เร่งกู้ภัยมหาอุทกภัยเนปาล-ทิเบต สูญหายเกือบ 3,000 คน ผู้เสียชีวิตพุ่ง
ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยบริเวณชายแดนเนปาลและเขตทิเบตของจีนเข้าสู่วันที่ 5 หลังเนปาลต้องระงับภารกิจเป็นการชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนักและหมอกปกคลุม ก่อนกลับมาเริ่มภารกิจได้อีกครั้งเมื่อสภาพอากาศดีขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เพื่อค้นหาผู้ที่ยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรมเกือบ 3,000 คนทั้งในเนปาลและทิเบต ซึ่งมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 540 คน จากภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่มีจุดเริ่มต้นจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ในตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 700 คนแล้ว โดยอยู่ในฝั่งทิเบตของจีน 16 คน
ปฏิบัติการช่วยเหลือหยุดชะงักหลายครั้ง โดยในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ทั้งในเนปาลและทิเบตต้องระงับภารกิจเป็นการชั่วคราว หลังระดับน้ำในทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากเศษซากความเสียหาย ได้เริ่มเอ่อล้นเข้าสู่แม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) และแม่น้ำตรีศูลี (Trishuli)ในเนปาล ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมซ้ำ ความเสี่ยงดังกล่าวลดลงในวันเสาร์ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าน้ำในทะเลสาบค่อย ๆ ระบายออก และระดับน้ำลดลงจนบางส่วนของก้นทะเลสาบเริ่มปรากฏให้เห็น ทะเลสาบนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบ 2 แห่งซึ่งอยู่เหนือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยเนปาล ระบุว่าจะยังคงคำเตือนเรื่องความเสี่ยงจากน้ำท่วมจนกว่าทะเลสาบทั้ง 2 แห่งจะระบายออกจนหมด
ขณะเดียวกัน "ชิชีร์ ขนาล” (Shisir Khanal) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเนปาล ระบุว่า เนปาลต้องการผู้เชี่ยวชาญสำหรับช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ในอุโมงค์ การฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและระบบสื่อสารที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การตรวจดีเอ็นเอและการเก็บรักษาศพที่บางส่วนเน่าเปื่อยจนไม่สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลได้
ส่วนทางฝั่งจีน เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายกว่า 500 คนในพื้นที่ประสบภัยบริเวณจุดผ่านแดนจี๋หลง หลังทีมกู้ภัยต้องใช้เชือกลุยผ่านป่าและหน้าผา เนื่องจากถนนหลายสายถูกทำลาย จนสามารถเข้าถึงด่านชายแดนที่ได้รับความเสียหายหนัก
ขณะที่อินเดียยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยที่ติดกับชายแดนจีนและเนปาล หลังเกิดอุทกภัยร้ายแรงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) กล่าวว่า ภัยพิบัติบริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล เกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิดกระแสน้ำพัดพาเศษซากลงมาด้านล่าง แม้สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายเร็วขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติในลักษณะดังกล่าว
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเนปาล กล่าวว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ “หวัง อี้” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะเพิ่มการแบ่งปันข้อมูลทางอุทกวิทยาแบบเรียลไทม์หลังจากนี้ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า แม้เนปาลมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเพียงประมาณ 0.01 เปอร์เซ็นต์ แต่เนปาลกลับเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งร่วมมือกันปกป้องระบบนิเวศของเทือกเขาหิมาลัย
ขณะที่ “ไซมอน สตีลล์” เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวว่า เหตุธารน้ำแข็งพังถล่มและน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของพื้นที่ภูเขา และภาวะโลกร้อนจากการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซในปริมาณมหาศาล กำลังทำให้ภัยพิบัติในลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น โดยชุมชนที่เปราะบางมักได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า การละลายของธารน้ำแข็งและการละลายของชั้นดินเยือกแข็งถาวร อาจทำให้ลาดเขาไม่มั่นคงและเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่มและภัยพิบัติอื่น ๆ ในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดภาพถ่ายดาวเทียมดินถล่ม-น้ำท่วมเนปาล กวาดหมู่บ้านหายในพริบตา
น้ำป่าเนปาล-ทิเบต ยอดสูญหายพุ่ง 2,478 คน ฝั่งเนปาลเสียชีวิตแล้ว 579 ราย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร่งกู้ภัยมหาอุทกภัยเนปาล-ทิเบต สูญหายเกือบ 3,000 คน ผู้เสียชีวิตพุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com