'ทุเรียนไทย' ว้าวุ่น เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน
บทความเศรษฐกิจ
‘ทุเรียนไทย’ ว้าวุ่น
เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน
ประเดิมปี 2568 ด้วยปัญหาว้าวุ่นของวงการทุเรียนไทย เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนสั่งเข้มระงับการส่งออกทุเรียนจากประเทศไทยอีกรอบ หลังพบสารปนเปื้อนที่มีลักษณะเป็นสารย้อมสีเหลือง ชุบผลทุเรียนที่ส่งออกมาจากประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบกิจการสวนทุเรียนต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
เนื่องจากในปี 2567 ทางจีนเคยแจ้งเตือนว่าพบทุเรียนที่ส่งออกจากไทยปนเปื้อนแคดเมียมมาแล้วถึง 6 ครั้ง จำนวน 16 ชิปเมนต์ จากโรงคัดบรรจุ 12 ราย แหล่งผลิตจำนวน 15 สวน
วาระแห่งชาติที่พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นี้ทำให้ภาคการเกษตรจะต้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ก่อนที่จะเสียหายลามกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของไทยในอนาคตได้
สําหรับสารปนเปื้อนอันตรายที่เป็นอุปสรรคใหญ่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทยถึงแสนล้านบาท มี 2 ชนิด คือ
1. ‘แคดเมียม’ เป็นแร่โลหะหนักชนิดหนึ่ง ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมหลากหลายด้าน เช่น ใช้ฉาบและเคลือบเงาผิวโลหะต่างๆ เพื่อความเงางาม ทนต่อการกัดกร่อน หากร่างกายสูดดมหรือบริโภคเข้าไป จะเกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปอด ไต และตับ จะถูกทำลาย จนถึงขั้นเสียชีวิต
2. สาร Basic yellow 2 หรือ BY2 สารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน เป็นสารย้อมสีชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นสีเหลืองสด ละลายน้ำได้ดี ทนแสง ทนร้อนได้ ถูกใช้ในการย้อมสีในอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งทอ รวมถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้สารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง และกระทรวงสาธารณสุขของจีนจัดให้สารนี้เป็นสารที่กินไม่ได้เมื่อปี 2551
ทั้ง 2 สารปนเปื้อนจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ชื่อเสียงทุเรียนไทย และมีผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ต่อมาสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) ได้ออกประกาศขอความร่วมมือสมาชิกงดการใช้สารชุบสีทุเรียนเพื่อการส่งออกไปประเทศจีน
ประเด็นนี้ ทำให้ฝ่ายค้าน นำโดย ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาชน ได้มีการตั้งกระทู้ถามสดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาการส่งออกทุเรียน เนื่องจากไม่มีผลตรวจยืนยันสารดังกล่าว ทำให้ราคาทุเรียนดิ่งลงจากซื้อเหมาสวนราคา 230-240 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.) เหลือ 110-120 บาท/ก.ก. เพราะผู้ประกอบการหรือล้งและผู้ส่งออกไม่กล้ารับซื้อ หากรับซื้อจะกังวลว่าจะส่งออกได้หรือไม่ และถามถึงมาตรการควบคุมสาร กระบวนการตรวจรับรองการใช้สารดังกล่าว ระยะเวลาตรวจรับรองผล และความเพียงพอของแล็บตรวจทดสอบสาร
แม้กรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการส่งออกทุเรียนและมีการสอบสาเหตุเบื้องต้นแล้วนั้น แต่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องเข้มงวดในการปราบปัญหานี้ให้เด็ดขาด
ดังนั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2568 โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ ไม่นิ่งนอนใจ ได้เน้นย้ำความสำคัญในการควบคุมมาตรฐานสินค้าผักและผลไม้
โดยที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มมาตรการตรวจเข้มข้น ตรวจทุกตู้ที่มีการส่งออก 100% รวมไปถึงการตรวจสารแคดเมียม หนอนทุเรียน และสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยด้วย หากตรวจพบจะลงโทษตามประกาศกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจตามล้งต่างๆ โดยพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.ชุมพร และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการก่อน เนื่องจากผลผลผลิตทุเรียนกำลังจะทยอยออกสู่ตลาด
ขณะเดียวกันในระหว่างการเตรียมความพร้อม รัฐมนตรีนฤมลได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่ากระทรวงเกษตรฯ พร้อมวางมาตรการใหม่ภายใน 10 วัน เพื่อยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่นในทุเรียนไทย พร้อมประสานกับกรมการค้าภายในช่วยดูแลเรื่องราคาทุเรียน ขอความร่วมมือผู้รับซื้อทุเรียน ไม่ให้มีการกดราคา
นอกจากนี้ วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 จะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และจะหารือกับทางสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งออกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง มาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
กระทั่งล่าสุด กรมวิชาการเกษตรแจ้งข่าวดีว่าสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) อนุมัติการส่งออกทุเรียนไทยไปยังจีนได้แล้ว แต่ต้องมีเอกสารรับรองตรวจวิเคราะห์ Basic Yellow 2 และแคดเมียม พร้อมเปิดเผยศักยภาพห้องปฏิบัติ ห้องวิเคราะห์
กรมวิชาการเกษตรยังระบุว่า ประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถในการทดสอบ Basic Yellow 2 หรือ BY2 และแคดเมียม ในทุเรียนผลสดส่งออกจากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเชียงใหม่, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสงขลา, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขากรุงเทพฯ, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาฉะเชิงเทรา, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสมุทรสาคร และบริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) (AMARC)
โดยห้องปฏิบัติการ (Lab) ดังกล่าว จะมีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์ รวมกันได้ 700 ตัวอย่าง/วัน ใช้เวลาตรวจวิเคราะห์ประมาณ 48 ชั่วโมง
ขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรได้กำหนดมาตรการ 4 ไม่ เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนไทย ปี 2568 ได้แก่ ไม่อ่อน / ไม่หนอน / ไม่สวมสิทธิ์ และ ไม่มีสี ไม่มีสารเคมีต้องห้าม พร้อมมีเป้าหมายในการใช้สี การใช้สารเคมี เป็นศูนย์ในโรงคัดบรรจุทั้งหมด และหากมีการตรวจพบสารผงสีเหลืองและสารเคมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะยกเลิกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช ทันที
เพื่อให้ชื่อเสียงทุเรียนไทยกลับมาโดยเร็ว!!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทุเรียนไทย’ ว้าวุ่น เร่งแก้วิกฤตสารปนเปื้อน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com