โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เร่งกู้ภัยมหาอุทกภัยเนปาล-ทิเบต สูญหายเกือบ 3,000 คน ผู้เสียชีวิตพุ่ง

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เนปาล-จีนยังเร่งค้นหาผู้สูญหายเกือบ 3,000 คนจากภัยพิบัติรุนแรงที่เกิดจากธารน้ำแข็งพังถล่ม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 700 คนแล้ว

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยบริเวณชายแดนเนปาลและเขตทิเบตของจีนเข้าสู่วันที่ 5 หลังเนปาลต้องระงับภารกิจเป็นการชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนักและหมอกปกคลุม ก่อนกลับมาเริ่มภารกิจได้อีกครั้งเมื่อสภาพอากาศดีขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เพื่อค้นหาผู้ที่ยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรมเกือบ 3,000 คนทั้งในเนปาลและทิเบต ซึ่งมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 540 คน จากภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่มีจุดเริ่มต้นจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ในตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 700 คนแล้ว โดยอยู่ในฝั่งทิเบตของจีน 16 คน

ปฏิบัติการช่วยเหลือหยุดชะงักหลายครั้ง โดยในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ทั้งในเนปาลและทิเบตต้องระงับภารกิจเป็นการชั่วคราว หลังระดับน้ำในทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากเศษซากความเสียหาย ได้เริ่มเอ่อล้นเข้าสู่แม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) และแม่น้ำตรีศูลี (Trishuli)ในเนปาล ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมซ้ำ ความเสี่ยงดังกล่าวลดลงในวันเสาร์ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าน้ำในทะเลสาบค่อย ๆ ระบายออก และระดับน้ำลดลงจนบางส่วนของก้นทะเลสาบเริ่มปรากฏให้เห็น ทะเลสาบนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบ 2 แห่งซึ่งอยู่เหนือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยเนปาล ระบุว่าจะยังคงคำเตือนเรื่องความเสี่ยงจากน้ำท่วมจนกว่าทะเลสาบทั้ง 2 แห่งจะระบายออกจนหมด

ขณะเดียวกัน "ชิชีร์ ขนาล” (Shisir Khanal) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเนปาล ระบุว่า เนปาลต้องการผู้เชี่ยวชาญสำหรับช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ในอุโมงค์ การฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและระบบสื่อสารที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การตรวจดีเอ็นเอและการเก็บรักษาศพที่บางส่วนเน่าเปื่อยจนไม่สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลได้
ส่วนทางฝั่งจีน เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายกว่า 500 คนในพื้นที่ประสบภัยบริเวณจุดผ่านแดนจี๋หลง หลังทีมกู้ภัยต้องใช้เชือกลุยผ่านป่าและหน้าผา เนื่องจากถนนหลายสายถูกทำลาย จนสามารถเข้าถึงด่านชายแดนที่ได้รับความเสียหายหนัก

ขณะที่อินเดียยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยที่ติดกับชายแดนจีนและเนปาล หลังเกิดอุทกภัยร้ายแรงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) กล่าวว่า ภัยพิบัติบริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล เกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิดกระแสน้ำพัดพาเศษซากลงมาด้านล่าง แม้สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายเร็วขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติในลักษณะดังกล่าว

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเนปาล กล่าวว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ “หวัง อี้” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะเพิ่มการแบ่งปันข้อมูลทางอุทกวิทยาแบบเรียลไทม์หลังจากนี้ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า แม้เนปาลมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเพียงประมาณ 0.01 เปอร์เซ็นต์ แต่เนปาลกลับเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งร่วมมือกันปกป้องระบบนิเวศของเทือกเขาหิมาลัย

ขณะที่ “ไซมอน สตีลล์” เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวว่า เหตุธารน้ำแข็งพังถล่มและน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของพื้นที่ภูเขา และภาวะโลกร้อนจากการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซในปริมาณมหาศาล กำลังทำให้ภัยพิบัติในลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น โดยชุมชนที่เปราะบางมักได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า การละลายของธารน้ำแข็งและการละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร อาจทำให้ลาดเขาไม่มั่นคงและเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่มและภัยพิบัติอื่น ๆ ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพถ่ายดาวเทียมดินถล่ม-น้ำท่วมเนปาล กวาดหมู่บ้านหายในพริบตา

น้ำป่าเนปาล-ทิเบต ยอดสูญหายพุ่ง 2,478 คน ฝั่งเนปาลเสียชีวิตแล้ว 579 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร่งกู้ภัยมหาอุทกภัยเนปาล-ทิเบต สูญหายเกือบ 3,000 คน ผู้เสียชีวิตพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...