื่องวัดความหนาของวัสดุ เครื่องวัดการไหลของของเหลวเครื่องวัดความชื้น รวมถึงใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีในการรักษามะเร็ง

ถ้าซีเซียม-137 ถูกหลอมแล้ว จะกระทบเรายังไง?

ซีเซียม-137 ที่ถูกหลอมแล้วจะกระจายจากปล่องหลอมสู่บรรยากาศ และเข้าสู่แหล่งน้ำ-ดินที่อยู่รอบๆ และปนเปื้อนเข้าสู่วงจรอาหารได้แก่ ผัก ผลไม้ อาหารจากแหล่งน้ำใกล้เคียง และอาหารแปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตร รวมทั้งอาจมีบางส่วนที่ประชาชนหายใจเข้าไปด้วย

ขณะที่ นพ.สมรส พงศ์ละไม แพทย์ประจำศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถ้าซีเซียม-137 ถูกหลอมเผาไหม้ และกลายเป็นไอ สามารถกระจายออกไปได้เป็นหลักร้อยถึงพันกิโลเมตร โดยมีลมเป็นปัจจัยร่วม อย่างเหตุการณ์ที่ Chernobyl พบว่า ซีเซียม-137 ปลิวไปถึงสวีเดน 1,000 กิโลเมตร

ซีเซียม-137 น่ากลัวอย่างไร?

เข้าสู่ร่างกายได้ยังไง?

ผิวหนังที่มีบาดแผล สูดหายใจรับสารเข้าไป การกินผงซีเซียม-137 เข้าไป

และเมื่อซีเซียม-137 เข้าไปสะสมอยู่ในเนื้ออ่อนของอวัยวะต่างๆ และแผ่รังสีให้แก่อวัยวะเหล่านี้ จะทำให้เกิดมะเร็งของอวัยวะที่ซีเซียม-137 นั้นเข้าไปสะสมอยู่ ซึ่งจะมีคนที่จะได้รับผลกระทบน่าจะหลายแสนและเป็น 100 ปี จะมีคนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและไทรอยด์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในพื้นที่เสี่ยง

หากโดน ซีเซียม-137 จะมีอาการยังไง?

คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง ถ่ายเหลว อ่อนเพลีย ขาดน้ำ ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสรังสีเกิดการอักเสบ แดง ไหม้ มีการหลุดลอก เกิดเป็นแผล ผิวหนังตาย ผมและขนหลุดร่วง ปากเปื่อย อาการจากไขกระดูกถูกกด ทำให้เป็นไข้ ติดเชื้อแทรกซ้อน มีเลือดออกง่าย ซึม สับสน ชัก โคม่า

ถ้าคนรับประทานซีเซียม-137 เข้าไป จะกระจายไปทั่วร่างกาย แม้บางส่วนจะถูกขับออกทางเหงื่อและปัสสาวะได้ แต่ยังมีบางส่วนตกค้างและสะสมในกล้ามเนื้อ ตับ ไขกระดูก

หากสัมผัสกับซีเซียม-137 เข้าไป ต้องทำยังไง?

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุถึงแนวปฏิบัติกรณีที่ซีเซียม-137 เข้าสู่ร่างกายไว้ ดังนี้

ล้างตาด้วยน้ำสะอาด โดยให้น้ำไหลผ่านจากหัวตาไปทางหางตา ล้างมือ อาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีถ้าสามารถทำได้ เก็บเสื้อผ้าใส่ถุงปิดปากให้สนิทเพื่อตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหรือไม่ หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวมากเกินกว่า 2 ครั้ง มีไข้ หนาวสั่น ชักเกร็ง มีเลือดออกที่ใดที่หนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ หลังโดนรังสี ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมทั้งแจ้งประวัติสัมผัสสารกัมมันตรังสี คงต้องจับตาดูกันต่อว่า สารซีเซียม-137 นี้จะเป็นยังไงต่อ อนาคตจะมีแนวทางป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยไหม แล้วประชาชนอย่างเราจะปลอดภัยจากสารกัมมันตรังสีอย่างที่เขาว่าไว้จริงหรือเปล่า?

อ้างอิงจาก

thematter.co

synphaet.co.th

pptvhd36.com

dailynews.co.th

thaipbs.or.th

tna.mcot.net

nst.or.th

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...