“ซาบีดา” เปิดนิทรรศการพิเศษ ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ณ พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการพิเศษ “ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1 ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 2 จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 3 นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นางสาวปราจิน เครือจันทร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี พร้อมด้วยส่วนราชการ ประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีร่วมในพิธีเปิดนิทรรศการ
นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง หมู่ 5 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นที่นาของนายเจน นางคนางค์ เพชรสุด โดยเริ่มทำการขุดค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเจ้าของพื้นที่ ส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและอำนวยความความสะดวกต่าง ๆ
ผลการขุดค้นในระยะแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ ทำให้พบหลักฐานสำคัญว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็น “แหล่งฝังศพ” ที่มีการนำกลองมโหระทึกมาใช้เป็นเครื่องอุทิศแก่ผู้ตาย เบื้องต้นได้พบโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 11 โครง กลองมโหระทึกจำนวน 6 ใบ ร่วมกับโบราณวัตถุล้ำค่าอีกหลาย รายการ อาทิ ภาชนะดินเผาและภาชนะสำริด เครื่องประดับสำริด ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน ตลอดจนเครื่องประดับทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้นพบ “แหวนทองคำที่มีจารึกอักษรอินเดียโบราณพราหมี” ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 5 – 7 หรือประมาณ 1,900 – 2,100 ปีมาแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจหาค่าอายุถ่านที่พบในหลุมขุดค้น ส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าแหล่งโบราณคดีตอนยายทอง มีอายุราว 2,100 ปีมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทองเป็นแหล่งฝังศพที่มีความสำคัญ ต่อการศึกษาทางโบราณคดีถึงพิธีกรรม ความเชื่อ การติดต่อค้าขาย และสถานะทางสังคมของชุมชนในอดีต บริเวณภาคตะวันตกของประเทศไทยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ซึ่งการจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ขอเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันเป็นหลักฐานสำคัญที่ค้นพบจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทองมาจัดแสดงให้ประชาชน และผู้ที่สนใจเข้าชมระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2569 รวมจำนวน 5 วัน ณ พระตำหนักสันถาคารสถาน ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี และยังเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของกรมศิลปากร ในการส่งเสริมการเรียนรู้ ความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีในพื้นที่
ด้าน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน และมีความสำคัญยิ่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีในพื้นที่ ดังนั้น การค้นพบแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี พบหลักฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลองมโหระทึก โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับทองคำล้ำค่า ตลอดจนแหวนทองคำที่มีจารึกอักษรอินเดีย โบราณพราหมี อายุราว 1,900 – 2,100 ปี ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีต แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญสู่การเรียนรู้เรื่องราวของ การตั้งถิ่นฐาน พิธีกรรม ความเชื่อ และการติดต่อค้าขายข้ามคาบสมุทร รวมถึงยังเป็นหลักฐาน ยืนยันการอยู่อาศัยของผู้คนในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย
กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง มาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ประชาชนชาวเพชรบุรีและผู้สนใจทั่วไป จะได้ชื่นชมความงดงามและคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมที่พบในแผ่นดินเกิด และเป็นสิ่งล้ำค่าของชาติ ถือเป็นพลังสำคัญที่จะสร้างความหวงแหน เกิดความตระหนักทางการศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการปกป้องรักษาแหล่งโบราณคดี ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในอนาคตที่ดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จในวันนี้ จะเป็นนิมิตหมายอันดี ในการสร้างความภาคภูมิใจ เพื่อร่วมกันดูแลรักษา อนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่ทรงคุณค่าของจังหวัดอย่างยั่งยืนต่อไป