โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

JMT ดีดแรง – วอลุ่มแน่น ...แถมอัพไซด์ยังเหลือบาน !

efinanceThai

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2566 เวลา 06.19 น.

เช้านี้ JMT บวกสูงสุด 7.57% รับงบ Q4/65 ทำนิวไฮ แถมมีปันผลให้ยีลด์อีก 1.11% ขณะที่โบรกฯมองกำไร Q1/66 ยังเดินหน้าโตได้ต่อ เหตุขนาดกองหนี้เสียสูงขึ้น – ส่วนแบ่งกำไร JKAMC หนุน แถมมองปี 66 กลับมาซื้อหนี้เสียได้สูงขึ้นหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ดันกำไรปีนี้ทำนิวไฮต่อ โตแรงราว 26 – 43% แถมอัพไซด์เหลือเพียบ !

*** เช้านี้พุ่งสูงสุด 7.57% รับงบ Q4/65 นิวไฮ

ราคาหุ้น บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.พ.66) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 53.25 บาท เพิ่มขึ้น 7.57% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 6.06% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 156.90% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระยุสาเหตุทีทำให้ราคาหุ้น JMT เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 7.57% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 4/65 ที่มีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน ทำระดับกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) รายไตรมาส

*** อีกปัจจัยหนุน คือ มีปันผลอีก 0.59 บ.

นอกจากงบการเงินไตรมาส 4/65 ที่เติบโตโดดเด่นเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นเช้านี้แล้ว ยังมีการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 65 เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมด้วย โดย JMT จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 65 ในอัตรา 0.59 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ระดับ 1.11%

ทั้งนี้ หุ้น JMT จะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 11 เม.ย.นี้ และจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 พ.ค.66

*** โบรกฯมองกำไร Q1/66 ยังโต YoY ได้

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/66 ของ JMT ยังมีแนวโน้มขยายตัวจากปีก่อนได้ต่อเนื่อง มีปัจจัยหนุนจากขนาดกองหนี้เสียที่ซื้อเพิ่มขึ้น และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JKAMC ที่มีมูลหนี้การเข้าซื้อราว 7 หมื่นล้านบาทเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม กำไรอาจชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย ตามปัจจัยฤดูกาล

*** กูรูชี้ปี 66 จะกลับมาซื้อหนี้เสียได้สูงขึ้น

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานปี 65 ของ JMT คือ การซื้อหนี้เสียเข้ามาได้น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มองว่า ปัญหาดังกล่าวจะถูกคลี่คลายมากขึ้นในช่วงปี 66 หลังเห็นสัญญาณการขายหนี้เสียจากสถาบันการเงินมากขึ้น หลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า JMT เริ่มกลับมาซื้อหนี้เสียเชิงรุกมากขึ้น สะท้อนจากไตรมาส 4/65 ที่กลับมาซื้อหนี้เสียได้ 2.9 พันล้านบาท เทียบกับทั้งปี 65 ที่ซื้อเข้ามาได้ทั้งหมด 4.5 พันล้านบาท เท่านั้น

*** มองกำไรปี 66 ทำนิวไฮต่อ คาดโต 26 - 43%

บล.ทรีนีตี้ มองว่ากำไรสุทธิปี 66 ของ JMT ยังมีแนวโน้มทำนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเมินไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 43% จากปีก่อน หนุนโดยการจัดเก็บเงินสดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวในช่วงปีก่อน เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจนในช่วงปี 66

อีกทั้ง จะเห็นการซื้อหนี้เสียของ JMT กลับมาสูงขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ หลังเห็นสัญญาณการขายหนี้จากสถาบันการเงินสูงขึ้น ตามการหมดระยะเวลาช่วยเหลือลูกหนี้ นอกจากนี้ ยังคาดจะเห็นส่วนแบ่งกำไรจาก JKAMC ที่มากขึ้นกว่าปีก่อน จากการรับโอนหนี้จาก KBANK เข้ามาเพิ่มเติม

สอดคล้องกับ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 66 ของ JMT ไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 26% จากปีก่อน หนุนโดยการซื้อหนี้เสียที่สูงขึ้นด้วยต้นทุน 5 พันล้านบาท อีกทั้งจะรับรู้กำไรจาก JKAMC ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 434 ล้าบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งเต็มปีครั้งแรก และการซื้อหนี้เสียจาก KBANK เพิ่มขึ้น และเร็วกว่าเป้าหมายในปี 65

ทั้งนี้ JMT ได้เข้าซื้อหนี้เสียจาก KBANK แล้วราว 7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าที่อยู่ในระดับ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Cost to income จะทรงตัวอยู่ในระดับ 48% จากค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายและการดำเนินคดีที่สูงขึ้น รวมทั้งรับรู้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการทำ IPO ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจ (JAM)

*** จ่อปรับโครงสร้างก่อนดัน JAM เข้าตลาด

บล.ทรีนีตี้ มองว่า JMT อาจมีการปรับโครงสร้างธุรกิจจากการเตรียมนำ JAM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยคาดว่า JMT จะบริหารพอร์ตหลัก คือ หนี้ไม่มีหลักประกัน ส่วน JAM จะบริหารหนี้ที่มีหลักประกัน ซึ่ง JAM จะได้เงินที่ได้จากการระดมทุนไปซื้อหนี้เพิ่มเติม

*** กูรูชี้หุ้นตอบรับปัจจัยลบไปหมดแล้ว

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แม้ผลการดำเนินงานของ JMT จะมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลงไปกว่า 28% สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจชะลอตัวไปมากแล้ว จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนในระยะกลาง – ยาว

สอดคล้องกับ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ยังคงแนะนำซื้อ JMT แม้ราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้าจะปรับตัวลงแรงอย่างมีนัยสำคัญ จากความกังวลต่อการจัดเก็บเงินสดที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อสูง อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ JMT ยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว

นอกจากนี้ JMT ยังมีโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น จากเงินเพิ่มทุน KINVESTURE จำนวน 3.5 พันล้านบาท รวมทั้งยังสามารถระดมทุนจากหุ้นกู้เพิ่มได้ด้วย จากการมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.3 เท่า

*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ JMT ยังมีแนวโน้มเดินหน้าทำนิวไฮได้ต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 2 – 3 ปี จากการเป็นผู้นำของกลุ่มอุตสาหกรรม และการมีพันธมิตรที่ดีอย่าง KBANK อีกทั้ง สภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว จะช่วยหนุนการเก็บเงินสดเพิ่มขึ้นได้ดีอีกด้วย

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.) ทรีนีตี้ ซื้อ 80.00 เคจีไอ Neutral 72.00 เอเชีย พลัส ซื้อ 65.00 ดาโอ ซื้อ 64.00 ราคาเฉลี่ย + 70.25+

แม้เช้านี้ราคาหุ้น JMT จะปรับตัวขึ้นสูงสุด 7% แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นอีกถึง 34% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ อีกทั้ง เมื่ออ้างอิงข้อมูลของโบรกเกอร์ ดูเหมือนว่า ราคาหุ้น JMT จะตอบรับปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานไปหมดแล้ว จึงทำให้ราคาหุ้นกลับมาอยู่ในจุดน่าสนใจอีกครั้ง ….

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...