ระอุชายแดน! เมียนมาสวนคืนจับ 4 คนไทยขายลอตเตอรี่ส่งฟ้องศาล ตอบโต้ไทยปราบสามล้อเถื่อน
(28 ก.ค. 69) สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เมียนมาในเมืองท่าขี้เหล็กได้เข้าจับกุมพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ชาวไทยจำนวน 4 ราย พร้อมส่งฟ้องศาลในข้อหาลักลอบเล่นและจัดให้มีการเล่นการพนัน ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและการค้าข้ามแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เงียบเหงาลงทันตา
ชนวนเหตุของความตึงเครียดครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย, ตม.เชียงราย และจัดหางานจังหวัดเชียงราย สนธิกำลังเข้ากวาดล้างและจับกุมกลุ่มผู้ขับขี่รถสามล้อเถื่อนสัญชาติเมียนมากว่า 50 ราย บริเวณหน้าตลาดนายบุญยืน เนื่องจากจอดแช่ริมฟุตบาทตลอดทั้งวันเพื่อรอรับผู้โดยสาร จนส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถจอดรถได้ แม้เจ้าหน้าที่ไทยจะเคยจัดระเบียบและกำหนดจุดจอดให้ใหม่ แต่กลุ่มผู้ขับขี่ก็ยังคงฝ่าฝืนจนนำไปสู่การกวาดล้าง
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เข้าพบ นายติ้น เหว่ ต่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ณ จุดจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีชายแดน เพื่อเจรจาและชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นในการจัดระเบียบสังคมของฝั่งไทย
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียฝั่งเมียนมาเรียกร้องให้ตอบโต้คนไทยที่ข้ามไปแย่งอาชีพ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว Eastern ThanLwin ได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองท่าขี้เหล็กได้จับกุมคนไทย 4 ราย (ชาย 2 ราย หญิง 2 ราย) ขณะเดินเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยในฝั่งท่าขี้เหล็ก ได้แก่ นายตุ๋ย (ชาว จ.เลย), นายเปียก (ชาว อ.แม่สาย), น.ส.ตาล (ชาว จ.เลย) และ น.ส.น้ำ (ชาว จ.เลย)
เจ้าหน้าที่เมียนมาได้รวบรวมหลักฐานนำตัวผู้ต้องหาชาวไทยทั้ง 4 ราย ส่งฟ้องต่อศาลและยื่นคำร้องฝากขังเรียบร้อยแล้ว ในข้อหา "ลักลอบนำสลากกินแบ่งเข้ามาเร่ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายการพนันของประเทศเมียนมา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี และปรับเงินตั้งแต่ 50,000 ถึง 100,000 จัต (หรือทั้งจำทั้งปรับ)
นายบุญล้ำ อายุ 62 ปี พ่อค้าลอตเตอรี่ชาวจังหวัดเลย ซึ่งข้ามไปขายสลากฯ ในฝั่งท่าขี้เหล็กมาตั้งแต่ปี 2561 เปิดเผยด้วยความกังวลว่า คนไทยทั้ง 4 รายทำอาชีพนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว และที่ผ่านมาฝั่งเมียนมาไม่เคยจับกุมในลักษณะนี้มาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกตนไม่กล้าข้ามไปขายอีกเลย ทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยต่างก็กลัวความไม่แน่นอน ตอนนี้ครอบครัวของผู้ถูกจับกุมเป็นห่วงมากเพราะยังติดต่อไม่ได้ จึงอยากขอร้องให้หน่วยงานภาครัฐของไทยช่วยเร่งประสานงานและช่วยเหลือโดยด่วน
จากการสำรวจบรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย สะพานแห่งที่ 1 ล่าสุดพบว่า ปริมาณรถยนต์และผู้คนสัญจรข้ามแดนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ