ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนกันยายน 2026
ก้าวเข้าสู่เดือนเก้าของปี 2026 วันนี้เรามี ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนกันยายนมาป้ายยากันอีกแล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง
Related Article:
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนสิงหาคม 2026
กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งนักชิม และเมืองนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยร้านอาหารใหม่ ๆ เช่น ร้านอาหารตามฤดูกาล และคอนเซ็ปต์สุดสร้างสรรค์ ตั้งแต่เชฟหน้าใหม่ที่คุณต้องรู้จัก ไปจนถึงร้านอาหารสุดฮิตที่คุณต้องจองโต๊ะให้ได้ ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการอาหารของกรุงเทพฯ ได้ในบทสรุปประจำเดือนของเรา
เผลอแป๊บเดียว เราก็เดินทางมาถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 กันแล้ว เวลาผ่านไปไวแบบไม่ทันตั้งตัว… และคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการตื่นเช้ามาตบไหล่ขอบคุณตัวเอง พร้อมให้รางวัลชีวิตด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษสักมื้อ
ถือเป็นโชคดีของชาวกรุงเทพฯ เพราะในเดือนนี้ มีทั้งการเปิดตัวของร้านอาหารน้องใหม่ เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และประสบการณ์การกินดื่มแปลกใหม่ที่พร้อมให้คุณไปสัมผัส คุณเคยลองลิ้มรสความนุ่มฉ่ำของเป็ดที่ปรุงด้วยเครื่อง Duck Press เลอค่าที่มีเพียงแห่งเดียวในไทยแล้วหรือยัง? หรือกำลังมองหามื้อกลางวันทรงคุณค่าในบรรยากาศระดับ 2 ดาวมิชลิน? ไปจนถึงเรื่องราวของ ‘สาโท’ และศาสตร์แห่งการหมักดองที่ชวนให้หลงใหล… มาร่วมค้นหาคำตอบและดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งรสชาติพร้อมกันได้เลย
ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนกันยายน 2026
Mitr Street by Ruay Mitr คือร้านน้องใหม่สุดเก๋ที่มาพร้อมมุมถ่ายรูปสุดปังในย่านท่าเตียน (ร้านอาหารใหม่)
ต่อยอดความสำเร็จจาก “รวยมิตร ข้าวต้มกุ๊ย” ทางคุณ ธัชชัย นาคพันธุ์ ผู้ก่อตั้ง Supanniga Group ได้เปิดตัว “Mitr Street by Ruay Mitr” หมุดหมายความอร่อยแห่งใหม่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ท่าเตียน ร้านนี้นำเสนอรสชาติที่คุ้นเคยในมุมมองใหม่ โดยเน้นชูเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดสไตล์ไทย-จีน และเมนูผัดกระทะร้อนไฟแรงที่หอมกลิ่นกระทะเฉพาะตัว ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักเป็นกันเองอันเป็นเอกลักษณ์ที่มัดใจแฟนคลับมาอย่างยาวนาน
ตัวตึกแถวเฮอริเทจโบราณได้รับการเนรมิตโฉมใหม่โดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง “ศรัณย์ เย็นปัญญา” ตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้านและลวดลายวอลเปเปอร์สุดสนุกสนานที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้นตลอดทั้ง 6 ชั้น โดยมีไฮไลต์อันเป็นหัวใจสำคัญคือ rooftop bar บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งเผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของวัดโพธิ์และสถาปัตยกรรมโดยรอบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งชิลจิบสเปเชียลตี้ค็อกเทลสไตล์ “ThaiKi” (ไทย-จีนผสมผสานติ๊กกี้) พร้อมชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ในส่วนของจานอร่อย การันตีความฟินด้วยเมนูคลาสสิกอย่างหมูกรอบทอดเนื้อฉ่ำ และไก่ย่างสีแดงสไตล์สตรีทฟู้ดไทย ทานคู่กับขนมกุยช่ายทอดกรอบนุ่มที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สายเนื้อต้องลองเนื้อสันในผัดเร็วสไตล์ฮ่องกง ส่วนเมนูจานหลักยกให้เล้งแซ่บภูเขาไฟรสชาติเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านถึงใจ และเนื้อปูก้อนจัมโบ้ผัดไข่นุ่มละมุนลิ้น…
Mitr Street by Ruay Mitr, 119 ซอยท่าสุพรรณ, ท่าเตียน, เขตพระนคร, กรุงเทพฯ, พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 22.00 น
Sato Sammosorn ชวนสัมผัสเสน่ห์ ‘สาโท’ และศิลปะการหมักดอง ในบรรยากาศอิซากายะล้านนาสุดคึกคักย่านพญาไท
หากคุณเป็นคนที่หลงเสน่ห์การนั่งทานอาหารบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ Sato Sammosorn คือหนึ่งในลิสต์ที่คุณไม่ควรพลาด ร้านน้องใหม่ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้เปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของเชฟมากฝีมืออย่าง ‘ชาลี กาเดอร์’ (Chalee Kader) ที่หยิบยกเรื่องราวของสาโท (ไวน์ข้าวไทย) และศาสตร์แห่งการหมักดองมาถ่ายทอดผ่านคอนเซปต์ร้านอาหารสไตล์อิซากายะภาคเหนือ บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความรื่นเริงมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับการแฮงเอาต์ผ่อนคลาย ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะโดดเด่นด้วยคอนเซปต์เฉพาะตัว แต่ราคาอาหารกลับเป็นมิตรอย่างน่าประหลาดใจ โดยมีเมนูทานเล่นสำหรับแบ่งกันชิมเริ่มต้นเพียงประมาณ 100 บาทเท่านั้น
ด้านรสชาติอาหารอัดแน่นด้วยความจัดจ้านถึงใจสไตล์ไทยแท้ เมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ แหนมห่อใบมะยมรสกลมกล่อม, เส้นด้องแด้งผัดกระทะร้อนหอมกลิ่นกระทะ, ปลาหมึกตากแห้งหมักเกลือทานคู่กับไข่เค็มมัน และแกงป่าหอยแครงรสเผ็ดร้อนแรงขั้นสุดชนิดที่ไม่ล้อเล่นกับลิ้นคนกิน แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญคือการได้จิบสาโทสูตรพิเศษที่มีให้เลือกชิมหลากหลายรสมือ โดยมีซอมเมอลิเยร์คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดมื้อ
Sato Sammosorn, 5/15 ถนนพหลโยธิน, แขวงพญาไท, เขตราชเทวี, กรุงเทพฯ, เปิดให้บริการวันพุธ-วันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 17.30 – 00.00 น.
Spicy Sombrero เติมสีสันให้วงการอาหารเม็กซิกันในกรุงเทพฯ (ร้านอาหารใหม่)
วงการอาหารกรุงเทพฯ คึกคักขึ้นอีกระดับกับการเปิดตัวของ Spicy Sombrero ร้านอาหารเม็กซิกันน้องใหม่ที่เกิดจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งและเชฟผู้หลงใหลในวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของเม็กซิโกอย่างลึกซึ้ง หลังจากสั่งสมประสบการณ์ผ่านการทำป๊อปอัปทาโก้และทุ่มเทพัฒนาเทคนิคการทำทาโก้จนเชี่ยวชาญ เขาพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดเสน่ห์สตรีทฟู้ดเม็กซิกันอันเต็มไปด้วยชีวามาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้สัมผัส โดยนำเสนอผ่านเมนูกรุบกรอบคลาสสิกดั้งเดิมที่คุ้นเคยอย่าง ทาโก้ (Tacos), ทากีโตส (Taquitos), เบอร์เรีย (Birria) และคาร์นิตาส (Carnitas)
ความพิเศษของที่นี่คือการสร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ที่รังสรรค์มาให้ถูกปากชาวเอเชียโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ‘โทสตาดาหน้าดาลมัคคานี’ (Dal Makhani Tostada), ‘เคซาดียาไส้ดอกโสนและชีสปานีร์’ ไปจนถึงจานย่างที่เลือกจับคู่ทานกับข้าวบาสมาติได้อย่างลงตัว พร้อมตัวเลือกเมนูมังสวิรัติอีกหลากหลายรายการ
Spicy Sombrero, 185 ถนนสุขุมวิท, เขตวัฒนา, กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 00.00 น.
ลิสต์เมนูใหม่ และ ข่าวสารวงการอาหารอื่น ๆ ประจำเดือนกันยายน 2026
Anne-Sophie Pic at Le Normandie เสิร์ฟมื้อกลางวันสุดหรูระดับ 2 ดาวมิชลิน ตอบโจทย์วันทำงาน
เมื่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต่อมรับรสของคุณโหยหาความประณีตระดับสองดาวมิชลิน Anne-Sophie Pic at Le Normandie บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok พร้อมตอบโจทย์ชีวิตเมืองด้วยการเปิดตัวโปรแกรม Business Lunch 3 คอร์ส รังสรรค์ขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องเวลา ให้คุณได้ดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งรสชาติอันสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานเหมือนมื้อค่ำทั่วไป
เมนูในคอร์สนำเสนอผ่านปรัชญา ‘Suffusion’ อันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟ Anne-Sophie Pic ชูรสชาติอันละเมียดละไมเริ่มจาก หน่อไม้ฝรั่งขาวส่งตรงจากลัวร์เสิร์ฟพร้อมแกงมาดราสและซาบายองกาแฟ หรือปูบริตตานีจับคู่กับอะโวคาโดรมควัน พิสตาชิโอซิซิลี และดอกชบา ส่วนจานหลักมีไฮไลต์อย่างปลาซาร์ดีนย่างถ่านเนื้อนุ่มเคียงด้วยบวบฝรั่ง ปิดท้ายด้วยของหวานสุดประทับใจอย่างสตรอว์เบอร์รี Mara des Bois กับมัทฉะกานาช หรือมูสช็อกโกแลตทานคู่ไอศกรีมมิ้นต์เจอเรเนียม
สัมผัสประสบการณ์มื้อกลางวันสำหรับนักธุรกิจนี้ได้ในราคา 4,500++ บาทต่อท่าน (พร้อมตัวเลือกคอร์สเสริม และบริการ Beverage Pairing ทั้งแบบแอลกอฮอล์และ Non-alcoholic) โดยเปิดให้บริการทุกวันพุธถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้าน Anne-Sophie Pic at Le Normandie โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
ARTUR คืนชีวิตให้ศิลปะการปรุงอาหารฝรั่งเศสข้างโต๊ะอันแสนโรแมนติก
ท่ามกลางร้านอาหารฝรั่งเศสเปิดใหม่มากมายทั่วกรุงเทพฯ การได้กลับมาเยือนร้านระดับตำนานที่ก้าวผ่านบททดสอบแห่งเวลาก็จดจำได้ถึงเสน่ห์อันไม่เสื่อมคลาย ในฤดูกาลนี้ ARTUR Restaurant พร้อมนำเสนอเมนูโฉมใหม่ที่ยังคงชูความคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิม ผสานความประณีตและความโรแมนติกไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเมนูขึ้นชื่ออย่าง หอยเอสการ์โกสไตล์บูร์กอญ, หอยนางรมร็อกเกอเฟลเลอร์ รอยัล หรือสเต๊กฟลองเบต์ (Steak Diane) ที่ยังคงเป็นดาวเด่นประจำร้าน
ไฮไลต์ใหม่ที่ไม่ควรพลาดคือชุด Cafe de Paris Steak Celebration ที่เน้นศิลปะการปรุงและนำเสนออาหารข้างโต๊ะ (Table-side theatre) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ ARTUR มาตั้งแต่ปี 2009 เริ่มต้นมื้อด้วยต้อนรับจากเวลคัมค็อกเทลสูตรพิเศษ ตามด้วยตัวเลือกระหว่างซุปข้นกุ้งมังกรผสมคอนญัก หรือสลัดซีซาร์ที่ปรุงสดข้างโต๊ะ เสิร์ฟต่อด้วยสเต๊กเนื้อแบล็กแองกัสริบอายราดซอสคาเฟ่เดอปารีสฉ่ำๆ พร้อมเฟรนช์ฟรายส์ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานคลาสสิกอย่าง เครปซูเซตต์ (Crepes Suzette) ทานคู่ไอศกรีมวานิลลา
นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์ระดับตำนานอย่างประสบการณ์ Canard au Sang หรือการแล่เป็ดข้างโต๊ะอย่างประณีต ก่อนนำเข้าเครื่องอัดเป็ดเงินแท้ Christofle Silver Duck Press อันโด่งดัง ซึ่ง ARTUR ถือเป็นร้านเดียวในประเทศไทยที่ยังคงให้บริการเป็ดอัดซอสสูตรโบราณนี้อย่างสมบูรณ์แบบ พิธีการอันทรงเสน่ห์นี้คู่ควรแก่การสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้ง และหากโชคดี คุณอาจได้รับการดูแลจาก Monsieur Artur เจ้าของร้านด้วยตัวเอง ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสยุคทองของ Fine Dining ที่เขารักและรักษาไว้ได้อย่างงดงาม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ARTUR
Jing เปิดตัวประสบการณ์เป็ดย่างปักกิ่งโฉมใหม่ ผสานกลิ่นอายดอกหอมหมื่นลี้อันละมุน
หากคุณยังไม่เคยแวะไปที่ร้าน Jing ในโรงแรม Andaz One Bangkok ถือว่าพลาดหนึ่งในร้านอาหารจีนบรรยากาศดีที่สุดของกรุงเทพฯ ไปอย่างน่าเสียดาย ตัวร้านโดดเด่นด้วยแสงธรรมชาติที่สาดส่องโปร่งสบายในเวลากลางวัน พร้อมชมทิวทัศน์ใจกลางเมืองอันงดงามยามค่ำคืน ที่นี่เคยครองใจสายกินด้วยเมนูเด็ดอย่างเต้าหู้มาโปเนื้อวากิว, มะเขือม่วงตุ๋น และปลากะพงต้มผักกาดดอง แต่นี่คือช่วงเวลาสำคัญเมื่อ Jing ได้ต้อนรับ เชฟ Hangqi Sun เชี่ยวชาญด้านเป็ดย่างประสบการณ์กว่า 20 ปี มารังสรรค์มิติใหม่ของการทานเป็ดย่างปักกิ่งสูตรดั้งเดิมที่ไม่ซ้ำใคร
เคล็ดลับความอร่อยเริ่มจากการนำเป็ดไปผึ่งลมไพรส์นานถึง 3 วัน ก่อนนำไปย่างในเตาแขวนแบบโบราณ เพื่อให้ได้หนังสีเหลืองทองกรอบกริ๊บแต่เนื้อด้านในยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ ซึ่งแตกต่างจากการทำเป็ดย่างสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการราดน้ำมันร้อน ความพิเศษยิ่งกว่านั้นคือเชฟจะประโคมความหอมด้วยการโรยดอกหอมหมื่นลี้ (Osmanthus) ลงบนตัวเป็ดอย่างประณีต เสิร์ฟคู่กับน้ำตาลดอกหอมหมื่นลี้สำหรับจิ้มคู่กับหนังเป็ดกรอบๆ โดยมีชาดอกหอมหมื่นลี้แบบสปาร์กลิงเสิร์ฟให้จิบตัดเลี่ยนและปรับรสสัมผัสในปากได้อย่างลงตัว
ยามทานเนื้อเป็ดแล่ คุณจะได้จับคู่แผ่นแป้งนุ่ม ๆ กับซอสฮอยซินผสมน้ำผึ้งสไตล์ปักกิ่ง พร้อมแนบชิ้นเมลอนฝานบางเพิ่มมิติความหวานสดชื่น ก่อนจะปิดท้ายมื้อด้วยเมนูจากโครงเป็ด ซึ่งเลือกได้ระหว่างเป็ดผัดพริกเกลือรสจัดจ้าน หรือซุปเป็ดตุ๋นรสกลมกล่อมเข้มข้นที่บอกเลยว่าห้ามพลาด… สัมผัสลิ้นรสเป็ดย่างปักกิ่งสูตรพิเศษนี้ได้ในราคา 1,800++ บาทต่อตัว (แนะนำสำหรับ 4 ท่าน) ณ ร้าน Jing โรงแรม Andaz One Bangkok
IGNIV Bangkok รังสรรค์เมนูใหม่ ต้อนรับเสน่ห์แห่งฤดูใบไม้ร่วง
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฤดูใบไม้ร่วงจะเวียนกลับมาอีกครั้ง IGNIV Bangkok ร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลิน จึงพร้อมต้อนรับฤดูกาลใหม่ด้วยการเปิดตัว Fine Dining ในรูปแบบ Sharing Plates จำนวน 19 จาน รังสรรค์ขึ้นเพื่อเชื่อมโยงมิติรสชาติระหว่างยุโรปและเอเชียอย่างลงตัว จานเด่นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ ปลาเทอร์บอตเสิร์ฟพร้อมซอสเบอร์บลอง (Beurre Blanc) ผสมคอมบุจากภูเขา, ทาร์ทาร์เนื้อบุรีรัมย์ปรุงรสด้วยกระเทียมดำในสไตล์สวิส และ ฟัวกราส์ที่นำเสนอผ่านสองอุณหภูมิ เสริมรสด้วยมะแขว่นและพลัมไทย
ปิดท้ายมื้อด้วยของหวาน “Vermicelles-Cherry” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูเกาลัดสไตล์สวิสคลาสสิก ก่อนจะส่งแขกกลับบ้านด้วยความประทับใจผ่านตู้ขนมหวาน “Candy Store” อันเป็นเอกลักษณ์ ให้ได้เลือกหยิบของขวัญชิ้นหวานติดไม้ติดมือกลับไป
สัมผัสรสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงผ่าน Tasting Menu เต็มรูปแบบได้ในราคา 5,500++ บาทต่อท่าน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ณ IGNIV Bangkok
Paii ณ The House on Sathorn ต้อนรับเชฟคนใหม่ พร้อมเปิดตัวเมนูอาหารไทยร่วมสมัยฉบับรังสรรค์ใหม่
Paii ร้านอาหารทะเลสไตล์ไทยร่วมสมัยภายในคฤหาสน์โบราณอันเปี่ยมประวัติศาสตร์อย่าง The House on Sathorn ต้อนรับ เชฟบัว (สโรชา รัชตะนาวิน) ในฐานะ Head Chef คนใหม่ พร้อมเปิดตัวเมนูที่ชูการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ยุคใหม่และการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืน โดยมีจานไฮไลต์ซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ ปลาฮามาจิหมักสาหร่ายคอมบุ (Kombujime) ในน้ำยำต้มข่า, ปลาหิมะอบหม้อดินเผาเสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องออร์แกนิก และ ซี่โครงหมูบาร์บีคิวเคลือบซอสเครื่องเทศพะโล้สไตล์ปักษ์ใต้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Paii at The House on Sathorn
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Feature Image by Mitr Street by Ruay Mitr via IG
Hero Image by Sato *Sammosornvia*IG
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.