โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘จอร์เจีย’ จากประเทศ ‘มหาอำนาจแย่งกัน’ สู่ ‘ฮับโลจิสติกส์ยูเรเซีย’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา“จอร์เจีย” ไม่ได้เป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ บริเวณเทือกเขาคอเคซัส แต่ยังเป็น “พื้นที่แข่งขันอิทธิพล” ที่มหาอำนาจต่างจ้องแย่งชิง ด้วยทำเลซึ่งเชื่อมยุโรปกับเอเชีย ทำให้รัสเซีย จีน สหรัฐ สหภาพยุโรป และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ต่างพยายามขยายอิทธิพลในประเทศแห่งนี้ จนจอร์เจียถูกขนานนามว่าเป็น “รัฐกันชน” ระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตก

ความเปราะบางดังกล่าวยิ่งเด่นชัด หลังดินแดน Abkhazia และSouth Ossetia ประกาศแยกตัวจากจอร์เจีย โดยมีรัสเซียหนุนหลัง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงทบิลิซีกับมอสโกยังคงตึงเครียด และบีบให้จอร์เจียต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง ระหว่างการรักษาความมั่นคงกับการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะปล่อยให้ภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นข้อจำกัด จอร์เจียกลับพยายามเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งของประเทศให้กลายเป็น “ข้อได้เปรียบ” ผ่านการพัฒนา“East–West Middle Corridor” หรือ “ระเบียงการค้าตะวันออก–ตะวันตก” ซึ่งกำลังฟื้นคืนบทบาทของเส้นทางสายไหมในฐานะเส้นทางการค้าสมัยใหม่

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1271 มาร์โค โปโล ใช้เวลา “กว่า 3 ปี” เดินทางจากเวนิสสู่ราชสำนักจีนผ่านเส้นทางสายไหม แต่ปัจจุบัน สินค้าสามารถเดินทางจากจีนสู่ยุโรปผ่านจอร์เจียได้ในเวลา “เพียง 12 วัน” เร็วกว่าการขนส่งทางทะเลที่อาจใช้เวลานานถึง 45 วัน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของจอร์เจียจากพื้นที่แข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ สู่ “ฮับโลจิสติกส์” แห่งใหม่ของยูเรเซีย

เส้นทางนี้เริ่มจากจีน ผ่านคาซัคสถาน ข้ามทะเลแคสเปียนไปยังอาเซอร์ไบจาน ก่อนเข้าสู่จอร์เจีย แล้วเชื่อมต่อไปยังตุรกีและยุโรป

แม้จะต้องข้ามทั้งทะเลและหลายประเทศ แต่ข้อได้เปรียบสำคัญคือ “ไม่ต้องผ่านแผ่นดินรัสเซีย” ทำให้หลายบริษัทมองว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลก

นั่นทำให้ “จอร์เจีย” ซึ่งเคยเป็นเพียงประเทศทางผ่าน กลายเป็น “ประตู” ที่เชื่อมสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป และมีบทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หัวใจสำคัญคือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของจอร์เจีย โดยเฉพาะ ท่าเรือน้ำลึก Anaklia บนชายฝั่งทะเลดำ ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับสินค้าสูงถึง “เกือบ 8 ล้านตันต่อปี” และรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดได้

นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับท่าเรือ Poti และ Batumi ซึ่งมีปริมาณการขนส่งสินค้าเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจอร์เจียระบุว่า ในปี 2025 ปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือ Poti เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ท่าเรือ Batumi มีปริมาณการถ่ายลำสินค้าในไตรมาสแรกของปี 2026 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 102%

ในประเทศจอร์เจียยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ผ่านท่าเรือบก Tbilisi Dry ซึ่งเชื่อมการขนส่งทางรถไฟ ถนน และพิธีการศุลกากรไว้ในจุดเดียว เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลระหว่างปี 2020-2025 สะท้อนแนวโน้มดังกล่าว โดยปริมาณตู้สินค้าบนเครือข่ายรถไฟของจอร์เจียเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ขณะที่การขนส่งผ่าน Middle Corridor เพิ่มขึ้น 36% ส่วนเส้นทางรถไฟ Baku-Tbilisi-Kars ซึ่งเชื่อมทะเลแคสเปียนกับทะเลดำ มีปริมาณตู้สินค้าเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่า ก่อนที่เส้นทางดังกล่าวจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในช่วงต้นปีนี้

นอกเหนือจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลจอร์เจียยังใช้มาตรการด้านนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุน เช่น การยกเว้นภาษีสำหรับกำไรที่นำกลับมาลงทุน การลดขั้นตอนด้านกฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์ในเขตอุตสาหกรรมเสรี ประกอบกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับแข่งขันได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก

ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจอร์เจียระบุว่า “สินค้าส่งออกต่อ” (Re-export) คิดเป็นเกือบ 54% ของการส่งออกทั้งหมด สะท้อนว่าประเทศมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะจุดผ่านและกระจายสินค้าในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของจอร์เจียจะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการลงทุน เสถียรภาพทางการเมือง และความสามารถของ Middle Corridor ในการแข่งขันกับเส้นทางขนส่งอื่น แต่ในวันที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง จอร์เจียกำลังพยายามเปลี่ยน “ทำเลที่ตั้ง” จากความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

อ้างอิง: bloomberg, PB, congress

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...