โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ทุเรียนไทย' ว้าวุ่น เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 05.06 น.

บทความเศรษฐกิจ

‘ทุเรียนไทย’ ว้าวุ่น

เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน

ประเดิมปี 2568 ด้วยปัญหาว้าวุ่นของวงการทุเรียนไทย เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนสั่งเข้มระงับการส่งออกทุเรียนจากประเทศไทยอีกรอบ หลังพบสารปนเปื้อนที่มีลักษณะเป็นสารย้อมสีเหลือง ชุบผลทุเรียนที่ส่งออกมาจากประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบกิจการสวนทุเรียนต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เนื่องจากในปี 2567 ทางจีนเคยแจ้งเตือนว่าพบทุเรียนที่ส่งออกจากไทยปนเปื้อนแคดเมียมมาแล้วถึง 6 ครั้ง จำนวน 16 ชิปเมนต์ จากโรงคัดบรรจุ 12 ราย แหล่งผลิตจำนวน 15 สวน

วาระแห่งชาติที่พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นี้ทำให้ภาคการเกษตรจะต้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ก่อนที่จะเสียหายลามกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของไทยในอนาคตได้

สําหรับสารปนเปื้อนอันตรายที่เป็นอุปสรรคใหญ่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทยถึงแสนล้านบาท มี 2 ชนิด คือ

1. ‘แคดเมียม’ เป็นแร่โลหะหนักชนิดหนึ่ง ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมหลากหลายด้าน เช่น ใช้ฉาบและเคลือบเงาผิวโลหะต่างๆ เพื่อความเงางาม ทนต่อการกัดกร่อน หากร่างกายสูดดมหรือบริโภคเข้าไป จะเกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปอด ไต และตับ จะถูกทำลาย จนถึงขั้นเสียชีวิต

2. สาร Basic yellow 2 หรือ BY2 สารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน เป็นสารย้อมสีชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นสีเหลืองสด ละลายน้ำได้ดี ทนแสง ทนร้อนได้ ถูกใช้ในการย้อมสีในอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งทอ รวมถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้สารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง และกระทรวงสาธารณสุขของจีนจัดให้สารนี้เป็นสารที่กินไม่ได้เมื่อปี 2551

ทั้ง 2 สารปนเปื้อนจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ชื่อเสียงทุเรียนไทย และมีผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ต่อมาสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) ได้ออกประกาศขอความร่วมมือสมาชิกงดการใช้สารชุบสีทุเรียนเพื่อการส่งออกไปประเทศจีน

ประเด็นนี้ ทำให้ฝ่ายค้าน นำโดย ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาชน ได้มีการตั้งกระทู้ถามสดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาการส่งออกทุเรียน เนื่องจากไม่มีผลตรวจยืนยันสารดังกล่าว ทำให้ราคาทุเรียนดิ่งลงจากซื้อเหมาสวนราคา 230-240 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.) เหลือ 110-120 บาท/ก.ก. เพราะผู้ประกอบการหรือล้งและผู้ส่งออกไม่กล้ารับซื้อ หากรับซื้อจะกังวลว่าจะส่งออกได้หรือไม่ และถามถึงมาตรการควบคุมสาร กระบวนการตรวจรับรองการใช้สารดังกล่าว ระยะเวลาตรวจรับรองผล และความเพียงพอของแล็บตรวจทดสอบสาร

แม้กรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการส่งออกทุเรียนและมีการสอบสาเหตุเบื้องต้นแล้วนั้น แต่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องเข้มงวดในการปราบปัญหานี้ให้เด็ดขาด

ดังนั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2568 โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ ไม่นิ่งนอนใจ ได้เน้นย้ำความสำคัญในการควบคุมมาตรฐานสินค้าผักและผลไม้

โดยที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มมาตรการตรวจเข้มข้น ตรวจทุกตู้ที่มีการส่งออก 100% รวมไปถึงการตรวจสารแคดเมียม หนอนทุเรียน และสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยด้วย หากตรวจพบจะลงโทษตามประกาศกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจตามล้งต่างๆ โดยพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.ชุมพร และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการก่อน เนื่องจากผลผลผลิตทุเรียนกำลังจะทยอยออกสู่ตลาด

ขณะเดียวกันในระหว่างการเตรียมความพร้อม รัฐมนตรีนฤมลได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่ากระทรวงเกษตรฯ พร้อมวางมาตรการใหม่ภายใน 10 วัน เพื่อยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่นในทุเรียนไทย พร้อมประสานกับกรมการค้าภายในช่วยดูแลเรื่องราคาทุเรียน ขอความร่วมมือผู้รับซื้อทุเรียน ไม่ให้มีการกดราคา

นอกจากนี้ วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 จะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และจะหารือกับทางสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งออกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง มาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

กระทั่งล่าสุด กรมวิชาการเกษตรแจ้งข่าวดีว่าสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) อนุมัติการส่งออกทุเรียนไทยไปยังจีนได้แล้ว แต่ต้องมีเอกสารรับรองตรวจวิเคราะห์ Basic Yellow 2 และแคดเมียม พร้อมเปิดเผยศักยภาพห้องปฏิบัติ ห้องวิเคราะห์

กรมวิชาการเกษตรยังระบุว่า ประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถในการทดสอบ Basic Yellow 2 หรือ BY2 และแคดเมียม ในทุเรียนผลสดส่งออกจากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเชียงใหม่, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสงขลา, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขากรุงเทพฯ, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาฉะเชิงเทรา, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสมุทรสาคร และบริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) (AMARC)

โดยห้องปฏิบัติการ (Lab) ดังกล่าว จะมีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์ รวมกันได้ 700 ตัวอย่าง/วัน ใช้เวลาตรวจวิเคราะห์ประมาณ 48 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรได้กำหนดมาตรการ 4 ไม่ เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนไทย ปี 2568 ได้แก่ ไม่อ่อน / ไม่หนอน / ไม่สวมสิทธิ์ และ ไม่มีสี ไม่มีสารเคมีต้องห้าม พร้อมมีเป้าหมายในการใช้สี การใช้สารเคมี เป็นศูนย์ในโรงคัดบรรจุทั้งหมด และหากมีการตรวจพบสารผงสีเหลืองและสารเคมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะยกเลิกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช ทันที

เพื่อให้ชื่อเสียงทุเรียนไทยกลับมาโดยเร็ว!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทุเรียนไทย’ ว้าวุ่น เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...