โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

No Soju No Life! ไขข้อสงสัยว่าทำไมคนเกาหลีถึงจริงจังกับการดื่ม ‘โซจู’

Dek-D.com

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 10.25 น. • DEK-D.com
ดูซีรีส์ทีไรก็เห็นฉากดื่มโซจูแทบทุกเรื่อง ทำไมคนเกาหลีถึงจริงจังกับการดื่มโซจู?

อันยองชาว Dek-Dทุกคนค่าา~ น้องๆ เคยสังเกตเวลาดูซีรีส์หรือรายการวาไรตี้เกาหลีกันมั้ยคะว่า มักจะมีฉากที่นักแสดงหรือไอดอลดื่มแอลกอฮอลล์ขวดสีเขียวหรือ‘โซจู’ออกทีวีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ(บางครั้งดื่มโชว์กลางไลฟ์เลยก็มี) จนเชื่อว่าหลายๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่าชาวเกาหลีเค้าชอบดื่มกันขนาดนั้นจริงหรอ แถมยังสามารถออกอากาศได้แบบไม่เซนเซอร์อีกด้วย

วันนี้พี่บีมบันเลยจะพาน้องๆ ไปค้นหาคำตอบว่า ‘ทำไมชาวฮันกุกถึงจริงจังกับการดื่มโซจูเป็นพิเศษ?’พร้อมพาไปย้อนรอยที่มาและเกร็ดความรู้น่าสนใจด้วยค่ะ 고고!

• • • • • • • • • •

ย้อนรอยประวัติศาสตร์

ตามหาต้นกำเนิดของโซจู

หากจะพูดถึงที่มาของโซจู (소주)หรือเหล้าเกาหลี เราคงต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงปลายของราชวงศ์โครยอ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวมองโกลเริ่มเข้ามายึดครองทวีปเอเชียและได้นำวัฒนธรรมการกลั่นเหล้าเข้ามาเผยแพร่ในเกาหลีใต้ในช่วงแรกจะมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะได้ดื่มโซจู ต่อมาเมื่อประชาชนได้เรียนรู้วิธีการกลั่นเหล้ากันมากขึ้น โซจูจึงกลายเป็นสุราที่คนทั่วไปสามารถดื่มได้ รวมถึงต้มเหล้าเองได้อีกด้วย

แต่ในช่วงปี 1905 - 1945 เกาหลีใต้ตกเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ออกนโยบายเก็บภาษีสุราที่มีราคาแพงมากๆ และห้ามไม่ให้ชาวบ้านทั่วไปผลิตสุราได้เอง ทำให้ชาวฮันกุกหันไปดื่มสาเกแทนค่ะ

ต่อมาเมื่อเกาหลีใต้ได้รับเอกราชกลับคืนมา จึงทำให้กระบวนการผลิตโซจูกลับมาด้วยเช่นกันค่ะ แต่ในตอนนั้นเกาหลีก็ยังยากจนมากๆ และมีปัญหาขาดแคลนข้าวสารในช่วงสงคราม ผู้ผลิตจึงหันมาเลือกใช้วัตถุดิบอื่นๆ แทนข้าว เช่น มันสำปะหลัง มันเทศ หรือมันฝรั่ง และนำมาผสมกับน้ำดื่มแทน ดังนั้นโซจูที่วางขายในปัจจุบันจึงเป็นสุราที่เจือจางมาแล้ว ราคาก็เลยถูกลง(สำหรับที่เกาหลี) และยังมีปริมาณแอลกอฮอลล์ต่ำ แถมดื่มง่ายกว่าสุรากลั่นดั้งเดิม จึงทำให้โซจูกลายเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

• • • • • • • • • •

บทบาทสำคัญของ ‘โซจู’

น้องๆ หลายคนอาจได้ยินมาบ้างว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนิทหรือพูดคุยกับใครง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า แต่บอกเลยว่า ‘โซจู’จะช่วยทลายกำแพงและลดช่องว่างนี้ไปค่ะ โดยเฉพาะในสังคมทำงานที่แต่ละคนมีอายุห่างกันหลายปี บวกกับระบบอาวุโสที่ต้องเกรงใจกัน คนจึงนิยมใช้โซจูเป็นตัวกลางในการสานสัมพันธ์เพราะเชื่อว่าบรรยากาศในวงเหล้านั้นจะทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนอยู่ในที่ทำงาน และทำให้ลูกน้องกล้าที่จะพูดคุยกับเจ้านายแบบจริงใจมากขึ้นอีกด้วย

หากว่าตามกฎหมายแล้ว ชาวเกาหลีจะสามารถเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ได้เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (นับอายุแบบเกาหลี)จึงทำให้ในวันปีใหม่หลายครอบครัวฉลองด้วยการดื่มโซจูกับลูกที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะมาหมาดๆ รวมถึงสอนวิธีการดื่มเพื่อเข้าสังคมด้วยค่ะ

อย่างล่าสุด‘จีฮอน’มักเน่สาวสุดน่ารักจากวงเกิร์ลกรุป fromis_9 ที่เพิ่งอายุ 20 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอก็ได้ทำ vlog มาให้แฟนๆ ชมบรรยากาศซึ่งคุณพ่อของจีฮอนก็ได้สอนธรรมเนียมและมารยาทเวลาดื่มกับผู้ใหญ่ด้วยค่ะ // เอ็นดูมากก

• • • • • • • • • •

พารู้จัก ‘ฮเวชิก (회식)’

วัฒนธรรมสำคัญภายในองค์กร

อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่าอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนเกาหลีจริงจังกับการดื่มโซจูคือ ในสังคมการทำงานของบริษัทเกาหลีใต้จะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า‘ฮเวชิก (회식)’หรือการไปทานข้าวเย็นและสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นซึ่งต้องบอกว่าเป็นธรรมเนียมที่พนักงานในหลายบริษัทจะต้องปฏิบัติ ครั้นจะปฏิเสธก็ดูเสียมารยาท (และอาจทำให้คนในที่ทำงานรู้สึกไม่ดีด้วย)

ดังนั้นสำหรับวัยทำงานบางคนแล้วก็ไม่ได้เอนจอยกับฮเวชิกเสมอไป ทำให้อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และยังต้องเรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มเหล้าของชาวเกาหลีอีกด้วยค่ะ เช่น ผู้ที่อายุน้อยหรือมีตำแหน่งงานต่ำกว่าต้องรินเหล้าให้กับผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือต่ำแหน่งสูงกว่า, ดื่มโซจูโดยหันหน้าออกจากวงเหล้า หรือระดับการชนแก้วของผู้น้อยจะต้องต่ำกว่าผู้อาวุโสเป็นต้น

แม้ในมุมมองของคนเก่าๆ อาจบอกว่าช่วยให้ฝึกเข้าสังคม แต่กับเหล่าคนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ชอบวัฒนธรรมนี้สักเท่าไหร่ เพราะอยากเอาเวลาปาร์ตี้หลังเลิกงานไปทำอย่างอื่นมากกว่า(เหนื่อยงานจะแย่ อยากกลับบ้านนน TT) ซึ่งหลังจากที่มีสถานการณ์โควิดระบาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และทำให้ต้องทำงานแบบ Work From Home จึงทำให้พนักงานหลายคนรู้สึกดีที่ไม่ต้องไปกินเลี้ยง และได้มีเวลาโฟกัสอยู่กับตนเองมากขึ้นค่ะ

• • • • • • • • • •

โซจูกับอิทธิพลผ่านสื่อบันเทิง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการบันเทิงเกาหลีก็มีส่วนช่วยทำให้โซจูเป็นที่รู้จักและนิยมมากขึ้นทั้งในประเทศและทั่วโลก ทั้งจากฉากในซีรีส์ที่พนักงานชวนกันไปดื่มโซจูหลังเลิกงานหรือในวงการ K-POP อย่างเพลง Hangover ของ PSYที่ใช้โซจูเป็นพรอพประกอบมิวสิกวิดีโอ หรือรายการวาไรตี้อย่างเช่น Paik’s Spiritจาก Netflix ที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมการกินดื่มของคนเกาหลี รวมถึงบางคนที่อาจเห็นไอดอลของตนเองดื่ม หรือได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์โซจู เป็นต้น

จากที่กล่าวไปข้างต้น อาจเรียกได้ว่าการที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ฉายอยู่บนโทรทัศน์นั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาในเกาหลีไปซะแล้ว เพราะด้วยกฎหมายที่ไม่จำเป็นต้องเซนเซอร์ตัวผลิตภัณฑ์ เพียงแต่ห้ามปรากฏแบรนด์เพื่อการโฆษณาเท่านั้นจึงทำให้สื่อสามารถออกอากาศฉากที่ดื่มเหล้าได้นั่นเองค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ชมและผู้เชี่ยวชาญบางส่วนก็เริ่มตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้บนทีวีมีฉากดื่มเหล้าให้เห็นมากเกินไปแล้วหรือเปล่า?ซึ่งทางสถาบันส่งเสริมสุขภาพแห่งเกาหลีใต้ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า การแสดงภาพคนดื่มแอลกอฮอลล์ผ่านสื่อเป็นการกระตุ้นและสนับสนุนให้คนดื่มหนักมากขึ้นอ้างอิงจากผลจากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 47% จาก 1,057 คน กล่าวว่าพวกเขารู้สึกอยากดื่มเหล้าหลังจากเห็นฉากเหล่านั้นในทีวี รวมไปถึงบางครั้งฉากดื่มเหล้ามักจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางเพศหรือการใช้ความรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อผู้ชม

นอกจากนี้สถาบันยังเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ทางรัฐบาลเกาหลีควรเข้ามาแทรกแซงผ่านนโยบายสาธารณะในการควบคุมการแสดงภาพการดื่มแอลกอฮอลล์ที่ปรากฏในสื่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบด้านลบ รวมถึงเสนอข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ถึงข้อเสียของการดื่มเหล้ามากเกินไปให้เยอะขึ้นด้วยค่ะ

การดื่มโซจูเป็นวัฒนธรรมในการเข้าสังคมของบ้านเค้า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรใช่ไหมคะ และการที่ปรากฏฉากดื่มเหล้าในซีรีส์เป็น ‘Soft Power’ที่ช่วยส่งออกโซจูไปต่างประเทศมากขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน

น้องๆ คนไหนอยากรู้เรื่องวัฒนธรรมการกินดื่มของเกาหลีมากกว่านี้ พี่แนะนำให้ดูรายการ Paik’s Spirit ทาง Netflixเลยค่ะ บอกเล่าเกร็ดความรู้แบบแน่นๆ ดำเนินรายการไม่น่าเบื่อ ดูได้เพลินๆ เลยค่าา ^^ (ปล. ดูตอนดึกระวังหิวนะ!)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...