โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เท้ง' นำฝ่ายค้าน ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล. ชี้กระทบวินัยคลัง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและ สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า โดยประเด็นแรกจะพูดถึงความคุ้มค่าของโครงการ และแผนการใช้เงินของคณะรัฐมนตรีว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการใดบ้าง ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งรัฐสภายังมีอำนาจเต็มในการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนที่ว่าการตรา พ.ร.ก.เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และมีเหตุการณ์จำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม จะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยอยู่ในส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.ก.กู้เงินกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา จึงอยากให้สมาชิกทุกคนใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน และไม่อยากให้มีการตีความว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า สภายังมีอำนาจพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นหรือไม่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการอภิปรายแล้วหากรัฐบาลยังเดินหน้าต่อ และจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องดูความเป็นไปได้ทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา และ พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็น่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาอยู่แล้ว แต่ในฐานะฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงาน เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี และแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงินจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงกองทุนต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยลงทุนได้

“เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลกู้ สุดท้ายจะเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของแหล่งเงินว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร และมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตจากการแถลงของ ครม.เงา ว่าจะมีโครงการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาบางราย มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ติดตามการอภิปรายของสมาชิกในวันนี้ เพราะได้เห็นเนื้อหาบางส่วนแล้ว และจะมีการตรวจสอบว่าโครงการที่เตรียมใช้งบ 2 แสนล้านบาท จะสามารถเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการนำโครงการต่าง ๆ เช่น โซลาร์เซลล์ตามพื้นที่ข้างทาง หรือโซลาร์เซลล์ในภาคการเกษตร มารวมไว้ในโครงการ ทั้งนี้ ยอมรับว่าโซลาร์เซลล์ภาคการเกษตรเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลดค่าไฟ แต่ยังมีเงินกองทุนและช่องทางงบประมาณอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้ จึงอาจไม่จำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อถามว่า การอภิปรายในวันนี้จะเป็นการจัดหนักหรือเป็นการซ้อมย่อยอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจขอให้รอวันจริง ส่วนวันนี้เป็นการเตรียมอภิปรายในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศมีเรื่องวินัยการเงินการคลัง และพรรคต้องการเห็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ จึงพักการให้สัมภาษณ์เป็นเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่นายกฯ เดินทางมาถึง และทำความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้นจึงได้มีการสวัสดี และทักทายกัน

  • ชี้แต่งตั้งบิ๊ก มท. หวังช่วย "ระบอบน้ำเงิน" ย้ำฝ่ายค้านจับตา ขู่ใช้เวทีซักฟอก

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย ว่า อาจจะมีการวิเคราะห์ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเวลานี้อาจจะเกี่ยวข้องกับบริบทการมือง เช่น กำลังจะเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนพูดชัดว่าจะอยู่ในช่วงสมัยประชุมนี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนให้ความเห็นแทนรัฐบาลไม่ได้

เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าเป็นการวางอำนาจทางการเมือง และต้องการจะเคลียร์คดี เช่น คดีเขากระโดง และโกงสอบท้องถิ่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกการแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้อง และคัดเลือกคนที่มีความสามารถมาดำรงตำแหน่ง หากเทียบเคียงกรณีเคยมีแชทข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือช่วงที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยช่วงก่อนการเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญต่างๆ นำมาซึ่งการช่วยเหลือรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ดังนั้นเรื่องนี้ฝ่ายค้านจับตาดูอยู่ หากมีการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราก็ยังมีเวทีใหญ่เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

  • ซัดดีเอสไอ ฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูลโกง สว. เตือน กกต.ใช้อำนาจให้ถูกต้อง

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าจะมีการฟ้องร้องผู้นำเอกสารผลการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาเปิดเผย ถือเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ ว่า สังคมอยากรับรู้ความจริง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลนั้นจะได้มาจากที่ใด หากเป็นความจริง สังคมก็ควรได้รับรู้อย่างตรงกัน หากมองกลับกัน การแสดงความเห็นแบบนี้ รัฐบาลอาจอ้างเรื่องชั้นความลับ หรืออำนาจทางกฎหมาย เพื่อพยายามปิดปากคนที่ตีแผ่ความจริงหรือไม่ ดังนั้นหากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เอง ก็ไม่ควรแสดงความเห็นแบบนี้ ทำให้พวกเราไม่กล้าส่งเสียงเรียกร้อง

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งที่ใกล้ถึงเวลาต้องสรุปว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้ก็น่าจะทราบว่า มติของกกต.จะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า มีสัญญาณว่า จะมีการสังเวยสว.บางคน แต่ไม่ไปถึงระดับตัวการใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง หรือรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ให้กำลังใจ กกต.อย่างเต็มที่ เพราะหลักฐานที่เปิดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการโกงเลือก สว.เกิดขึ้นจริง และกฎหมายก็ให้อำนาจ กกต.ว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อก็ต้องส่งเรื่องให้ศาล กกต.ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดจนสิ้นข้อสงสัย ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้ กกต.ทำหน้าที่ตามกฎหมาย หาก กกต.ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง คนได้รับผลกระทบที่ตามมาอาจจะเป็นกกต.เอง และเราก็จับตาดูเรื่องนี้อยู่ หากเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบก็คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ กกต. แต่ย้ำว่า รอดูความชัดเจนในวันที่ 28 ส.ค.นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...