โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า (นิยายแปล)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 ก.ย 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 08.18 น. • Ink Stone
เธอ…ภูตหมอผู้เมตตาต่อคนไข้ และเธอ…ก็คือยอดนักฆ่าผู้ไร้ปรานีต่อศัตรู!

ข้อมูลเบื้องต้น

เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า

เธอ… 'เฟิ่งจิ่ว' หญิงสาวจากยุคศตวรรษที่ 21 เชี่ยวชาญเรื่องพิษและยา ชำนาญลอบฆ่า

ข้ามเวลามาเกิดใหม่ในร่าง 'เฟิ่งชิงเกอ' สาวงามที่ถูกขืนใจจนสิ้นใจทั้งยังถูกทำร้ายจนมีใบหน้าเสียโฉม!

เธอจะรักษาใบหน้าและคนเจ็บไข้ด้วยยาและสมุนไพรวิเศษในโลกนี้ในฐานะ 'ภูตหมอ'

และเธอก็จะสวมชุดแดงท่องทั่วหล้า ตวัดกระบี่สะเทือนฟ้าในฐานะ 'นักฆ่า'

ชำระแค้นตามคำสั่งเสียของเฟิ่งชิงเกอด้วยน้ำมือของเธอเอง

"จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เป็นสุขเถิด ก่อนที่เจ้าจะได้อยู่อย่างตายทั้งเป็นตลอดชีวิตนี้!"

เธอ…ภูตหมอผู้เมตตาต่อคนไข้ และเธอ…ก็คือยอดนักฆ่าผู้ไร้ปรานีต่อศัตรู! “จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เป็นสุขเถิด ก่อนที่เจ้าจะได้อยู่อย่างตายทั้งเป็นตลอดชีวิตนี้!”

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท Ink Stone Entertainment ***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : China Literature

เรื่อง : เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า

ผู้เขียน : เฟิ่งจ่ง

ผู้แปล : Zonore

---

[天医凤九] / [凤炅]

©2020 Ink Stone Entertainment Co., Ltd. All rights reserved.

Thai translation rights arranged with China Literature by Ink Stone Entertainment Co., Ltd.

ตอนที่ 1 แผนร้ายกลางป่า

แคว้นแสงสุริยัน

เมืองอวิ๋นเยวี่ย

ภูเขาเขียวตั้งเรียงรายโอบล้อมไปด้วยเมฆหมอก ต้นไม้เขียวชอุ่มในป่าเขาต่างพลิ้วไหวท่ามกลางสายลมอันแผ่วเบา ป่าไม้ในยามเช้าตรู่ช่างดูงดงามและเงียบสงบ…

ทว่า ตอนนี้ในป่าลึกที่ห่างไกลไร้ผู้คน กลับกลายเป็นฉากหลังของความป่าเถื่อนและการนองเลือด

เด็กสาวนางหนึ่งในชุดผ้าแพรชั้นดี เวลานี้กำลังถูกชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำสองคนตรึงแขนไว้ด้านหลังแล้วกดให้คุกเข่าลง นางก้มศีรษะลงในสภาพลมหายใจรวยริน เส้นผมยุ่งเหยิงปรกตรงข้างแก้มเปียกชุ่มด้วยเลือดที่ไหลอาบบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว หยดเลือดแต่ละหยดค่อยๆ ร่วงหล่นและแทรกซึมลงสู่ผืนดิน

เมื่อเด็กสาวที่หายใจรวยรินได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ จึงกัดฟันเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าที่มีคราบเลือดปรากฏให้เห็น ใบหน้านั้นถูกทำลายจนเสียโฉม ผิวหน้าถูกมีดกรีดเป็นแผลเปิด เหวอะหวะโชกเลือด ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมต้องทำร้ายข้าด้วย?” เด็กสาวเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง นางฝืนประคองสติไม่ให้เป็นลมไปเพราะเสียเลือดมาก พลางจับจ้องสตรีซึ่งปิดบังใบหน้าด้วยผ้าผืนบางและมีเรือนร่างงดงามยิ่ง

สตรีที่ปิดบังใบหน้าผู้นั้นสวมกระโปรงสีฟ้าอ่อนราวผืนน้ำกับปุยเมฆ ที่เอวมีพู่สีเดียวกันห้อยอยู่ กำลังสะบัดไหวเบาๆ ตามการย่างก้าวนวยนาดของเด็กสาว ดูแล้วช่างน่ามอง

นางหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเด็กสาวที่ถูกกดให้คุกเข่าอยู่บนพื้น ก้มลงมองสาวน้อยที่ตอนนี้ใบหน้าเสียโฉม ก่อนจะกล่าวด้วยดวงตาคู่งามที่มีรอยยิ้มเยาะ “ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ คุณหนูใหญ่แห่งจวนฮู่กั๋วกง (แม่ทัพพิทักษ์ดินแดน) เป็นแก้วตาดวงใจของแม่ทัพใหญ่เฟิ่งเซียวผู้ทรงอำนาจ นายหญิงน้อยแห่งตระกูลเฟิ่ง และผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลเฟิ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นคู่หมั้นของท่านอ๋องสามผู้มากพรสวรรค์แห่งแคว้นแสงสุริยัน”

น้ำเสียงที่คุ้นเคยและคำพูดของหญิงตรงหน้า ทำให้นางถึงกับเบิกตามองอย่างตกตะลึง “เจ้า! เจ้าเป็นใคร? เจ้าเป็นใครกันแน่! ข้าต่างหากล่ะคือเฟิ่งชิงเกอ! ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ!” ร่างแบบบางสั่นเทาเล็กน้อย ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว ดวงตานางเผยแววเหลือเชื่อ

นิ้วมือขาวเรียวค่อยๆ ดึงผ้าที่ปิดหน้าลง รูปโฉมที่สง่าและงดงามสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของเด็กสาวบนพื้น เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเสียจนไม่อาจคุ้นเคยได้อีก นางตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

ใบหน้าที่งดงามหาใดเปรียบนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าที่ดูน่ากลัวของเด็กสาวบนพื้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงด้วยความคาดหวังรอคอยและความตื่นเต้นดีใจที่ไม่อาจหักห้ามได้ “เฟิ่งชิงเกอ ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะมาแทนที่ตัวตนของเจ้า ตำแหน่งของเจ้า และครอบครองทุกสิ่งที่เจ้ามีอย่างชอบธรรม ส่วนเจ้า…” เสียงนางชะงักไป ก่อนจะพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ “ด้วยความฉลาดของเจ้า ไม่สู้เจ้าลองคิดดูเองว่าข้าจะทำเช่นไรกับเจ้า?”

พอได้ฟังน้ำเสียงเดิมของคนตรงหน้า เฟิ่งชิงเกอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ “รั่ว รั่วอวิ๋น? จะ เจ้าคือซูรั่วอวิ๋น!”

ซูรั่วอวิ๋นคือเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่โตมาด้วยกันกับนางตั้งแต่เล็ก และเฟิ่งชิงเกอก็เป็นคนพานางมาอยู่ที่จวนฮู่กั๋วกงจากข้างถนน ให้เป็นคู่คิดอยู่ข้างกาย เป็นสหายสนิทที่คุยได้ทุกเรื่อง และเป็นคนที่นางเห็นเป็นดั่งญาติพี่น้อง…

แต่อย่างไรนางก็นึกไม่ถึง โฉมหน้าของคนที่ทำร้ายและอยากจะแย่งชิงฐานะตำแหน่งของนางกลับกลายเป็นซูรั่วอวิ๋น…

“ทำไมกัน? ข้าดีกับเจ้าขนาดนี้ ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้ด้วย?” หัวใจที่ถูกหักหลังเจ็บปวดราวถูกมีดแทง พอนึกถึงว่าใบหน้าตนเองถูกทำให้เสียโฉม ตัวตนจะถูกแทนที่ และจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ก็ทำให้ความเกลียดชังผุดขึ้นมาในหัวใจนางอย่างอดไม่ได้

“ทำไมอย่างงั้นรึ? ฮึ…แน่นอนว่าเพื่อทุกอย่างที่เจ้ามีอย่างไรเล่า ทั้งท่านปู่ท่านพ่อที่เห็นเจ้าเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ และชายผู้มากพรสวรรค์ที่รักเจ้าปานจะกลืนกิน ทว่า…” ดวงตางดงามของนางโค้งยิ้มพลางมองเฟิ่งชิงเกอบนพื้น “ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นของข้าแล้ว ทั้งความรักความเอ็นดูของท่านปู่ท่านพ่อ ความอ่อนโยนและความรู้สึกลึกซึ้งของพี่มู่หรง ทุกอย่างจะกลายเป็นของข้า”

……………………………………………………..

ตอนที่ 2 ถูกส่งไปขาย

นางมองเฟิ่งชิงเกอบนพื้นที่ถูกทำร้ายจนไม่เหลือสภาพด้วยความพอใจ ทว่ายังไม่หยุดแค่นั้น นางพูดต่อไปว่า “เดิมทีข้าควรฆ่าเจ้าทันทีเพื่อเลี่ยงปัญหาหลังจากนี้ และทำลายศพของเจ้าซะ จะได้ไม่มีใครหาเจอ แต่ว่า หึๆ…”

พอได้ยินเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายเช่นนั้น ใจของเฟิ่งชิงเกอเย็นวาบ ก่อนจะได้ยินน้ำเสียงราวมารร้ายดังมาอีก

“เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมข้าถึงให้คนทำลายแค่ใบหน้าอันงดงามของเจ้า แต่กลับไม่แตะต้องผิวกายขาวๆ ของเจ้า?” นางยอบตัวลงเล็กน้อย มองประจันหน้ากับเฟิ่งชิงเกอ “นั่นเพราะว่าข้าต้องนำตัวเจ้าไปขายยังที่เลวร้ายที่สุด ที่ที่พวกผู้ชายจะไปเสพสุขกัน เชื่อข้าเถอะ ถึงใบหน้าของเจ้าจะเสียโฉมเหมือนผี แต่ผิวเนียนดั่งเนื้อหยกของเจ้าจะต้องมีคนชอบอยู่ไม่น้อย เจ้าคิดว่าอย่างไร?

อย่ามองข้าแบบนั้นสิ ใบหน้าเจ้าเสียโฉมไปแล้ว ต่อให้เจ้าบอกว่าตนเองเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนฮู่กั๋วกงก็คงไม่มีใครเชื่อ ทุกคนมีแต่จะบอกว่าเจ้าเป็นคนบ้า ถ้าเจ้าหนีหรือ หึ พลังแค่ระดับสองเช่นเจ้าน่ะไม่พอหรอก” ระหว่างพูด นางก็ยัดยาเม็ดหนึ่งเข้าไปในปากเฟิ่งชิงเกอ จากนั้นหัวเราะเบาๆ พลางยืนขึ้น ปัดกระโปรงพร้อมพูดว่า “เจ็ดวัน อีกเจ็ดวันหลังจากนี้ ถึงเจ้าไม่ถูกเล่นงานจนตาย ก็คงถูกพิษตายอยู่ดี”

เฟิ่งชิงเกอกัดฟัน ตะคอกไปว่า “ซูรั่วอวิ๋น ต่อให้ตายกลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าแน่!”

“หึ ตอนเป็นๆ เจ้ายังทำอะไรข้าไม่ได้ ตายกลายเป็นผีก็ยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า” นางยิ้มเยาะหยัน แล้วออกคำสั่งไป “นำตัวมันไป ส่งไปขายแล้วอย่าให้เหลือร่องรอย ถ้าจะให้ดีก็ฆ่าปิดปากคนที่มารับต่อเสีย”

“ขอรับ!” ชายกำยำทั้งสองตอบรับอย่างเคารพ ฟันฝ่ามือลงไป จากนั้นแบกร่างเฟิ่งชิงเกอที่ปางตายขึ้นบ่า กระโดดสองสามครั้งก็หายเข้าไปในป่าลึก

ตอนนี้เอง ชายวัยกลางคนชุดสีดำซึ่งยืนอยู่ด้านหลังซูรั่วอวิ๋นอยู่ตลอดก็ก้าวขึ้นมา “คุณหนู เวลาค่ำแล้ว จะกลับจวนก่อนหรือไม่ขอรับ?”

“อืม ต้องกลับแล้วละ” นางผุดยิ้มอ่อนโยน มองไปยังท้องฟ้าพลางพูดเสียงเบา “ตั้งแต่นี้ไป ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ และเฟิ่งชิงเกอก็คือข้า”

ค่ำคืนในอีกสองวันให้หลัง หอสุคนธรส เขตเมืองแจ่มกระจ่าง

พอได้กลิ่นหอมหวน เฟิ่งชิงเกอที่หมดสติอยู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น สมองยังไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ จนกระทั่งนางได้ยินเสียงดังจิ๊จ๊ะแปลกๆ และรู้สึกว่าแขนของตัวเองกำลังถูกมือคู่หนึ่งสัมผัสลูบไล้ จึงตกใจร้องเสียงหลง พลิกตัวกลิ้งตกเตียงไป

“ฮี่ๆ ตื่นแล้วหรือ? ตื่นแล้วก็ดี ข้าไม่ชอบทำอะไรกับปลาตาย ข้าชอบแบบดุเดือดคึกคัก นั่นสิถึงจะเลิศรส” ดวงตาของชายอัปลักษณ์อายุราวสามสิบกำลังหรี่มองเฟิ่งชิงเกอที่กลิ้งตกพื้นแล้วถดตัวไปด้านข้าง ในดวงตามีแต่ความตื่นเต้น “ไม่นึกเลยจริงๆ ว่าวันนี้จะมีของดีขนาดนี้มาถึงมือข้า ถึงหน้าจะเสียโฉม แต่ผิวขาวเนียนเช่นนี้ จิ๊ๆ งามไม่แพ้พวกคุณหนูตระกูลใหญ่เลย”

เฟิ่งชิงเกอถดตัวถอยห่าง ในดวงตานางมีความตื่นตระหนกที่ยากจะปิดบัง “เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา!” นางลุกขึ้นวิ่งไปยังประตูห้องทันใด ทว่าวิ่งได้เพียงสองก้าวก็ถูกชายผู้นั้นกอดเอาไว้

“คิดจะหนีหรือ เหอะๆ เข้ามาในห้องนี้แล้ว คิดว่าเจ้าจะหนีพ้นรึ? มาเถอะ ให้ข้าได้เชยชมผิวกายขาวๆ ของเจ้าหน่อย” ชายผู้นั้นยิ้มระรี้ระริก ยื่นมือไปฉีกแขนเสื้อตัวบางบนร่างนางออก ทันใดนั้นต้นแขนขาวๆ ก็สะท้อนสู่สายตา ทำให้ดวงตาของเขามีประกายตื่นเต้นที่รุ่มร้อนฉายขึ้นมา

“อ๊ะ!” เฟิ่งชิงเกอร้องเสียงหลง ความรู้สึกรังเกียจที่ถูกชายผู้นั้นกอดรัดไว้ทำให้นางขนลุกชันทั้งตัว ขณะที่มือกำลังผลักไสก็คลำเจอมีดสั้นเล่มหนึ่งข้างเอวเขา นางดึงมีดออกมาอย่างไม่ลังเลสักนิด แล้วแทงไปที่หัวใจของชายผู้นั้น

“อั่ก! นางสารเลว!” ชายผู้นั้นกำลังคิดจะทำมิดีมิร้าย จึงหลบไม่ทันในชั่วขณะนั้น หน้าอกถูกฟันเป็นรอยเลือดทางหนึ่ง รู้สึกเจ็บเสียจนเขาต้องผลักร่างเฟิ่งชิงเกอออกไป

“กรี๊ด!”

ผัวะ!

ศีรษะนางชนเข้ากับหัวมุมเตียง เลือดสดๆ ทะลักออกมาราวน้ำพุ นางคิดจะลองลุกยืนขึ้น กลับเซไปมาเล็กน้อยก่อนจะล้มคว่ำลงกับพื้นและหมดสติไป…

……………………………………………………..

ตอนที่ 3 ฉันคือเฟิ่งจิ่ว

“สมควรตาย!” ครั้นชายผู้นั้นมองเห็นเลือดไหลออกมาจากอกตัวเองก็โมโหขึ้นมา เตะไปยังท้องของนางอย่างโหดร้าย ก่อนจะก่นด่าอย่างหัวเสีย “ลุกขึ้นมา! อย่ามาแกล้งตายกับข้า!” ระหว่างพูดมือก็ดึงคอเสื้อนาง จากนั้นลากขึ้นมาโยนลงไปบนเตียงใหญ่

ความเจ็บที่ศีรษะและอาการปวดที่ท้อง ทำให้คนที่เดิมทีหมดสติไปถึงกับขมวดคิ้วขึ้นน้อยๆ ในหัวของนางเหมือนมีเสียงหนึ่งกำลังร้องไห้ ดังเสียจนนางหงุดหงิดอยู่ในใจ “หุบปาก!”

น้ำเสียงเย็นเยือกตะคอกออกมา ขณะที่ลืมตาขึ้น คิ้วก็ขมวดแน่นอยู่ไม่คลาย ในหัวนางมีเสียงร่ำไห้อยู่จริงๆ และตรงหน้ายังมีชายอัปลักษณ์คนหนึ่งถอดเสื้อผ้าจนเหลือแค่กางเกงชั้นใน กำลังมองมาอย่างหื่นกาม

สายตานางกวาดผ่านร่างชายอัปลักษณ์ผู้น่ารังเกียจ แล้วมองไปรอบห้องแบบโบราณนี้ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงอย่างอดไม่ได้

ตั้งแต่ตะคอกออกไปด้วยเสียงเย็นเยียบ เสียงนั้นที่เคยร้องไห้อยู่ในหัวก็เหมือนจะชะงักและเงียบไปแล้ว

“หึ! รู้แล้วสินะว่าแกล้งตายไปก็ไม่มีประโยชน์? เจ้าอยู่เล่นเป็นเพื่อนข้าอย่างว่าง่ายดีกว่า ไม่เช่นนั้นข้าก็มีวิธีจัดการกับเจ้า!” ขณะเอ่ยเขาก็กระโจนไปหาเฟิ่งชิงเกอที่นั่งอยู่บนเตียงราวหมาป่าหิวโหยกระโจนเข้าหาเหยื่อ

“รนหาที่ตาย!” นางแค่นเสียงเย็นด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนยกขาขึ้นถีบร่างของชายอัปลักษณ์ที่กระโจนเข้ามา

“ผัวะ! หือ!”

ชายอัปลักษณ์ถูกถีบโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งร่างล้มลงไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นราวกับคางคก พอได้สติกลับมา เขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ถลึงตามองเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียงพลางกำหมัดชกออกไป “นางหญิงแพศยา! เจ้ากล้าถีบข้า ข้าจะซัดเจ้าให้ตายเสีย!”

ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงคือ นางกลับรับหมัดที่ชกออกไปไว้ได้ และไม่รู้ว่าใช้ท่าอะไรหักแขนเขาไปข้างหลังได้อีก ได้ยินเพียงเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ เขาเจ็บจนหน้าซีดเผือด เปล่งเสียงร้องออกมาตามสัญชาตญาณ แต่สองมืออันเย็นเยียบนั้นกลับบีบคอเขาไว้ ทันทีที่เสียงกร๊อบดังมาอีก ศีรษะของเขาเอียงข้าง ดวงตาเบิกโพลงค่อยๆ ปิดลง จนกระทั่งตายไป แม้แต่เสียงร้องก็ยังไม่อาจร้องออกมา

เวลาเหมือนถูกหยุดไปชั่วขณะ เสียงในห้องกลับมาเงียบเชียบ เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตกลงบนพื้น

และตอนนี้เอง เด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียงกลับยกนิ้วมือขาวเรียวขึ้นมาดู นางเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วรอยยิ้มชั่วร้ายก็ปรากฏบนริมฝีปาก ทว่าเมื่อรอยยิ้มชั่วร้ายมาประดับบนใบหน้าที่เสียโฉม จะดูอย่างไรก็รู้สึกแปลก ชวนให้คนขนลุกขนพอง

ชายคนที่ตายไปอาจจะกำชับไว้ก่อนแล้วว่า ไม่ว่าในห้องเกิดการเคลื่อนไหวอะไรก็ไม่ต้องเข้ามา ด้วยเหตุนี้ถึงแม้สองชายฉกรรจ์ที่เฝ้าอยู่นอกห้องจะได้ยินเสียงต่อสู้ภายในห้อง ก็คิดว่าคงเป็นเสียงชายอัปลักษณ์กำลังกลั่นแกล้งเด็กสาวอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้สนใจ

เด็กสาวบนเตียงเดินไปนั่งลงหน้ากระจกทรงดอกกระจับ มองใบหน้าน่ากลัวที่สะท้อนกลับมาในกระจก นัยน์ตานางหรี่ลงน้อยๆ นิ้วมือเคาะเบาๆ บนโต๊ะเครื่องแป้ง จนเกิดเป็นเสียงดังก๊อกๆ ขึ้นมา

“พูดมาสิ! เธอเป็นใคร?” นางมองที่กระจก เหมือนพูดกับตัวเอง

แต่หลังจากพูดออกไป ในหัวก็กลับมีเสียงสะอื้นลอยมา “ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ เจ้าล่ะเป็นใคร?”

“เฟิ่งจิ่ว” เธอปริปากบอกไป “เธอคงตายไปแล้วสินะ? แล้วจะทิ้งเสี้ยวจิตของตัวเองไว้ในหัวฉันทำไม”

“ข้าไม่ยอม! ข้าแค้น! ซูรั่วอวิ๋น! ซูรั่วอวิ๋นทำข้าไว้เจ็บนัก…” เสียงสะอึกสะอื้นที่เจือความเกลียดชังดังสะท้อนอยู่ในหัว

เฟิ่งจิ่วเงียบไป ไม่ปริปากส่งเสียงอยู่นาน ทำแค่ฟังเสียงในหัวที่กำลังร้องไห้ ทั้งความเกลียดชังและความไม่ยินยอมลอยมาถึงหัวใจของเฟิ่งจิ่ว ทำให้เธอเกิดความรู้สึกจงเกลียดจงชังที่ไม่ใช่ของตนขึ้นมา

………………………………………………….….

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...