โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอบสวนกลางส่งทีมประกบ ป.ป.ช. ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น กางแผนล็อกเป้าเครือข่ายภาคกลาง-ภาคใต้ คาดสรุปสิ้น ก.ค. นี้

THE STANDARD

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สอบสวนกลางส่งทีมประกบ ป.ป.ช. ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น กางแผนล็อกเป้าเครือข่ายภาคกลาง-ภาคใต้ คาดสรุปสิ้น ก.ค. นี้

วันนี้ (18 กรกฎาคม) พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนและดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด จึงได้บูรณาการความร่วมมือและประสานงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน

ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย บช.ก., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกร่วมกัน

พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่มีพฤติการณ์ชัดเจนแล้วนั้น ปัจจุบัน บช.ก. มีฐานข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลอยู่จำนวนหนึ่ง โดยพบว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายที่มีความเคลื่อนไหวหนาแน่นในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

สำหรับประเด็นสำคัญกรณีการตรวจพบรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีคะแนนสอบผิดปกติเป็นจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลไปก่อนหน้านี้นั้น ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวครบถ้วนแล้วจากคณะทำงานตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการปฏิบัติการทางคดีอาญา พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องรอการดำเนินการและมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ในการประกาศเพิกถอนสิทธิ์ผู้เข้าสอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบทั้ง 5,924 ราย ภายหลังจากถูกกระทรวงมหาดไทยเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า อาจจะมีบางส่วนที่เห็นว่าตนเองเสียสิทธิประโยชน์และเลือกที่จะเข้าพบเพื่อให้การกับสำนักงาน ป.ป.ช. โดยตรง ซึ่งหากผู้เข้าสอบรายใดให้การถ้อยคำที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและสามารถขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ได้ ก็อาจจะได้รับการพิจารณากันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดปรากฏพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีเจตนาทุจริตด้วยการจ่ายเงินเพื่อซื้อข้อสอบ บุคคลนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดในฐานะผู้ถูกกล่าวหา

เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการทุจริตนี้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ล่าสุด บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่งเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ ทำหน้าที่เร่งรัดการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ บช.ก. จะสามารถส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบได้ทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมแล้ว สอบสวนกลางเตรียมที่จะเปิดปฏิบัติการขยายผลกวาดล้างผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...