กองทุน Fidelity เพิ่มถือทองคำเท่าตัวแตะ 5% วิตกความน่าเชื่อถือเฟด-นโยบายสหรัฐ
ผู้จัดการกองทุน Fidelity เพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ตเป็น 2 เท่าในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ แตะเพดาน 5% หลังตลาดบอนด์สหรัฐผันผวนและความไม่แน่นอนด้านนโยบายเฟดเพิ่มขึ้น
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้จัดการกองทุนของ Fidelity International เพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในพอร์ตเป็น 2 เท่าในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และความกังวลต่อสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของดอลลาร์
*จอร์จ เอฟสตาโธปูลอส ผู้จัดการพอร์ตของ Fidelity International เปิดเผยว่า ได้เพิ่มสัดส่วนทองคำจนแตะเพดานที่กำหนดไว้เองที่ 5% ของพอร์ต และอาจพิจารณาปรับเพดานดังกล่าวขึ้นอีก หากสถานะของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงอ่อนแอลง*
เขาเริ่มสะสมทองคำรอบล่าสุดหลังการประชุมเฟดเดือนกรกฎาคม ซึ่งตามมาด้วยแรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาว โดยมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึง ความเชื่อมั่นต่อเฟดที่ลดลงและความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้น
“สิ่งที่ผมตีความจากสถานการณ์นี้คือ ความน่าเชื่อถือของเฟดที่ลดลง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้น” เอฟสตาโธปูลอสกล่าว
ราคาทองคำฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นแตะ ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งนักลงทุนทางเทคนิคมักมองเป็นสัญญาณเชิงบวก แรงซื้อทองคำรอบล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่มขนาดการ ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ และผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) ยังระบุว่า สถานะซื้อสุทธิ (Net Long) ในทองคำของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 สิงหาคม เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดของปีนี้
เอฟสตาโธปูลอสมองว่า การเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวอย่างเหนือความคาดหมายของกระทรวงการคลังสหรัฐ ดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะควบคุมทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มากกว่าการจัดการกับต้นเหตุที่ทำให้ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น
เขาระบุว่า สำหรับตลาดทองคำในเวลานี้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ยีลด์กำลังสูงขึ้น” แต่เป็นคำถามว่า “เหตุใดยีลด์จึงกำลังสูงขึ้น” ซึ่งสะท้อนความกังวลที่ลึกกว่าเกี่ยวกับนโยบายและความน่าเชื่อถือของสถาบันสหรัฐ
สำหรับเงินที่ใช้เพิ่มการลงทุนในทองคำครั้งนี้ เอฟสตาโธปูลอสลดการถือครอง พันธบัตร High Yield รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษบางส่วน ตลอดจนใช้เงินสดในพอร์ต
การกลับมาซื้อทองคำถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากช่วงต้นปี หลังเขาเคยขายทองก่อนที่ราคาจะเผชิญการปรับตัวลงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าปัจจัยพื้นฐานที่เคยผลักดันราคาทองขึ้นทำสถิติสูงสุดเมื่อปลายเดือนมกราคมยังคงอยู่ โดยเฉพาะ แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก
จีนเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ โดยธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำสำรองประมาณ 20 ตันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
อ้างอิง : bloomberg.com