OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม
เมื่อผู้คนกลับมาเดินทางไปทำงานกันมากขึ้น ทำให้ Ecosystem ของสื่อนอกบ้าน หรือ Out Of Home กลับมาคึกคักกันมากขึ้น สังเกตได้จากหลาย ๆ ที่ทั่วโลกและในบ้านเราเริ่มรันแคมเปญ OOH โดยใช้ป้ายบิลบอร์ด 3D กันแล้ว
โดยจากการทำแคมเปญ OOH “We Know Who” ของ GWI ในกรุงลอนดอนและนิวยอร์ก ทำให้ทีมงานพวกเขาได้เก็บอินไซต์มาและนำมาแบ่งปัญพวกเราอยู่ด้วยกัน 4 ข้อหลักค่ะ
OOH ยังเวิร์ก แม้คนจะยังไม่กลับมาเดินทาง 100%
ถึงแม้ว่าผู้คนต่างเดินทางด้วยขนส่งสารธารณะน้อยลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นโฆษณา OOH น้อยลง ซึ่งจากกราฟในรูปและข้อมูลจาก Out Of Home Advertising Association of America มีรายงานว่าอุตสาหกรรมนี้ได้เติบโตมากขึ้น 38% ใน Q3 ปี 2021 เทียบกับปีที่ผ่านมา
และมักใช้เป็นสื่ OOH ดิจิทัลที่สามารถนำไปต่อยอดเป็น Omnichannel กับดิจิทัลมีดียอื่น ๆ ซึ่งทางทีม GWI ก็ได้คาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตสื่อ OOH จะมีความเกี่ยวข้องกับ Social Media มากขึ้น เพราะจากรายงานกว่า 28% ค้นหาแคมเปญโฆษณาต่อบนช่องทางโซเชียล
ใช้ Programmatic advertising ช่วยนำทาง
ถึงแม้ว่าสื่อนอกบ้านฟังแล้วอาจจะดูโบราณไปหน่อย แต่แท้จริงแล้วยืดหยุ่นกว่าที่เราคิดค่ะ เพราะเราไม่ต้องมากังวลว่าคนจะกด Skip ข้ามโฆษณาเราไปเหมือนแอดตามโลกออนไลน์ ประกอบกับเรายังสามารถวัด ROI และประสิทธิภาพในแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นหารผสมผสานที่ลงตัวของสื่อดั้งเดิมและดิจิทัล
ที่มากไปกว่านั้นกลุ่มคนผู้เดินทางสัญจรยอมรับว่าพวกเขาสังเกตเห็นแอด OOH ได้ง่ายกว่าแอดออนไลน์ถึง 1 ใน 4 และในขณะที่กลุ่มคนที่มีอยุน้อยกว่าบอกว่าโฆษณา OOH นั้นดูน่าจดจำและสร้างสรรค์กว่าโฆษณาออนไลน์
อย่างไรก็ตามแบรนด์ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการวางสื่อนอกบ้านที่เกินความพอดีจนกลายเป็นสื่งที่น่ารำคาญในสาธารณะได้ค่ะ
OOH เวิร์กกับทุกลักษณะการเดินทาง
โดยพื้นที่ที่โดดเด่นและสร้างการจดจำได้มากที่สุดก็คนการติดโฆษณาลงบน ‘รถบัส’ นั่นเอง
ซึ่งในแต่ละกลุ่มผู้เดินทางนั้นก็จะมีการจดจำแปรผันไปตามแต่ละรูปแบบการเดินทาง เช่น คนเดินทางเท้าจะสามารถจดจำโฆษณาบนทางเท้าได้ถึง 44% หรือคนที่เดินทางบนทางรถไฟก็จะจดจำโฆษณาจากสถานีได้ 58% เป็นต้น
นอกจากนี้ผลลัพธ์การจดจำโฆษณาที่ครอสกันแต่ละรูปแบบก็มีค่ะ เช่น คนปั่นจักรยานสามารถจดจำโฆษณาที่ติดอยู่ข้างทางได้ถึง 52% และบนรถบัสได้ถึง 50%
เจาะทำ Local campaigns สามารถให้ผลลัพธ์ได้ดี
แบรนด์ยังไม่ควรมองข้ามเมืองเล็ก ๆ เพื่อไปเสี่ยงกับกลุ่มเป้าหมายในเมืองใหญ่ที่มีความหลากหลายสูง ซึ่งทางแบรนด์จะต้องรู้ว่าลูกค้าของพวกเขาอยู่ที่ไหนและเริ่มทำแคมเปญทดลองเพื่อให้เข้าถึงลูกค้า ซึ่งในช่วงนี้กลุ่มลูกค้าส่วนมากจะอยู่ในช่วง WFH เป็นส่วนใหญ่ และพฤติกรรมการเดินทางองพวกเขาจะแตกต่างจากคนที่ต้องเดินทางไปทำงานในออฟฟิศอย่างสิ้นเชิงค่ะ ทางแบรนด์จึงต้องหาวิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ค่ะ
อ้างอิง : GWI