โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แก้เกมโลกเปลี่ยน! JOURNAL เผยหมัดเด็ดปั้นแบรนด์ไทย ปรับตัวใช้ Affiliate-Data ปั้นยอดขายโตพุ่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 23.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จากน้ำหอมไทยราคาหลักพัน สู่แบรนด์พรีเมียม JOURNAL ปรับกลยุทธ์ ลุย TikTok-เจาะซีรีส์ Y ขยายฐานลูกค้าเด็ก

น.ส.ธนัญญา สุธีรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง JOURNAL จำกัด เปิดเผยในเวทีเสวนา เดลินิวส์ ทอล์ก 2026 หัวข้อ New World New Rules : โลกเปลี่ยนขั้ว ธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนเกม ในหัวข้อ “แบรนด์ไทยกับโอกาสใหม่ในโลกที่กติกาเปลี่ยน” ว่า แบรนด์เจอนัล เริ่มต้นมาจากน้ำหอม ที่อยากขายน้ำหอมคุณภาพส่วนผสมความเป็นไทย ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แทบจะไม่มีแบรนด์น้ำหอมไทยรายใดเลยที่ตั้งราคาขายเกิน 1,000 บาท แต่ Journal ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่กล้าตั้งราคาขายในระดับหลักพัน และขยับขึ้นเป็นขวดละกว่า 2,000 บาทในเวลาต่อมา เพราะต้องการเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก และไม่ต้องการที่จะลดคุณภาพสินค้าเพื่อที่จะลดราคาลงมาแข่งขันในตลาดล่าง

เพื่อทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าและกล้าที่จะจ่ายเงินซื้อน้ำหอมแบรนด์ไทยในราคาระดับพรีเมียม จึงเน้นในเรื่องคุณภาพ ให้ความสำคัญกับ Packaging เลือกใช้ฝาขวดที่เป็นฝาไม้ รวมถึงการออกแบบตัวกรอบขวดต่าง ๆ ที่ตั้งใจทำออกมาอย่างดีเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดีที่สุด พยายามนำเสนอแบรนด์ให้ดูมีความเป็นแฟชั่นและดูมีความหรูหรามากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากรู้สึกดีและดูดีเมื่อพกพาหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ และเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นบุคคลที่มีรสนิยมดีมาก ทำให้ไม่ว่าจะหยิบจับหรือดีลกับผลิตภัณฑ์ชิ้นใดก็ดูแพงไปหมด ช่วยส่งเสริมให้คนอยากใช้งานตาม

หลังจากขายไปได้ระยะหนึ่ง ลูกค้าที่ได้ลองใช้เริ่มเข้าใจในคุณค่าและเห็นถึงความต่างของคุณภาพอย่างแท้จริง ประกอบกับการสื่อสารและการรักษาคุณภาพสินค้าที่ดีอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ ทำให้เกิดการบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ ทำให้ 9 ปี ที่เปิดดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จ ปัจจุบันมีสาขาที่เป็นบูติกของแบรนด์เองจำนวน 26 สาขา และจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น คิงเพาเวอร์ อีฟแอนด์บอย รวมทั้งวางแผนจะขยายต่างประเทศ จากปัจจุบันเข้าไปทำตลาดลักษณะเปิดป๊อปอัพในประเทศเพื่อนบ้านบ้างแล้ว

จากการเริ่มทำแบรนด์มา 9 ปี เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ในโลกที่มีกติกาใหม่จึงต้องใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะในช่องทางติ๊กต็อกที่ต้องทำระบบการขายใหม่ๆ ด้านแอฟฟิลิเอตที่ช่วยให้ยอดขายเติบโต โดยพยายามปรับตัวสร้างทีมขึ้นมาดูแลด้านแอฟฟิลิเอต ตัวแทนจำหน่าย อินฟลูเอนเซอร์โดยเฉพาะ รวมไปถึงการสร้างและช่วยแนะนำการขาย พร้อมให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และสร้างแคมเปญดึงดูดการขาย อีกทั้งปรับตัวจำหน่ายสินค้าในราคาที่ย่อมเยา 590 บาท ให้ลูกค้าเข้าถึงมากขึ้น เมื่อสินค้าราคาถูก คนเริ่มเปิดใจซื้อในราคาหลักพัน

“เดิมทีกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์มีอายุประมาณ 30-40 ปี แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นกลุ่มเด็กอายุ 10-20 ปี หันมาชอบแบรนด์เช่นกัน ซึ่งเราต้องทำคอนเทนต์เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่เด็กที่อายุน้อยลง จากเดิมที่เน้นภาพลักษณ์สวยงามพรีเมียมในอินสตาแกรมเท่านั้น แต่การทำคอนเทนต์ในติ๊กต็อกต้องเน้นความสมจริง ความสนุกสนาน และเข้าถึงง่าย”

นอกจากนี้ ได้ทำแคมเปญร่วมกับซีรีส์ Y มีการจัดกิจกรรม ใช้มาสคอต และจัดไลฟ์สด รวมถึงลงทุนทำคลิปนำเสนอสวัสดิการของบริษัทเพื่อรับสมัครคนทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ทำให้คนชื่นชอบแบรนด์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากลูกค้าต้องการผู้บริหารที่เป็นกันเอง นำเสนอข้อมูลที่จริงใจ ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสื่อสารแบบง่าย ๆ และเน้นรีวิวจากผู้ใช้จริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้น ก็จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากดาต้า เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ เช่น การใช้ Social Listening รวบรวมข้อมูลเทรนด์ตลาด ค้นหาสินค้าที่กำลังมาแรง และศึกษาคู่แข่ง รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล CRM เพื่อดูพฤติกรรมและความถี่ในการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า

น.ส.ธนัญญา กล่าวต่อว่า สำหรับแบรนด์ไทยมองว่ายังมีโอกาสเติบโตไปได้ไกลมากในตลาดโลก ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีแบรนด์น้ำหอมไทยที่เป็นระดับพรีเมียมเลย แต่ปัจจุบันมีแบรนด์น้ำหอมไทยระดับพรีเมียมเกิดขึ้นจำนวนมาก บางแบรนด์สามารถอัปเกรดราคาขายจากขวดละหลักพันขึ้นไปจนถึงขวดละหลักหมื่นบาทได้แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี สอดรับกับตลาดสินค้าบิวตี้กำลังมาแรงและมีโอกาสเติบโตอีกมากในไทย

“หากวันหนึ่งคนไทยหันมาใช้แบรนด์ไทยร่วมกับแบรนด์ระดับโลก แบรนด์ไทยจะเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งในปัจจุบันเมื่อคนไทยหันมาใช้และสนับสนุนสินค้าในประเทศมากขึ้น ก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติยอมรับและหันมาชื่นชอบสินค้าแบรนด์ไทยตามไปด้วย”

สำหรับแบรนด์ JOURNAL ตั้งเป้าหมายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะขยายตลาดไปต่างประเทศแน่นอน โดยเริ่มต้นจากการสร้างฐานตลาดไทยให้แข็งแกร่งก่อน แล้วขยายไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงยุโรปและอเมริกาตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...