“ดอลลาร์” อ่อนค่ามากสุดรอบ 6 สัปดาห์ “เยน” ยืนเหนือ 157 หลังสหรัฐหนุนแทรกแซงเต็มที่
"ดอลลาร์" อ่อนค่ามากสุดรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ "เงินเยน" ทรงตัวเหนือ 157 เยนต่อดอลลาร์ รับแรงหนุนจากการแทรกแซงร่วมญี่ปุ่น-สหรัฐ
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 08.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงินเยนทรงตัวในการซื้อขายวันพุธ (5 ส.ค.) หลังได้แรงหนุนจากมาตรการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ จากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย ซึ่งช่วยกดดันราคาน้ำมันและลดแรงกังวลด้านเงินเฟ้อ
เงินเยนเคลื่อนไหวที่ระดับ 157.60 เยนต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังอ่อนตัวราว 0.4% จากระดับแข็งค่าสุดของวันจันทร์ที่ 155.20 เยนต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนยังแข็งค่ากว่าระดับอ่อนสุดในรอบกว่า 40 ปีที่ประมาณ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่กระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นเข้าดูแลตลาด
แรงหนุนสำคัญมาจากการที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ยืนยันว่า สหรัฐจะทำทุกวิถีทาง เพื่อสนับสนุนความพยายามของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินเยน หลังทั้งสองประเทศดำเนินการแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเงินเยนร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้นักลงทุนที่เดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่าต้องเร่งปิดสถานะ
เบสเซนต์ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมที่สุดต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งสอดคล้องกับการส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ของเขาที่สนับสนุนให้ญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน
นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า การเข้ามาสนับสนุนของสหรัฐ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการแทรกแซงค่าเงิน และการส่งสัญญาณว่ายังมีโอกาสดำเนินมาตรการร่วมกันอีกในอนาคต ทำให้ทางการญี่ปุ่นมีเครื่องมือในการประคองค่าเงินเยนระหว่างรอให้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น
ด้านดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก เคลื่อนไหวที่ 99.85 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงอีก 0.3% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ หลังจากร่วงกว่า 5% ในวันก่อนหน้า จากความหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง และเปิดทางให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ
เจ้าหน้าที่ของกาตาร์และสหรัฐ ระบุว่า การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งมีความคืบหน้า ส่งผลให้นักลงทุนทยอยลดค่าพรีเมียมความเสี่ยง (Risk Premium) ที่เคยสะท้อนอยู่ในราคาน้ำมัน
การปรับลดลงของราคาน้ำมันยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ย ปรับตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนลดลงเหลือ 60% จาก 75% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
หลังปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย ความสนใจของตลาดกำลังหันไปจับตาตัวเลข การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี
นักวิเคราะห์ มองว่า หากตัวเลขจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจยิ่งลดแรงกดดันให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม และอาจเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้นต่อไป ขณะที่เงินเยนมีโอกาสได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หากญี่ปุ่นยังคงได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน
อ้างอิง : www.reuters.com