โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ้นเรือนจำแล้ว! “มีชัย” ผู้ต้องขังคดี ม.112 ได้รับอิสรภาพ หลังเข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ สิ้นสุดการคุมขัง 2 ปี

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พ้นเรือนจำแล้ว! “มีชัย” ผู้ต้องขังคดี ม.112 ได้รับอิสรภาพ หลังเข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ สิ้นสุดการคุมขัง 2 ปี

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 “มีชัย” (สงวนนามสกุล) อดีตพนักงานโรงแรมจากเกาะช้างวัย 54 ปี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 กรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 2 ข้อความ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ หลังเข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2569 ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 สิ้นสุดการคุมขัง 2 ปี

สำหรับคดีนี้ เหตุเกิดจาก ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล เป็นผู้ไปแจ้งความกล่าวหาไว้ที่ สภ.บางแก้ว จากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 2 ข้อความ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2563 มีเนื้อหาตั้งคำถามต่อการใช้ภาษีประชาชนของสถาบันกษัตริย์ โดยทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2567 ศาลได้อ่านคำสั่งขออนุญาตฎีกา โดยพบว่าไม่มีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาของจำเลย คดีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา และต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำให้คดีของมีชัยสิ้นสุดลง และทำให้เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันนั้น

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ถูกคุมขัง มีชัยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดของแดน โดยเขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ คอยจัดการระบบหนังสือเพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถหยิบยืมไปอ่านหมุนเวียนกันได้

นอกจากนี้ ในทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบทนาย มีชัยยังคงสนใจงานด้านสิทธิมนุษยชน เขามักจะให้เล่าข่าวสารบ้านเมืองให้ฟัง และแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์โลก อย่างกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่ 2 มีชัยก็แสดงความกังวลต่อสถานการณ์งานด้านสิทธิมนุษยชนว่าคงจะกระทบกันไม่น้อยทีเดียว และหวังว่าทุกคนจะยังมีกำลังใจในการทำงาน ขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมกันต่อไป

“มนุษยธรรมอยู่เหนือกฎหมาย สิทธิมนุษยชนใหญ่สุด กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือ ถูกแล้วที่เราให้ความสำคัญกับความเสมอภาคและเสรีภาพมากที่สุด”

ในระหว่างการคุมขังช่วงปี 2568 ครอบครัวของมีชัยได้ประสบปัญหาไม่สามารถจองเยี่ยมญาติใกล้ชิดได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าคดีของเขายังไม่สิ้นสุด ทั้งที่เขาถูกคุมขังหลังคดีสิ้นสุดมากว่า 1 ปี 4 เดือนแล้ว

ภายหลังเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 ทนายความได้ติดตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทัณฑปฏิบัติของเรือนจำกลางสมุทรปราการ พบว่าหมายจำคุกคดีถึงที่สุดในคดีของมีชัยยังไม่ได้ส่งมาจากศาล ทำให้ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดในระบบของเรือนจำ

จากสถานการณ์ดังกล่าว พบว่าหมายจำคุกคดีถึงที่สุดเพิ่งได้ออกมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2568 ภายหลังมีการร้องเรียนไป ส่งผลให้มีชัยต้องเผชิญกับการไม่สามารถเจอครอบครัวในช่วงที่เรือนจำเปิดให้เข้าเยี่ยมญาติใกล้ชิดได้ ทั้งยังกระทบต่อสิทธิการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาเกณฑ์ได้รับการอภัยโทษ เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมาด้วย

และจากการติดตามเพิ่มเติมเรื่องชั้นนักโทษตั้งแต่ พ.ย. 2568 - เม.ย. 2569 ทำให้ทราบว่าหากมีหนังสือตอบกลับมาจากกรมราชทัณฑ์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือเจ้าหน้าที่จะเสนอให้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการเซ็นรับทราบ และเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือคำสั่งให้ผู้ต้องขังเซ็นเรื่องการปรับชั้นอีกทีหนึ่ง

ภายหลังการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ในเดือน มิ.ย. 2569 มีชัยเปิดเผยว่าเขาเพิ่งได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่เรือนจำเพียง 2 วันก่อนถึงวันปล่อยตัวว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการปรับชั้นนักโทษให้ตามข้อร้องเรียนข้างต้น ทำให้เขาเข้าเกณฑ์อภัยโทษฯ และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 24 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทำให้กรณีของมีชัยไม่ได้มีใครทราบล่วงหน้าเรื่องการถูกปล่อยตัวก่อนหน้านี้

ภายหลังการปล่อยตัว มีชัยเปิดเผยว่าเขายังมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ขอบคุณองค์กรต่าง ๆ และประชาชนที่ให้ความช่วยเหลือมาตลอด “ในช่วงที่ทนายเยี่ยมไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด พอทนายไปผลักดันสิทธิให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดมีสิทธิเขาพบทนายได้ ทำให้ตอนนี้ในเรือนจำ กลุ่มผู้ต้องขังเด็ดขาดเลยได้มีสิทธิพบทนายกันหมดแล้ว ต้องขอบคุณมาก ๆ”

เขากล่าวปิดท้ายว่าหากมีเรื่องอะไรที่เขาพอช่วยเหลือ หรือผลักดันเรื่องคุณภาพชีวิตเพื่อนผู้ต้องขัง ในเรือนจำ เขายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนต่อไป

สำหรับการอภัยโทษดังกล่าว เป็นการอภัยโทษเป็นการทั่วไป ในโอกาสสำคัญในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 และจากการติดตามของศูนย์ทนายฯ พบว่ามีผู้ต้องขังการเมืองที่ได้รับการปล่อยตัวจากอภัยโทษฯ 2 ที่ผ่านมา รวม 8 ราย

การดำเนินการรอบที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 มีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจำนวน 6 คน และในรอบที่ 2 นี้ มีผู้ต้องขังจำนวน 2 ราย ได้รับการปล่อยตัว ได้แก่ “หอมแดง” (นามสมมติ) เกษตรกรวัย 59 ปี และ “มีชัย” อดีตพนักงานโรงแรมวัย 54 ปี

ทั้งนี้ ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ก็จะได้รับการปล่อยตัว หรือลดหย่อนโทษ โดยไม่ได้เป็นการยื่นขอในลักษณะการอภัยโทษเป็นรายบุคคลแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวจะต้องผ่านการอบรมโครงการโคกหนองนาของทางเรือนจำ และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดีสิ้นสุดแล้วรายอื่นเข้าเกณฑ์การอภัยโทษอีกหรือไม่ โดย พ.ร.ฎ.อภัยโทษ กำหนดให้เรือนจำจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการอภัยโทษในกำหนดภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับ

ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 52 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี 22 คน และผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 30 คน

#มีชัย #มาตรา112 #ม112 #อภัยโทษ2569 #พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ #ปล่อยตัวผู้ต้องขัง #เรือนจำกลางสมุทรปราการ #ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน #สิทธิมนุษยชน #ข่าวการเมือง #ผู้ต้องขังทางการเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #กระบวนการยุติธรรม #ข่าวไทย #BreakingNews #ThailandNews #อิสรภาพ #คดี112 #ข่าวกฎหมาย #อัปเดตข่าว #เรือนจำ #สิทธิผู้ต้องขัง #ข่าวล่าสุด #ประเด็นสังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...