“ฝรั่งเศส” เข้าตรวจค้นธนาคารใหญ่ 5 แห่ง ต้องสงสัยหลบเลี่ยงจ่ายภาษีเงินปันผล
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการฝรั่งเศสเข้าตรวจค้นสำนักงานของธนาคาร 5 แห่งในกรุงปารีส รวมถึง Societe Generale, BNP Paribas และ HSBC เหตุต้องสงสัยว่ามีการฉ้อโกงทางการเงินในการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีเงินปันผล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนในวงกว้างของยุโรป
การดำเนินการของทางการฝรั่งเศสเป็นการกระทำล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อธนาคารทั่วโลกเกี่ยวกับโครงการฉ้อโกงภาษีเงินปันผล เนื่องจากมีการสอบสวนในลักษณะเดียวกันนี้ในเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
สำนักงานติดตามคดีอาชญากรรมทางการเงินร้ายแรง (PNF) กล่าวในแถลงการณ์ว่าการสอบสวนเชื่อมโยงปฏิบัติการลงทุนที่เรียกว่า "cum-ex" ซึ่งเป็นรูปแบบการซื้อขายที่ธนาคารและนักลงทุนซื้อขายหุ้นของบริษัทอย่างรวดเร็วในวันที่จ่ายเงินปันผล โดยแนวทางปฏิบัตินี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสับสนให้หน่วยงานด้านภาษีว่าใครคือเจ้าของหุ้น และอาจทำให้หลายฝ่ายสามารถฉวยโอกาสในการเรียกขอคืนภาษีเงินปันผลอย่างผิดกฎหมาย
PNF ซึ่งยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ในหนังสือพิมพ์ Le Monde กล่าวว่าการตรวจค้นเมื่อวันอังคารมีเป้าหมายที่ Exane ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BNP Paribas และ Natixis ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนของกลุ่มธนาคารฝรั่งเศส BPCE
ด้านโฆษกของ PNF กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุตัวเลขที่แน่นอนเกี่ยวกับขนาดของการฉ้อโกง แต่กล่าวว่าธนาคารทั้งสองต้องเผชิญกับคำขอค่าชดเชยโดยรวมมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ยล่าช้า
ทั้งนี้คดีที่เก่าแก่ที่สุดที่ถูกสอบสวนย้อนหลังไปถึงปี 2557 และไม่สามารถบอกได้ว่าการปฏิบัติสิ้นสุดลงเมื่อใด
ขณะเดียวกันเมื่อเดือนธันวาคม ศาลเยอรมนีตัดสินให้ Hanno Berger ทนายความด้านภาษี จำคุกเป็นเวลา 8 ปี หลังจากเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการการฉ้อฉลครั้งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศหลังสงครามผ่านโครงการตัดเงินปันผล ซึ่งบางสำนักประเมินว่าผู้เสียภาษีชาวเยอรมันต้องเสียเงินประมาณ 10,000 ล้านยูโร
“ปฏิบัติการที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมการหลายเดือน ดำเนินการโดยผู้พิพากษาสอบสวน 16 คน และเจ้าหน้าที่สอบสวนกว่า 150 คน” PNF ระบุในถ้อยแถลง พร้อมเสริมว่าอัยการชาวเยอรมัน 6 คนได้ให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนด้วย