โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โอ้เอ้วิหารราย’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 สิงหาคม 2569 เวลา 5.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เราทุกคน

รู้สึกว่า เหนื่อยกับการวิ่งแข่งกับชีวิตตัวเองบ้างมั้ย?

สำหรับผม

ยอมรับว่า…เหนื่อย

และยิ่งวิ่ง ชีวิตยิ่งหนีห่าง ไม่มีทางตามทัน

ผมท้อ ผมเหนื่อย ผมหมดแรง และกำลังจะหยุดวิ่ง

เพราะรู้แล้ว ว่าหยุดวิ่งวันไหน

ผมตามทันวันนั้น

และจะอยู่ในฐานะ “นายชีวิต”!

เมื่อวันเข้าพรรษา “๓๐ กรกฎา.” ผมดูข่าวในพระราชสำนัก

เห็น "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว"

เสด็จออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

ทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่พสกนิกรที่เฝ้าชมพระบารมี

และนักเรียนที่กำลังสวด “โอ้เอ้วิหารราย” อยู่ ณ ศาลาราย รอบพระอุโบสถ

เห็นแค่แวบเดียว แต่เย็นชื่นแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ

ที่รู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ มายาวนาน

พลันหายเหมือนปลิดทิ้ง!

พูดถึงการสวด “โอ้เอ้วิหารราย” ทั้งรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ จะมีซักกี่คน ที่จะเข้าใจว่าคืออะไร?

ผมเป็นสุข และดีใจมาก

ที่ “กรมการศาสนา” กระทรวงวัฒนธรรม ธำรงรักษาต่อเนื่องในทุกเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา

และยิ่งดีใจ ปลื้มใจ เป็นสุขมากๆ

ที่เห็นเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นเยาวชน “คนรุ่นใหม่” ทำหน้าที่สืบสานสายใยศิลปวัฒนธรรมคู่ชาติแข็งขัน

ไม่ยอมให้ “วัฒนธรรมสังคมใหม่” ที่โหวกเหวก โว้กว้าก ขากถุย มากลืนกิน “โอ้เอ้วิหารราย” จนกลายพันธุ์

ชื่อ “โอ้เอ้วิหารราย”

ต้องยอมรับว่า “มีเสน่ห์…ชวนค้นหา” จริงๆ!

ผมดูข่าวโซเชียล เห็น “นายกฯ อนุทิน” ตีรูปหมู่กับนักเรียนหญิงจากโรงเรียนหนึ่ง ที่มาสวดโอ้เอ้วิหารราย

ช่างน่ารัก คน ๒ วัย กลมกลืนเป็นธรรมชาติหนึ่งเดียว

พอดี “NBT Connext” เขาหยิบภาพนี้มาโพสต์

พร้อมให้ความรู้ถึงการสวด “โอ้เอ้วิหารราย” เสร็จสรรพ ดังนี้

NBT Connext

เพียงภาพเดียวและข้อความสั้นๆ ของนายกรัฐมนตรี ก็ปลุกให้คำโบราณอย่าง “โอ้เอ้วิหารราย” กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งของ ผู้คนจำนวนมาก

วันนี้ “คนคลองกระแชง”

จะพาย้อนรอยเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงาม และควรค่าแก่การสืบทอดจากรุ่น-สู่รุ่น

หลายคนสะดุดหูกับคำว่า “โอ้เอ้วิหารราย” อีกครั้ง

เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนตัว

ขณะสวมเครื่องแบบปกติขาวเต็มยศ

ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พร้อมถ่ายภาพกับกลุ่มนักเรียนที่ร่วมสวดโอ้เอ้วิหารราย

เพื่อรับเสด็จ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า

“เด็กๆ มาร่วมสวด #โอ้เอ้วิหารราย เพื่อรับเสด็จในหลวงที่วัดพระแก้ว #ไม่มีใครเรียกว่าพี่เลย”

เพียงไม่กี่ประโยค ทำให้คำโบราณที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ กลับมาเป็นคำค้นหายอดนิยมอีกครั้ง

หลายคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ต่างตั้งคำถามว่า

“โอ้เอ้วิหารรายคืออะไร”?

เหตุใดเด็กนักเรียนจำนวนมาก จึงยังร่วมขับขานบทสวดนี้อยู่ในพระราชพิธีสำคัญ

ตามข้อมูลของ “กรมการศาสนา” การสวดโอ้เอ้วิหารราย มีรากเหง้ามาตั้งแต่สมัย “กรุงศรีอยุธยา”

และสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึง “กรุงรัตนโกสินทร์”

เดิมเป็นการฝึกหัดของผู้เตรียมสวด “พระมหาชาติคำหลวง” ผู้ที่ยังไม่ชำนาญ จะนั่งฝึกสวดอยู่ตามวิหารราย ที่ล้อมรอบพระอุโบสถ

เมื่อชำนาญแล้ว จึงได้รับโอกาสขึ้นสวดในพระวิหารใหญ่ถวายหน้าพระที่นั่ง

ต่อมาในรัชสมัย “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” โปรดเกล้าฯ ให้ “โรงเรียนหลวง” นำนักเรียนมาสวดบทเรียนที่กำลังศึกษา

โดยเฉพาะ “กาพย์พระไชยสุริยา” จากหนังสือ “มูลบทบรรพกิจ” ซึ่งเป็น “แบบเรียนภาษาไทย” สำหรับเด็กในอดีต

เพื่อฝึกการอ่าน การออกเสียง และการผันวรรณยุกต์ ผ่านทำนอง ยานี ฉบัง และสุรางคนางค์

จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของการสวด "โอ้เอ้วิหารราย" ที่รู้จักกันในปัจจุบัน

ทุกปี ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา, กลางพรรษา, ออกพรรษา

“สำนักพระราชวัง” จะประสาน

“กรมศิลปากร” วิทยาลัยนาฏศิลป สำนักงาน “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คัดเลือกและฝึกนักเรียนให้มาร่วมสวด ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เพื่อประกอบพระราชพิธีอันเป็นราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ในอดีต หลัง “โรงเรียนหลวง” เลิกกิจการ

“สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” ยังทรงจัดให้นักเรียนจาก ๖ โรงเรียน

อาทิ โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส และโรงเรียนวัดอมรินทราราม มารับหน้าที่สวดต่อ

แม้ช่วงหนึ่งธรรมเนียมนี้จะซบเซาเพราะหาผู้สืบทอดได้ยาก

แต่ในที่สุด ก็ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสำคัญอีกครั้ง

หากมองให้ลึกกว่าทำนองอันอ่อนหวาน

“โอ้เอ้วิหารราย” ไม่ใช่เพียงการสวด

หากเป็นภาพสะท้อนของยุคสมัยที่

“วัดคือโรงเรียน”

และ “บทสวดคือแบบเรียน”

เด็กไทยในอดีต “เรียนภาษาไทย” ผ่านเสียง “กาพย์กลอน”

ฝึกสำเนียง ฝึกจังหวะ และซึมซับหลักธรรมไปพร้อมกัน

วันนี้…เมื่อเสียงโอ้เอ้วิหารราย ดังก้องขึ้นอีกครั้ง

ท่ามกลาง “พระราชพิธี” อันสง่างาม

หลายคนอาจเพิ่งรู้จักคำนี้เป็นครั้งแรก

แต่แท้จริงแล้ว

นั่นคือเสียงแห่งภูมิปัญญาไทยที่กังวานข้ามกาลเวลา

เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ

และยังถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านเสียงของเด็กไทย

ที่กำลังขับขานประวัติศาสตร์ให้มีชีวิตอีกครั้ง

…………………………………….

ครับ…..

สำหรับบทสวด “โอ้เอ้วิหารราย” นั้น

ได้นำกาพย์ “พระไชยสุริยา” ซึ่งเป็นวรรณกรรมของพระสุนทรโวหาร (ภู่) มาเป็นบทสวด

มุ่งเสนอนิทาน มีการใช้ถ้อยคำภาษาที่เป็นกาพย์กลอน

เพื่อให้เป็นตำราที่ใช้เรียนเรื่อง “มาตราตัวสะกด”

สำหรับเด็กนักเรียนในสมัยก่อน มีเนื้อเรื่องโดยย่อดังนี้

“มีกษัตริย์พระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าไชยสุริยา

ครองเมืองสาวัตถี มีพระมเหสีพระนามว่าสุมาลี

ครอบครองบ้านเมืองด้วยความผาสุก

ต่อมาข้าราชการเสนาอำมาตย์ประพฤติตนไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

จึงเกิดเหตุอาเพศ เกิดน้ำป่าไหลท่วมเมือง ผีป่าอาละวาด

ทำให้ชาวเมืองล้มตายจำนวนมาก

พระไชยสุริยากับพระมเหสี จึงลงเรือสำเภา

แต่ก็ถูกพายุพัดจนเรือแตก

พระไชยสุริยาและมเหสีขึ้นฝั่งได้

พระอินทร์จึงเสด็จมาสั่งสอนธรรมะ

ให้ทั้งสองพระองค์ปฏิบัติตามธรรมจึงเสด็จไปสู่สวรรค์”

สำหรับนักเรียน จากโรงเรียนต่างๆ…..

ที่ผ่าน “การคัดเลือก” มาสวด “โอ้เอ้วิหารราย”

ช่วงเข้าพรรษา ระหว่าง ๒๘-๓๐ กรกฎาคม ๖๙ ณ ศาลาราย รอบพระอุโบสถ วัดพระแก้ว มี ๑๑ โรงเรียน

-ศาลาที่ ๒ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ ตรัง (ประเภททีมหญิง)

-ศาลาที่ ๓ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยพัทลุง

-ศาลาที่ ๔ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม กทม.

-ศาลาที่ ๕ โรงเรียนอุทัยธรรมานุวัตรวิทยา อุทัยธานี

-ศาลาที่ ๖ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะศึกษาศาสตร์

-ศาลาที่ ๗ โรงเรียนคงทองวิทยา นครปฐม

-ศาลาที่ ๘ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (สาขาวิชาภาษาไทย)

-ศาลาที่ ๙ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี

-ศาลาที่ ๑๐ โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน สุรินทร์

-ศาลาที่ ๑๑ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ (ประเภททีมชาย)

-ศาลาที่ ๑๒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ชมรมวรรณศิลป์)

ในจำนวนทีมเหล่านี้….

ที่ได้รับรางวัล “เหรียญทอง” จากการประกวดสวด “โอ้เอ้วิหารราย” ประจำปี ๒๕๖๙

คือทีมหญิงล้วนจาก “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ” นนทบุรี

นอกจากนี้ ในวันอาสาฬหบูชา ยังมีนักเรียน “โรงเรียนอนุบาลประชารัฐสามัคคี” อำเภอสูงเนิน นครราชสีมา

“แชมป์ประเทศ” จากการแข่งขันสวด “โอ้เอ้วิหารราย”ระดับประถมศึกษา ประเภททีมผสม

ได้รับโล่พระราชทานจาก “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"

มาสวด “โอ้เอ้วิหารราย” ณ ศาลาราย รอบพระอุโบสถด้วย

สำหรับภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

มีการสวด “พระมหาชาติคำหลวง”

โดยเจ้าหน้าที่กองศาสนพิธี กรมการศาสนา ซึ่งเป็นการสวดตามราชประเพณีที่ปฏิบัติ ควบคู่กับการสวดโอ้เอ้วิหารราย มาแต่โบราณ

เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

สำหรับท่านที่อยากฟังการสวด “โอ้เอ้วิหารราย” ของนักเรียนระดับมัธยมและระดับประถม ว่าจะไพเราะ แปลกหู และบันเทิงใจ ขนาดไหน

ไม่ยากครับ พิมพ์คำว่า “โอ้เอ้วิหารราย” ลงไปในยูทูบ

แล้วท่านก็ “โอ้เอ้วิหารราย” ได้เลย!

-เปลว สีเงิน

๑ สิงหาคม ๒๕๖๙

วันเสาร์ที่ปลายซอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...