โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปชป.” ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “กรณ์” ซัดแก้ไม่ตรงจุด หวั่นหนี้พุ่งทะลุเพดาน 70%

สยามรัฐ

อัพเดต 48 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"กรณ์ จาติกวณิช" นำทีม ปชป. และฝ่ายค้านเตรียมโหวตคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เป้าโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านหลังทำจริงไม่ได้ แบกต้นทุนดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น พร้อมเตือนสัดส่วนหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ของ GDP

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.19 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ มีการพิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ต่อมานายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตน สส.พรรคประชาธิปัตย์ และ สส.ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหลัก 4 ประการ ได้แก่ เศรษฐกิจโตช้า ปัญหาโครงสร้างจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด รายได้ประชาชนลดลง และค่าครองชีพที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเห็นด้วยว่าราคาน้ำมันมีส่วนสร้างปัญหา และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐบาลมีอำนาจออก พ.ร.ก. ได้ แต่การกู้เงินมาแจกเป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่ววูบ ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างระยะยาวให้แก่ประชาชน

นายกรณ์ กลาวต่อว่า สำหรับโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือน นายกรณ์ ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้จริง โดยเปิดเผยสถิติการติดตั้งที่ผ่านมาว่า ปี 2568 ทั้งประเทศติดตั้งได้เพียง 100,000 ครัวเรือน ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะติดตั้งได้ 140,000 ครัวเรือน ปี 2570 ประเมินแบบก้าวกระโดดก็ทำได้ราว 200,000 ครัวเรือน สถิติดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลจะทำได้ไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายขั้นต่ำ และคิดเป็นเพียง 1 ใน 5 ของเป้าหมายสูงสุดที่ 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงจะบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น เมื่อระยะเวลาดำเนินการจริงยาวนาน จึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบกู้เงินทั้งก้อนมากองไว้ภายในเงื่อนไข พ.ร.ก. ที่ต้องกู้ให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยให้ประเทศโดยไม่จำเป็น

นายกรณ์ ยังเตือนถึงวิกฤตความมั่นคงทางการคลัง โดยระบุว่าปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึงร้อยละ 67 แล้ว เมื่อรวมกับการกู้ชดเชยการขาดดุลปี 2569 ที่เหลือ งบประมาณปี 2570 อีก 800,000 ล้านบาท และ พ.ร.ก. ฉบับนี้อีก 400,000 ล้านบาท จะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 1.8 - 1.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP ภายในปีเดียว ซึ่งจะทำให้เพดานหนี้สาธารณะที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 พังลงทันที และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงงบประมาณปี 2571 ที่จะไม่เหลือกรอบการกู้เงินเพื่อการลงทุนร้อยละ 20 ตามกฎหมาย

"สภาฯ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบของผมชัดเจนว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ใช่คำตอบ" นายกรณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...