โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หนุ่มเข้าป่าลึกลับ หวังหา ต้นบอนสี หลงในป่า 7 วัน ชาวบ้าน 200 คนตามหาจนเจอ

Khaosod

อัพเดต 05 ธ.ค. 2564 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 15.22 น.

หนุ่มเข้าป่าลึกลับ หวังหา ต้นบอนสี หลงในป่า 7 วัน 200 ชาวบ้านตามหาจนเจอ อยู่ในสภาพอิดโรย หมดแรง กำนันเผย ป่านี้แม้แต่พรานป่ายังไม่กล้าเข้าไป

5 ธ.ค. 2564 - นายวิเชษฐ์ คงอินทร์ กำนัน ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย นายอมรรัตน์ มากเอียด ปลัดอำเภอ ร.ต.อ.จักริน สินยัง รอง สวป.สภ.บ้านหนองเอื้อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชาวบ้านกว่า 200 ชีวิต

ร่วมกันปฎิบัติการต้นหา นายชัยธวัช เหล็มหรีม อายุ 28 ปี หลังจากสูญหายเข้าไปภายในแนวป่าชั้นในของบ้านไม้หาร หมู่ 4 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ร่วมค้นหากันมาแล้วกว่า 7 วัน

ตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา ได้จำกำลังแยกชุดค้นหาอกเป็น 4 ชุดด้วยกัน ตามเส้นทางการสันนิฐานของญาติผู้สูญหาย และได้ขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครองเพื่อร่วมออกตามหากันทั้งวันทั้งคืน โดยหมุนเวียนปรับเปลี่ยนกันออกค้นหา

นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ถนนสายไม้หารถึงแนวป่าชั้นใน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วังหยับ หยับ เป็นป่าต้นน้ำที่มีความสมบูรณ์มาก และเป็นพื้นป่าที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป แม้กระทั้งพรานป่า หรือชาวบ้านในพื้นที่ก็ตาม แต่อาจด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กับมีการร่ำลือว่าบริเวณป่าดังกล่าวมีต้นไม้ป่าที่สวยงามจำนวนมาก นายชัยธวัช เข้าไปหาต้นไม้ป่า เพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว เพราะระยะนี้ฝนตกตลอดทั้งเดือน ไม่สามารถกรีดยางพาราได้ ทำให้ขาดรายได้ จึงคิดเข้าป่าไปหา บอนสีป่า ต้นกล้วยป่า

ระหว่างค้นหาได้ตะโกนเรียกผู้สูญหาย จนมีเสียง นายชัยธวัช ตอบกลับมา และได้เจอตัว ในสภาพอิดโรย ใกล้หมดเรี่ยวแรง เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงช่วยกันหาม นายชัยธวัช ขึ้นรถจักรยานยนต์ลงมาเป็นระยะทางกว่า 3 กม.ถึงจุดพักคอย ก่อนนำไปขึ้นรถยนต์ อีก 3 กม. เพื่อเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลปะเหลียนในทันที

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...