โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์อาจกลับสู่ผู้ป่วยแห่งเอเชียอีกครั้ง

Reporter Journey

อัพเดต 20 สิงหาคม 2569 เวลา 5.55 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Reporter Journey

ฟิลิปปินส์อาจกลับสู่ผู้ป่วยแห่งเอเชียอีกครั้ง

คู่แฝด ”คนป่วยแห่งเอเชีย” ของไทยอย่างฟิลิปปินส์ในปีนี้เศรษฐกิจโตต่างจากปีที่แล้วราวฟ้ากับเหว โดยกลับคืนสู่พื้นฐานที่ควรจะเป็น ไตรมาส 1 โต 2.8% ขณะที่ไตรมาส 2 ลดลงเหลือแค่ 2.3% แม้จะโตกว่าไทยเล็กน้อยที่ 1.9% แต่ก็เป็นการหดตัวลงจากปัญหาหลักอย่างการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรัฐครั้งมโหฬารในแทบทุกโครงการจนถูกสั่งระงับ ปัญหาค่าครองชีพสูงกว่ารายได้ที่ขยายตัว ไร้เสน่ห์ดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างชาติ แม้ประเทศจะมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน แต่เยอะด้วยปริมาณไม่ใช่คุณภาพ ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ 2 ไตรมาสแรกปีนี้ไทยและฟิลิปปินส์ยืนจับมือเป็น 2 อันดับบ๊วยของอาเซียน
-----------------------------------------------------
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่เคยร้อนแรงกลับเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างหนักในช่วงปี 2025 โดยเติบโตถึง 4.4% แต่สำหรับครึ่งแรกของปี 2026 GDP ในไตรมาสแรกโตที่ 2.8% ก่อนจะทรุดตัวลงเหลือเพียง 2.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาดคลี่คลาย

การชะลอตัวอย่างฉับพลันนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาเดียว แต่เป็นผลจากการปะทะกันของความท้าทายภายในประเทศและปัจจัยลบจากภายนอก

ปัญหาภายในที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ

ปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจหนักที่สุดคือการลงทุนก่อสร้างของภาครัฐที่หดตัวรุนแรงถึง 32.4% ในไตรมาส 2 สาเหตุหลักมาจากการระงับและตรวจสอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ โดยเฉพาะโครงการจัดการน้ำท่วมที่มีข้อครหาเรื่องการทุจริตครั้งมโหฬารอีกครั้ง ซึ่งฟิลิปปินส์ไม่เคยหลุดพ้นจากเงามืดของการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐได้เลยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เมื่อเครื่องยนต์ภาครัฐดับ การลงทุนรวมของประเทศ จึงร่วงลงและติดลบไปถึง 9.2%

การบริโภคครัวเรือนชะลอตัวจากการที่ฟิลิปปินส์พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่ในไตรมาสล่าสุดการบริโภคกลับเติบโตเพียง 2.8% เทียบกับ 5.2% ปีก่อนหน้า

เนื่องจากประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทั้งราคาอาหารและพลังงาน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ธนาคารกลางยังคงรักษาระดับไว้สูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

และได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากกว่า 100% และแทบไม่มีแหล่งสำรองพลังงานในประเทศ ทำให้ต้นทุนทุกสิ่งตั้งแต่ไฟฟ้าไปจนถึงการจนส่งสูงกว่าหลายชาติ

อีกทั้งวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ดันแค่ราคาน้ำมัน แต่ยังทำให้แรงงานฟิลิปปินส์ในพื้นที่ตะวันออกกลางสูญเสียงานหรือถูกปรับลดรายได้ ส่งผลให้เงินโอนกลับประเทศ (Remittances) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของครอบครัวฟิลิปปินส์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

และด้วยภาคการเกษตรอ่อนแอจากการมีพื้นที่เพาะปลูกน้อย เทคโนโลยีการเกษตรแบบเก่า และผลลิตต่อไร่ต่ำแต่ต้นทุนสูง การหดตัวของภาคเกษตรกรรมในช่วงต้นปีส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของคนในชนบท และยิ่งเข้าไปซ้ำเติมปัญหาราคาวัตถุดิบและอาหารแพง ทำให้ประเทศผลิตอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในเพื่อเลี้ยงประชากรมากกว่า 100 ล้านคน อาหารและสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเกือบ 70% ฟิลิปปินส์ต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น ทำให้มีปัญหาในเรื่องของความมั่นคงทางอาหารที่ค่อนข้างเสี่ยง และต้นทุนของอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจึงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

และแม้ว่าฟิลิปปินส์จะมีประชากรจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอายุน้อย และมีการบริโภคภายในสูง ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือฟิลิปปินส์มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ไม่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นประเทศหมู่เกาะอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งต้นทุนในการผลิตสินค้าหรือการโรงงานค่อนข้างสูง และมีปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติบ่อยครั้งโดยเฉพาะการเป็นหน้าด่านรับพายุไต้ฝุ่น ซึ่งเฉลี่ยต่อปีฟิลิปปินส์จะต้องเผชิญกับพายุรุนแรงมากกว่า 20 ลูก ทำให้การลงทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างยากลำบาก โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มักได้รับผลกระทบและเสียหาย จากภัยธรรมชาติทุกปี ซึ่งเป็นต้นทุนที่จะต้องนำมาซ่อมแซมและปรับปรุงทุกๆ ปี ทำให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน

ฟิลิปปินส์เคยพยายามที่จะดึงดูดการลงทุนด้านต่างไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต หรือแม้แต่ธุรกิจบริการเอาท์ซอร์สต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงานหรือโรงงานขนาดใหญ่เพื่อให้บริการหลักในภูมิภาค แต่ด้วยปัจจัยทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวย การเข้ามาลงทุนขนาดใหญ่จึงเกิดขึ้นได้ยากในประเทศนี้

ดังนั้นฟิลิปปินส์จึงกลายเป็นประเทศที่เติบโตด้วยการบริโภคภายในค่อนข้างสูง และมีสัดส่วนของการที่แรงงานพลัดถิ่นในต่างประเทศส่งเงินกลับเข้ามาเป็นรายได้ของประเทศคิดเป็นกว่า 40% ของ GDP ซึ่งเป็นทั้งข้อได้เปรียบและอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ เนื่องจากว่าการส่งเงินกลับมาถือว่าเป็นช่องทางการหารายได้ของรัฐในการเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีซึ่งมีจำนวนมหาศาลในแต่ละปี และเป็นเงินที่ค่อนข้างจะลงทุนต่ำแต่ได้รีเทิร์นสูงแต่ก็มีความเสื่อมเสี่ยงต่อการไม่มั่นคงสูงเช่นกัน

การได้เงินเข้ามาง่ายทำให้ภาครัฐไม่กระตือรือร้นที่จะลงทุนพัฒนาด้านต่างๆ และเป็นช่องทางในการหาผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ คนที่ที่มีความรู้ความสามารถส่วนใหญ่เลือกที่จะออกไปทำงานในต่างประเทศแทนที่จะมีคนที่การศึกษาสูง มีความรู้ ความสามารถ ที่จะพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศ เหลือไว้เพียงแค่เด็ก คนชรา หรือคนที่เป็นวัยหนุ่มสาวแต่ไม่มีโอกาสในการเดินทางออกไปทำงานในต่างประเทศจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ค่อยๆ ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...