‘ดาวโจนส์’ พุ่งกว่า 200 จุด ขานรับสหรัฐเร่งซื้อคืนพันธบัตร ดันบอนด์ยีลด์ร่วง
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (19 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ทะยานกว่า 200 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขานรับกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวมากกว่าสองเท่า หวังเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 53,585.81 จุด เพิ่มขึ้น 242.41 จุด หรือ 0.45% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,738.68 จุด เพิ่มขึ้น 46.92 จุด หรือ 0.61% และดัชนีแนสแด็กที่ 26,445.68 จุด เพิ่มขึ้น 155.97 จุด หรือ 0.59%
กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงว่า จะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล โดยภายใต้โครงการดังกล่าวจะซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี พร้อมเพิ่มวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. และดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พ.ย.
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การเพิ่มขนาดการซื้อคืนสะท้อนถึงความต้องการเพิ่มสภาพคล่องในกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลอายุยาว ซึ่งเป็นส่วนที่นักลงทุนในตลาดให้ความสนใจอย่างมาก
การประกาศดังกล่าวส่งสัญญาณว่า กระทรวงการคลังสหรัฐตระหนักถึงปัญหาด้านสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว และพร้อมเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น
หลังการประกาศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงอย่างหนัก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 4.647% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ลดลงสู่ระดับ 5.196% ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวสวนทางกัน
ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีในการซื้อขายวานนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษ
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 19 ปี
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรอ้างอิงสำหรับการกำหนดราคาตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองของสหรัฐ จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับใช้จ่ายลดลง ขณะที่บริษัทต่าง ๆ เผชิญต้นทุนการชำระหนี้ที่สูงขึ้น และอาจลดการลงทุนรวมถึงการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เฟดสายเหยี่ยวหนุน 'ขึ้นดอกเบี้ย' ทันที ชี้ดีกว่าต้องเร่งขึ้นแรงในอนาคต
- 'วอร์ช' ย้ำเฟดพร้อมดำเนินการหากจำเป็น มุ่งดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%
- 'เฟด' คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด แต่ 3 เสียงหนุนขึ้นดอกเบี้ย สกัดเงินเฟ้อ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg