โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสิกรไทย-กรุงไทย คาด Fed คงดอกเบี้ยต่อ รอดูผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งใหม่

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
กสิกรไทย-กรุงไทย คาด Fed คงดอกเบี้ยต่อ รอดูผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งใหม่

กสิกรไทยและกรุงไทยคาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จ่อคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ จากเงินเฟ้อที่แม้จะชะลอลง แต่ยังอยู่ระดับสูง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง จนทำให้ราคาพลังงานกลับมาปรับตัวสูง

ประเด็นสำคัญ

  • KResearch คาด Fed คงดอกเบี้ยนัดนี้
  • จับตาโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง หากความขัดแย้งรุนแรงเกินคาด
  • กรุงไทยคาด Fed คงดอกเบี้ยไม่เอกฉันท์
  • จับตาแรงหนุน Second Round Inflation มีมากขึ้น

KResearch คาด Fed คงดอกเบี้ยนัดนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมายกระดับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานกลับมาปรับสูงขึ้นและอาจกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือนมิถุนายน 2569 ของสหรัฐฯ ชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% YoY ตามการปรับลดลงของราคาพลังงานหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ Fed ให้ความสำคัญ ยังคงอยู่เหนือ 3% และสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังมีความหนืดอยู่

ด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนความแข็งแกร่ง แม้การฟื้นตัวจะมีลักษณะ K-shaped โดยอัตราการว่างงานในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5-11 กรกฎาคม 2569) ลดลงมากกว่าคาด นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้สูง

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ภายใต้ Kevin Warsh มีแนวโน้มยืดหยุ่นมากขึ้น และคาดการณ์ได้ยากขึ้น

นอกจากนี้ จากการประชุมครั้งก่อนหน้า Fed ได้ประกาศจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 ชุด (5 Task Forces) เพื่อทบทวนและปฏิรูปกรอบนโยบายการเงินและการสื่อสารของ Fed ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าจะส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าเปลี่ยนแปลงไปดังนี้

  • คงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น (Higher for longer) จนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน
  • พึ่งพาข้อมูล (Data-dependent) มากขึ้น และลดการใช้นโยบายชี้นำล่วงหน้า (Forward guidance) ส่งผลให้ทิศทางนโยบายคาดการณ์ได้ยากขึ้น
  • ดำเนินนโยบายเชิงรุกต่อเงินเฟ้อ ลดการพึ่งพาข้อมูลย้อนหลัง และพร้อมตอบสนองเชิงรุกต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ (Persistent inflation) อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • มุ่งลดขนาดงบดุลในระยะยาว โดยใช้ QT เป็นเครื่องมือหลักในการปรับงบดุลสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ดี คาดว่าการปรับลดงบดุลจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 อย่างไรก็ดี โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีอยู่

จับตาโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง หากความขัดแย้งรุนแรงเกินคาด

แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะกลับมายกระดับความรุนแรงอีกครั้ง แต่ในกรณีฐาน คาดว่าความขัดแย้งได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ มากกว่าปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งหากสถานการณ์คลี่คลายลงและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันอาจปรับลดลงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดยังสะท้อนแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับอุปสงค์ที่ชะลอลง

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงกว่าคาดและผลักดันเงินเฟ้อให้สูงกว่าประมาณการ ยังมีโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจาก Fed ภายใต้การนำของ Kevin Warsh มีแนวโน้มให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาเป็นสำคัญ ท่ามกลางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง

กรุงไทยคาด Fed คงดอกเบี้ยไม่เอกฉันท์

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า คณะกรรมการ FOMC อาจมีมติไม่เอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรงขึ้น และส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

โดยผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ถ้อยแถลงของประธาน FED ในช่วง Press Conference เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED (แม้อาจไม่ได้มีการเปิดเผย ข้อมูลมากนัก ไม่ต่างกับ Statement ผลการประชุม FOMC ที่อาจสั้นลงเช่นเดียวกับการประชุมในเดือนมิถุนายน)

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้ง อัตราเงินเฟ้อ PCE อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที 2 ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) พร้อมทั้งรอติดตาม พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

แม้ล่าสุดทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่านได้หยุดการโจมตีตอบโต้ อีกทั้งเริ่มมีกระแสข่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มกลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง ทำให้ราคาพลังงานอย่างราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลงแรงในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม รวมถึงรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ เนื่องจากจะมีการรายงานผลประกอบการจากบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ และหุ้นธีม AI/Semiconductor พอสมควร

จับตาแรงหนุน Second Round Inflation มีมากขึ้น

Krungthai GLOBAL MARKETS กังวลว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจได้แรงหนุนในลักษณะ ‘เงินเฟ้อรอบสอง’ (Second Round Inflation) มากขึ้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวที่ระดับสูง เช่น ราคา น้ำมันดิบอยู่เหนือโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นานเกิน 2 เดือน

แม้จะยังไม่เห็นสัญญาณของการเกิด Wage-Price spiral ที่ชัดเจน ทว่า Fed อาจมีความจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยบ้าง เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อก่อนที่จะยากต่อการแก้ไข ทำให้ Fed มีโอกาสเดินหน้า ขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง สู่ระดับ 4.25-4.50% (Mid 4.375%) สอดคล้องกับคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ Fed ที่มีความ Hawkish ที่สุดใน Dot Plot เดือนมิถุนายน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...