Upcycling Upstyling ปีที่ 3 โดย GC นำขยะพลาสติกมาทำเป็นของใช้สุดเก๋ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกให้โลก
Reporter Journey
อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 14.32 น. • Reporter Journeyใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ใช้ขวดน้ำส่วนตัวแทนแก้วที่ร้านค้า ใช้กล่องใส่อาหาร แก้ว หรือ หลอดที่ทำจากพลาสติกย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แคมเปญเหล่านี้กลายเป็นสิ่งคุ้นชินที่ทุกคนปรับตัวได้ดีขึ้น รวมถึงแคมเปญรักษ์โลกที่รณรงค์ให้คนหันมาใช้ชีวิตตามแนวคิดการหมุนเวียนด้วยการรีไซเคิล อัพไซเคิล เพื่อลดคาร์บอนกันคนละไม้คนละมือ
เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าก๊าซตระกูลคาร์บอนที่เป็นผลทำให้โลกร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเราช่วยกันลดการทิ้งขยะคนละไม้คนละมือก็อาจจะยังไม่เพียงพอ
GC ได้พาโครงการ Upcycling Upstyling ปีที่ 3 จากแนวคิดที่อยากเห็นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้มากที่สุด ซึ่งธีมหลักของโครงการคือ Together to Net Zero ผ่าน 3 แนวคิดคือ ผ่าน 3 ได้แก่ Collect Together, Upcycling Together และ Impact Together
ด้วยจุดยืนนี้ GC จึงจับมือร่วมกับ 8 พาร์ทเนอร์มากความสามารถ ได้เข้ามาร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์ของใช้ที่ทำจากขยะพลาสติก ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้จริงและมีความเป็นแฟชั่นที่คนทั่วไปใช้ได้ทุกวันด้วย
การจับมือครั้งนี้ได้ 8 แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ ตั้งแต่ L’OCCITANE, แสนสิริ, สยามพิวรรธน์, การบินไทย, ธนาคารกสิกรไทย, สภากาชาดไทย, สานพลัง, วิสาหกิจเพื่อสังคม และ UPTOYOU ทั้งยังร่วมกับ 8 ผู้ประกอบการในเครือของ GC อย่าง ประชาอาภรณ์, ไทยแทฟฟิต้า, SC GRAND, THE CARPET MAKER, tpbi, MBJ, MARSHALL และรุ่งทวีวิวัฒน์ และยังได้ 8 นักออกแบบแบรนด์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย ได้แก่ Greyhound, Issue, ภิพัชรา, Vinnpatararin, ดอยตุง, โมเดอร์นฟอร์ม, เจิดดีไซน์แกลเลอรี่ และ Thxful For Small Mercies
ทั้ง 8 แบรนด์คู่ค้าที่เข้าร่วมโครงการนี้ GC ได้ใช้พื้นที่ทางความคิดและการจัดการข้าวของเหลือใช้มาสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากการคัดแยกขยะและของเหลือใช้ซึ่งได้มาจากการผลิตสินค้า คัดสรรเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ ใส่แรงใจ ใส่ไอเดียออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์อัพไซเคิลในที่สุด
โครงการ Upcycling Upstyling นอกจากจะช่วยลดขยะและเพิ่มการหมุนเวียนทรัพยากรด้วยงานดีไซน์แล้ว ยังสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนทั่วไปที่ได้เข้ามาเห็นพื้นที่การแยกขยะของแต่ละแบรนด์ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือสร้างความคุ้นชินให้กับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากโครงการนี้ ความคุ้นชินต่อการใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่
นายวริทธิ์ นามวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม GC Group ย้ำถึงความต้องการของโครงการที่อยากเห็นเศรษฐกิจหมุนเวียนมีความยั่งยืน ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และต้องลดการปล่อยคาร์บอน 20 เปอร์เซ็นให้ได้ภายในปี 2573 และเตรียมพร้อมเดินเข้าสู่ Net Zero ในปี 2593
Upcycling Upstyling จึงเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเพื่อเข้าสู่เป้าหมายของ GC งานนี้ระดมพลคนชอบงานดีไซน์มาลงมือออกแบบผลิตภัณฑ์ อีโคดีไซน์ (Eco -Design) จนได้ออกมาเป็น 15 คอลเลคชัน แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ (Fashion & Lifestyle), กลุ่มสินค้าสำหรับผู้รักแอดแวนเจอร์และท่องเที่ยว (Adventure & Travelling) และกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน (Home & Decoration)
เราเลยอยากพาไปชม 3 ตัวอย่างผลงานสุดครีเอตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่ยังคงฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง และไม่ซ้ำใครแน่นอน
ECO - Buddy
ECO - Buddy ผลงานที่ร่วมมือกันโดย SiamPiwat, ECOTOPIA, Smileyhound และ Rungthaveeviwat จัดเป็น ECO - Design ในกลุ่ม Adventure and traveling
คอนเซปต์ของผลงานชิ้นนี้คือการได้เห็นผู้ออกไปเที่ยวเยอะขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา เราต้องติดแหง่กอยู่ในบ้านด้วยวิกฤตโรคระบาด การออกจากบ้านในครั้งนี้ของใครหลาย ๆ คนจึงเป็นการออกไปเที่ยวและรับสัมผัสธรรมชาติมากขึ้น
“ช่วงเวลานี้หรือในปีหน้าที่จะถึง คนเริ่มสนใจเรื่องการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเยอะขึ้นมาก เราเริ่มเห็นศัพท์คำว่า camping glamping เกิดขึ้นด้วย ฉะนั้นเลยมองว่า เราเลยออกแบบชิ้นนี้มาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมันมีความโมเดิร์นขึ้น ใส่ออกไปท่องเที่ยวแบบเท่ ๆ ได้”
ECOTOPIA เป็นแหล่งรวมสินค้าของคนรักษ์โลก ที่สินค้าเกิดจากหมุนเวียนขยะต่างๆมาผลิตซ้ำใหม่ ในขณะที่ Smileyhound เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ และการให้แฟชั่นเข้าถึงได้ทุกคน การมาเจอกันของทั้งคู่ทำให้เกิดการออกแบบผลงานนี้อย่างลงตัว ECO - Buddy มีหลาย Product ด้วยกัน ตั้งแต่ เสื้อ หมอนผ้าห่ม หมวกสองด้าน จนไปถึงผ้าคลุมขวดน้ำ เป็นผ้าร่มมีน้ำหนักเบา กันน้ำได้เล็กน้อย
“เราอยากให้ ECO Buddy เพื่อนที่พกพาไปไหนก็ได้”
ซึ่งนอกจากได้เพื่อนที่ลงตัวทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว เพื่อนพกพาเหล่านี้ยังรักษ์โลกเพราะวัสดุที่ใช้ทำผลงานเป็น ผ้า Upcycling ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์ 100 เปอร์เซ็น
เทียบเท่าได้กับการปลูกต้นไม้ประมาณ 5 ต้นในระยะเวลา 10 ปี และช่วยลดขยะจากขวดพลาสติกได้ถึง 57 ขวด
Greyhound x Thai Red Cross
ชิ้นนี้เกิดจากการระดมฝีมือจาก Thai Red Cross (สภากาชาดไทย), Greyhound และ Marshall ถือเป็น ECO - Design ประเภท Fashion & Lifestyle
ความสนุกของผลงานนี้เริ่มต้นจากการสภากาชาดไทยอยากเห็นผลงานที่สะท้อนถึงความเป็นสภากาชาดไทยในแบบทันสมัย และคนรู้สึกอยากใช้งาน ความเป็นสภากาชาดคือสัญลักษณ์กากบาทสีแดงพื้นสีขาว เป็นลักษณ์ของความช่วยเหลือ ซึ่งเอกลักษณ์จุดนี้ ทำให้ Greyhound นำไปออกแบบผลงานสุดแฟชั่นได้อย่างลงตัว
ด้วยแบรนด์ Greyhound ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในความเป็น Street Urban อยู่แล้ว ผลงานนี้จึงออกมาเป็นกระเป๋าสะพายข้างที่มีความเก๋ มีความทันสมัยและเหมาะกับการใช้งานอยู่ในตัว
แน่นอนว่าลายกระเป๋าทุกใบเป็นลายสีแดงพื้นสีขาวตามสัญลักษณ์ของสภากาชาดไทย
“เราเอาความเป็น signature ของ Greyhound มาผสมกับการใช้วัสดุรีไซเคิล ใจหนึ่งเราก็อยากให้คนที่ใช้นึกถึงเรื่องการรีไซเคิลตลอดเวลา แต่อีกใจก็อยากให้เขาเห็นแล้วรู้สึกอยากดึงไปใช้เลยโดยไม่ต้อง ไม่ต้องมานั่งคิดถึงเรื่องพวกนี้”
“ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนมันเกิดขึ้นมาแล้วมีคนอยากใช้จริง ๆ สักวันหนึ่งการใช้ผ้า Upcycling จะกลายเป็นสิ่งพื้นฐานในการผลิตสินค้าเหล่านี้”
กระเป๋าในคอลเลคชั่นนี้ทำจากขวดพลาสติกโพลีเอสเตอร์ที่ใช้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นการลดขยจะขวดพลาสิกได้ 32 ขวด และเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 3 ต้นภายใน 10 ปี
Pipatchara x Sansiri / Fill It Collection
ชิ้นสุดท้ายเกิดจากการร่วมออกแบบโดย Sansiri, Pipatchara และ SC Grand จัดอยู่ในกลุ่ม ECO - Design ประเภท Fashion & Lifestyle
แสนสิริไม่ได้โฟกัสเพียงแค่การสร้างบ้าน แต่ยังคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ด้วย แสนสิริอยากให้ลูกบ้านได้สัมผัสถึงความยั่งยืนและตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คอลเลคชั่นนี้จึงเป็นการออกแบบที่คำนึกถึงไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านด้วย
Pipatchara เป็นแบรนด์ที่จริงจังกับการใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การได้ร่วมออกแบบคอลเลคชันที่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแสนสิริจึงเป็นอีกสิ่งที่ท้าทายแต่เข้ากันได้อย่างลงตัว
“สิ่งที่เราคิดมาทำให้เกิดคอลเลคชั่นนี้ขึ้นมาคือ Fill It มันคือการเติมให้เต็ม ซึ่งคำว่าเติมของแสนสิริเอง อาจสื่อถึงการเติมอุปกรณ์หรือคีย์การ์ดต่าง ๆ ให้ลูกบ้านถือไปไหนมาไหนสะดวก แต่ในส่วนที่ Pipatchara เติมลงไปในใบนี้คือความ Practical และ Functional ที่สามารถใช้ได้จริง”
ความแฟชั่นและฟังก์ชั่นที่ว่า ทำให้ผลงานนี้ออกมาเป็นกระเป๋าใส่เอกสารสีผ้าดิบ ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามีความ Unisex และมีความเรียบหรูภายในตัว
สำคัญคือกระเป๋าใบนี้ใช้ผ้า Upcycling ด้วยขวดพลาสติกโพลีเอสเตอร์ที่ใช้แล้ว 30 เปอร์เซ็น ผสมกับเศษด้ายและเศษผ้า ลดขยะพลาสติกด้ประมาณ 35 ขวด และเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 3 ต้นภายใน 10 ปีเลยทีเดียว
ไม่รอช้า ช้อปผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเหล่านี้ได้เลย เพียงคลิ๊ก https://productsandsolutions.pttgcgroup.com/th/circular-living-shop และ https://uptoyou.live