"นางเงือก" จากเรื่อง "พระอภัยมณี" มีขาหรือไม่?
นางเงือก จากเรื่องพระอภัยมณี มีขาหรือไม่?
“นางเงือก” จากวรรณกรรมเรื่อง“พระอภัยมณี” ของสุนทรภู่ มักมีภาพจำทั้งจากงานจิตรกรรม หรือแม้กระทั่งรูปปั้นที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในลักษณะครึ่งคนครึ่งปลา ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นปลา คือตั้งแต่เอวลงมามีหางอย่างปลา ไม่มีขา แต่ความจริงนั้น นางเงือกมีขาอย่างคน และก็มีหางอย่างปลาด้วย
ในตอนที่นางผีเสื้อสมุทรตามพระอภัยมณีที่เงือกสามพ่อแม่ลูกพาหนีไปนั้น นางผีเสื้อสมุทรตามไปจวนทันและจับเงือกสองตายายได้ แต่ทั้งคู่ก็หลอกลวงนางผีเสื้อสมุทรให้ห่างจากพระอภัยมณีออกไปทุกขณะ ดังว่า
“อสุรีผีเสื้อก็เชื่อถือ ยุดเอามือขวาซ้ายให้ผายผัน
เงือกก็พามาถึงได้ครึ่งวัน แกล้งรำพันพูดล่อให้ต่อไป
นางผีเสื้อเบื่อหูรู้เท่าถึง จึงว่าตอแหลมาแก้ไข
มาถึงนี่ชี้โน่นเนื่องกันไป แกล้งจะให้ห่างผัวไม่กลัวกู
*แล้วนางยักษ์หักขาฉีกสองแขน ไม่หายแค้นเคี้ยวกินสิ้นทั้งคู่”*
สุนทรภู่กล่าวไว้ชัดเจนว่าเงือกสองตายายถูกนางผีเสื้อสมุทร“หักขา” ดังนั้น นางเงือกผู้เป็นลูกก็ต้องมีขาด้วยแน่ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่นางเงือกพาพระอภัยมณีไปถึงหาดทรายเกาะแก้วพิสดาร ตรงนี้อาจมีข้อโต้แย้งว่า นางเงือกไม่มีขา จนต้องช่วยเหลือฉุดกระชากให้ขึ้นจากน้ำ ดังว่า
“พระอภัยภูมินทร์กับสินสมุทร ช่วยกันฉุดนางเงือกเสือกเข้าฝั่ง”**
ถึงตรงนี้ยังชี้ได้ไม่ชัดว่า นางเงือกมีขาจริงหรือไม่ แต่ที่ชัด คือ นางเงือกมีหางอย่างปลาแน่นอน โดยในตอนท้ายของเรื่อง นางเงือกถือศีลเคร่งครัด จนร้อนถึงพระอินทร์ลงมาช่วยตัด “หาง” ให้เป็นคน ดังว่า
“มัฆวานทรงขยับจับพระขรรค์ เข้าฟาดฟันบั่นหางนางมัจฉา**
ขาดเป็นสินดิ้นสลบซบพักตรา อยู่บนแท่นแผ่นผาคูหาบรรพ์
พระนักสิทธ์คิดสงสารหลานสลบ เธอปรารภกลัวชีวาจะอาสัญ
แกลุกขึ้นชุลมุนดูวุ่นครัน พระนักธรรม์ทูลไทไปทันที
ช่วยสงเคราะห์ให้มันฟื้นคืนสลบ พระจอมภพรับคำพระฤๅษี
ลุกจากแท่นแผ่นผาด้วยปรานี เอาวารีทิพรสชโลมพรม
*นางมัจฉาหางปลาก็หายสูญ บริบูรณ์เป็นมนุษย์สุดสวยสม*
ทั้งวงพักตร์ลักขณาก็น่าชม ดูขำคมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์”
ฉะนั้น หากพระอินทร์ตัดหางนางเงือก (ที่ไม่มีขา) ออกไปสิ้น นางเงือกก็จะเหลือแค่ท่อนบนที่เป็นคน คงไม่อาจ “บริบูรณ์เป็นมนุษย์สุดสวยสม” หมายถึงมีอวัยวะครบดังกล่าวได้ ถึงตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่า นางเงือกไม่ได้มีท่อนล่างเป็นปลาอย่างเดียว (คือตั้งแต่เอวลงมามีหางอย่างปลา ไม่มีขา) แต่นางเงือกนั้นมีขาอย่างคน และมีหางอย่างปลาด้วย ซึ่งหางอาจจะอยู่บริเวณสะโพกด้านหลังหรือบริเวณก้นก็เป็นได้
แต่เพราะนางเงือกดำเนินชีวิตอยู่ในน้ำ ใช้หางว่ายน้ำ ไม่ใคร่ได้ใช้ขา จึงไม่ถนัดการเดินอย่างคน อาจทำให้ขาอ่อนแรง จึงไม่แปลกที่ตอนนั้นพระอภัยมณีและสินสมุทรต้อง “ช่วยกันฉุดนางเงือกเสือกเข้าฝั่ง” ครั้นภายหลังที่ตัดหางไปแล้ว นางเงือกก็ยังเดินไม่ถนัด แต่ก็เดินได้ด้วยขาทั้งสองข้างของนางแล้ว ดังตอนที่สุดสาครมารับนางเงือกที่เกาะแก้วพิสดาร ดังว่า
“อีสีกาออกมาจากห้องหับ ลูกมารับแล้วหวาแกปราศรัย
นางแว่วเสียงพระมุนีพลางดีใจ ลุกคลาไคลออกมาหน้าคีรี”**
และ
“แล้วลุกจากเชิงผาศิลาลาด พระหน่อนาถเชิญสุพรรณมัจฉา
*ให้บทจรเลียบชะง่อนศิลามา ตามสิทธามาหยุดยังกุฎี”*
บทจร แปลว่า “ไปด้วยเท้า” แสดงว่า นางเงือกต้องมีขาอยู่ก่อนแล้วอย่างแน่นอน
และนี่คงเป็นอีกหนึ่งคำตอบต่อข้อสงสัยที่ว่า พระอภัยมณีได้เสียกับนางเงือกจนมีลูกด้วยกันได้อย่างไร เพราะนางเงือกมีขาเช่นนี้จึงมีฉากอัน “อัศจรรย์ครั่นครื้นเป็นคลื่นคลั่ง เพียงจะพังแผ่นผาสุธาไหว” “กระฉอกฉาดหาดเหวเป็นเปลวไฟ พายุใหญ่เขยื้อนโยกกระโชกพัด”
อ่านเพิ่มเติม :
- เกาะแก้วพิสดาร ไม่ใช่เกาะเสม็ดอย่างที่คิด แต่เป็นเกาะในทะเลอันดามัน!!?
- พระอภัยมณีได้นางเงือกเป็นเมีย “รักที่ฉาบฉวยหรือยั่งยืน”?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ทองใบ แท่นมณี. (มิถุนายน, 2539). “นางเงือกของพระอภัยมณีมีขาด้วย”. ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 17 : ฉบับที่ 8.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2564
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นางเงือก” จากเรื่อง “พระอภัยมณี” มีขาหรือไม่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com