โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

3 พี่น้องบุรีรัมย์สู้ชีวิตลำพัง แม่เสียชีวิต–พ่อติดคุก บ้านไร้ไฟ-น้ำ ยุงชุมไม่มีแม้แต่มุ้ง พี่ชายวัย 13 ออกทำงานดูแลน้อง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม่เสียชีวิต พ่อถูกจำคุก ทิ้ง 3 พี่น้องวัย 13–9 ปีใช้ชีวิตลำพัง บ้านไร้ไฟ-น้ำ ห้องน้ำใช้ไม่ได้ พี่ชายคนโตต้องออกหารับจ้างเลี้ยงน้อง ขณะที่ญาติ–ชุมชนเร่งขอหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ใน จ.บุรีรัมย์ กำลังให้ความสนใจและแสดงความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก3พี่น้องในพื้นที่ ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลัง น.ส.เจนจิรา เจริญรัมย์ ได้โพสต์เรื่องราวพร้อมภาพสภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคมโดยระบุว่า หลังจากแม่เด็กเสียชีวิต ปัจจุบันพ่อของเด็กถูกจำคุก ทำให้เด็กทั้ง3คนต้องอาศัยอยู่กันเอง โดยมีญาติและชาวบ้านใกล้เคียงคอยนำอาหารและสิ่งของจำเป็นมาให้เป็นครั้งคราว

121165 0

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวที่ หมู่ 3 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พบเด็ก3พี่น้องอาศัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งสภาพความเป็นอยู่เป็นไปอย่างยากลำบาก บ้านไม่มีไฟฟ้าและไม่มีน้ำใช้ ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ เสื้อผ้าหลายส่วนไม่ได้ซักเป็นเวลานาน ขณะที่บริเวณบ้านมียุงจำนวนมาก แต่เด็กๆ ไม่มีมุ้งสำหรับใช้ป้องกันยุงในช่วงกลางคืน เด็กทั้ง3คน ประกอบด้วย ด.ช.วันชัย หรือน้องวา อายุ13ปี ด.ญ.น้ำหวาน อายุ11ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ9ปี โดยน้องวา ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้งก่อไฟ หุงข้าว และช่วยจัดหาอาหาร นอกจากนี้ยังออกไปรับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ กับชาวบ้าน เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วน ด.ญ.น้ำหวาน อายุ11ปี ยังคงไปโรงเรียน โดยทางโรงเรียนให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเรียนและค่าใช้จ่ายบางส่วน รวมถึงมีอาหารกลางวันให้รับประทาน ขณะที่ ด.ช.ลีวาย อายุ9ปี ยังไม่ได้เข้าเรียนและต้องอาศัยอยู่ที่บ้าน

121189 0

น.ส.เจนจิรา น้าของเด็กและผู้โพสต์เรื่องราว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พ่อของเด็กเป็นผู้ดูแลลูกทั้ง3คน แต่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักเล็กขโมยน้อยและเคยถูกจับกุมหลายครั้ง ทำให้ต้องเข้าๆ ออกๆ เรือนจำ โดยครั้งล่าสุดถูกจำคุก คดีลักทรัพย์ มาประมาณเกือบ3สัปดาห์ เมื่อเห็นว่าเด็กต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตนรู้สึกสงสารและเป็นห่วง จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อพ่อของเด็กพ้นโทษออกมา เกรงว่าอาจกลับไปใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ขณะที่ที่ผ่านมาไม่ค่อยยอมรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ และบางครั้งไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้ามาช่วยเหลือเด็ก ทำให้ปัญหาความเป็นอยู่ของเด็กยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเด็กทั้ง3คนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่พ่อยังอยู่ในเรือนจำ พร้อมหาแนวทางระยะยาว ทั้งเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขอนามัย ความปลอดภัย และการศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กันเพียงลำพัง

121190 0

น.ส.สมโชค ประเสริฐศรี อายุ47ปี ญาติซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ช่วงที่พ่อของเด็กถูกจำคุก ตนจะนำข้าวสารและอาหารแห้งมาแบ่งให้เด็กๆ เนื่องจากรู้สึกสงสาร แต่ด้วยภาระหน้าที่จึงไม่สามารถเข้ามาดูแลได้ตลอดเวลา เด็กทั้ง3คนจึงต้องช่วยเหลือและดูแลกันเอง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความปลอดภัย และได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องลีวายที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือ

121191 0

ขณะที่ นายสุชิน จันทร์ประโคน ผู้ใหญ่บ้านหมู่3ต.สะแกซำ กล่าวว่า ผู้นำชุมชนรับทราบปัญหาของครอบครัวนี้มาโดยตลอด และที่ผ่านมาได้พยายามให้ความช่วยเหลือตามกำลัง แต่ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพ่อของเด็กไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ยาก และกลายเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง
จากนี้จะนำเรื่องประสานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง3คนโดยเร็ว ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การศึกษา สุขอนามัย และความปลอดภัย
ภูมิภาค55 บุรีรัมย์ #เด็ก3พี่น้อง #เด็กสู้ชีวิต #ช่วยเหลือเด็ก #สะแกซำ #เมืองบุรีรัมย์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...