โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(จบ)เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2567 เวลา 17.07 น. • KengKung
เมื่อเกมส์อาณาจักรเทพเจ้ากับโลกแห่งความเป็นจริงได้หลอมรวมกัน ชะตากรรมของมนุษย์ชาติก็ได้แปรเปลี่ยนไป อนาเธอร์ ผู้ที่กำเนิดมาไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป เขาดันได้รับระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าซะงั้น

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อเกมส์อาณาจักรเทพกับโลกแห่งความเป็นจริงได้หลอมรวมกัน ชะตากรรมของมนุษย์ชาติก็ได้แปรเปลี่ยนไป

อนาเธอร์ ซิกฟริด ทายาทลำดับท้ายสุดแห่งตระกูลซิกฟริด กำเนิดมาไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป และเขาคือชายที่ถูกลิขิตว่าไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพให้กลายเป็นผู้เล่นได้ เขาเป็นคนธรรมดาที่อยู่ท่ามกลางผู้เล่นนับร้อยนับพันล้านคน แต่ชายคนนี้ดันได้รับระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าซะงั้น

[ติ๊ง! ตรวจสอบพบการเชื่อมต่อ คุณได้รับอาชีพมหาเทพสูงสุด ราชันวานรผู้ไร้เทียมทาน ฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคง]

[ติ๊ง! ตรวจสอบพบการเชื่อมต่อ คุณได้รับอาชีพมหาเทพสูงสุด ผู้ที่มองเห็นอดีตและอนาคต เทพแห่งตำนานนอร์ส โอดิน]

[ติ๊ง! ตรวจสอบพบการเชื่อมต่อ คุณได้รับอาชีพมหาเทพสูงสุด ปลาผู้กลายเป็นมังกร ตำนานโลหิตแห่งสนามรบ บาฮามุท]

“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกแกเป็นผู้สืบทอดเทพตนอื่นๆเหรอ? แต่เสียใจด้วยวะ ฉันคือผู้สืบทอดพลังเทพเจ้าทั้งหมด!”

คนอื่น: “อะไรนะ แกมันไอ้ขี้โกง พวกข้าจะฟ้องผู้ดูแลระบบเกมส์ ว่าแต่โลกแห่งนี้มันมีผู้ดูแลไหมวะเนี่ย?”

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่6แล้วครับ ถ้ายังไงก็ฝากผลงานด้วยนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนครับ

นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญิติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนจะมีโทษสูงสุดตามที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ได้บัญญิติไว้

ตอนที่ 1 โลกที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง

ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2100 อุตสาหกรรมบันเทิงของโลกที่เคยรุ่งเรืองก็ได้พลิกผันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำได้พัฒนาระบบจำลองเกมส์แห่งโลกเสมือนจริง ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอย่างเต็มที่

ไม่ใช่เพียงแค่เล่นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเท่านั้น แต่เป็นการเข้าสู่โลกใหม่ที่เหมือนจริงทุกอย่าง ผู้คนสามารถมองเห็น สัมผัส และสัมผัสกับประสบการณ์ที่เหมือนพวกเขาอยู่ในโลกที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

โลกเสมือนจริงนั้นถูกเรียกว่า "เกมส์อาณาจักรเทพ" ซึ่งเป็นการจำลองโลกแฟนตาซีที่กว้างใหญ่ มีทั้งมอนสเตอร์ ดันเจี้ยน เมืองโบราณ และระบบการต่อสู้ที่ไม่ซับซ้อน หลายคนเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่โลกเกมส์นี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น หรือแม้แต่วัยกลางคนที่ทำงานแล้ว

ทุกคนต่างใช้เวลาชีวิตไปกับการสร้างตัวละครและผจญภัยในโลกแห่งนี้ เนื่องจากโลกภายนอกในช่วงเวลานั้นเริ่มเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและความไม่แน่นอน ระบบเกมส์ที่สามารถมอบประสบการณ์ใหม่ๆ และการปลดปล่อยจากชีวิตจริงนั้น ถือเป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยต่างใฝ่หา

อาณาจักรเทพ เป็นเกมส์ที่ผู้เล่นสามารถเลือกสร้างตัวละครในสไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักรบ ผู้วิเศษ นักลอบสังหาร หรือแม้แต่นักบวช

โดยตัวละครทุกตัวสามารถพัฒนาตัวเองไปตามเส้นทางที่ผู้เล่นเลือก ด้วยระบบเลเวลที่ละเอียดอ่อน รวมไปถึงการได้รับสกิลและอุปกรณ์พิเศษตามการผจญภัยที่พวกเขาได้พบเจอ ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเข้าร่วมกิลด์ ทำการค้าขาย แลกเปลี่ยนทรัพยากร หรือแม้กระทั่งต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันเองเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในโลกแห่งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมส์อาณาจักรเทพเปิดให้บริการผ่านไปกว่าหลายปี โลกแห่งความจริงก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

วันหนึ่งผู้เล่นหลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่ามีปรากฏการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น มีข่าวรายงานว่ามีการค้นพบมอนสเตอร์และพวกปีศาจจากเกมส์ในพื้นที่ซึ่งห่างไกลของโลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดจากตำนาน หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์

ในตอนนั้น ทุกคนก็รับรู้ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องแค่ในเกมส์อีกต่อไป เหล่ามอนสเตอร์ที่เคยปรากฏเพียงในเกมส์อาณาจักรเทพนั้นกลับกลายเป็นความจริง พวกมันได้ออกมาอาละวาดในโลกแห่งความเป็นจริง

การที่มอนสเตอร์ปรากฏในโลกจริงนั้นไม่ได้มาเพียงแค่ตัวเดียว แต่ยังมาพร้อมกับดันเจี้ยนและสถานที่แปลกประหลาดที่ปรากฏขึ้นทั่วโลก ดันเจี้ยนเหล่านี้เป็นเหมือนกับปราสาทโบราณ

ถ้ำที่ลึกลงไปใต้พื้นดิน หรือป่าที่ปกคลุมด้วยเวทมนตร์อันแปลกประหลาด ซึ่งภายในเต็มไปด้วยกับดักและสมบัติ ผู้คนเริ่มพบว่าไม่ใช่แค่การผจญภัยในโลกเกมส์ที่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป แต่โลกแห่งความเป็นจริงเองก็เต็มไปด้วยอันตรายและความตื่นเต้นที่ไม่แพ้กัน

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นั้นแย่ลงไปอีกก็คือวันหนึ่งผู้คนทั้งโลกได้รับ เสียงแจ้งเตือนในหัวของพวกเขา เสียงนั้นเป็นเสียงระบบจากเกมส์อาณาจักรเทพที่บอกกับทุกคนว่า

[จากนี้ไป มนุษย์ทุกคนสามารถเพิ่มระดับเลเวลและเลือกอาชีพเหมือนกับในเกมส์ได้ทุกประการ]

ทุกคนเริ่มรู้สึกได้ว่าตัวเองมีสถานะเป็นตัวละครในเกมส์ และสามารถได้รับประสบการณ์ (EXP) และสกิลจากการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำงานเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงการต่อสู้กับมอนสเตอร์จริง

นับแต่นั้นมา ยุคสมัยของมนุษยชาติก็ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การต่อสู้ การทำงาน การใช้ชีวิต ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยระบบเลเวล

ชื่อเสียงและสถานะของคนเริ่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองหรือความสามารถในการทำงานอีกต่อไป แต่มันขึ้นอยู่กับเลเวล อาชีพ และพลังที่พวกเขามี

ยิ่งคนมีเลเวลสูง พวกเขาก็ยิ่งได้รับความเคารพนับถือจากคนรอบข้าง

ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับมอนสเตอร์ หรือการลงดันเจี้ยนเพื่อหาไอเท็มอันล้ำค่า

ในช่วงเวลานั้น เมืองต่างๆก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่ หลายเมืองได้ตั้ง “ศูนย์กิลด์” ขึ้นมาซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานที่รับภารกิจและจัดหาทรัพยากรให้กับเหล่านักผจญภัยที่ต้องการพัฒนาเลเวลของตัวเอง ภายในศูนย์กิลด์เต็มไปด้วยบอร์ดภารกิจที่ประกอบไปด้วยภารกิจต่างๆ

ตั้งแต่การกำจัดมอนสเตอร์ ไปจนถึงการช่วยเหลือคนในชุมชน การรับภารกิจจากศูนย์กิลด์จะทำให้เหล่านักผจญภัยได้รับ คะแนนประสบการณ์ (EXP) และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรหรืออุปกรณ์อันทรงพลังได้

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในโลกเริ่มยิ่งน่ากลัวเมื่อเวลาผ่านไป เหล่าปีศาจที่ออกมาโจมตีเมืองต่างๆมีพลังมากขึ้นและน่าสะพรึงกลัว

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ ทำให้ผู้คนต้องเริ่มสร้างป้อมปราการและเขตป้องกัน พวกเขายังต้องพึ่งพาเหล่านักผจญภัยที่มีเลเวลสูงเพื่อรับมือกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โลกที่เคยเต็มไปด้วยความสงบสุขก็กลับกลายเป็นสนามรบที่ไม่สิ้นสุด เหล่าผู้คนได้รับอาชีพที่เหมาะสมกับตนก็สามารถใช้ชีวิตอย่างรุ่งเรืองได้

เหล่านักรบที่มีความสามารถในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือผู้วิเศษที่ใช้เวทมนตร์รักษาคนเจ็บและกำจัดศัตรูจากระยะไกล ผู้ที่มีความสามารถมากก็จะมีโอกาสได้เข้าร่วมกับกิลใหญ่ที่มีทรัพยากรมากมาย

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็ต้องพบกับความยากลำบากในการเอาชีวิตรอดในโลกใหม่นี้ การใช้ชีวิตในโลกที่ถูกครอบงำด้วยระบบเลเวลไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้คนต่างต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพียงแค่กับมอนสเตอร์ แต่ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันระหว่างมนุษย์กันเองด้วย เมื่อทรัพยากรเริ่มขาดแคลน การต่อสู้เพื่อชิงความมั่งคั่งและอำนาจก็กลายเป็นเรื่องปกติ

ในโลกใบใหม่นี้ อำนาจไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลหรือองค์กรระหว่างประเทศอีกต่อไป

แต่กลับมาอยู่ในมือของเหล่าผู้มีพลังและเลเวลสูง พวกเขาเป็นผู้ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและควบคุมทรัพยากรได้

ความแข็งแกร่งทางกายภาพและการใช้สกิลกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดชะตากรรมของมนุษยชาติ

ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้นำโลกเริ่มพยายามหาวิธีที่จะควบคุมสถานการณ์ โดยการรวมตัวกันเป็นองค์กรที่เรียกว่า "สภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่" ซึ่งประกอบไปด้วยนักผจญภัยระดับสูงที่มีชื่อเสียงและเลเวลสูงสุดในโลก

พวกเขาเป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่ปกป้องโลกจากเหล่ามอนสเตอร์ปีศาจและรักษาความสมดุลของทรัพยากรหรือผู้คนในโลกใบใหม่

แต่เบื้องหลังกลับเป็นการแข่งขันทางอำนาจที่เต็มไปด้วยความลับและความอิจฉาริษยา

เกมส์อาณาจักรเทพที่เคยเป็นเพียงโลกจินตนาการได้กลายเป็นโลกความจริงที่โหดร้ายและซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ คนทั่วไปที่เคยแสวงหาความสุขจากการเล่นเกมส์กลับต้องใช้ความสามารถของพวกเขาในเกมส์มาเพื่อความอยู่รอดในโลกจริง

ตอนที่ 2 พิธีกรรมแห่งโชคชะตา

ผ่านไปกว่าหลายปี นับตั้งแต่เหตุการณ์หลอมรวมระหว่างโลกเสมือนกับโลกแห่งความจริงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษา หรือแม้แต่การทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่เคยมีในห้วงอดีต ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องขึ้นอยู่กับระบบเลเวลและอาชีพที่พวกเขาสุ่มได้มา

โลกใบใหม่ได้ถูกกำหนดโดยความแข็งแกร่งและความสามารถ แต่ต่างตรงที่โลกแห่งนี้คือความเป็นจริง การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน

ในประเทศมังกรที่เคยเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของมนุษย์ ปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยตึกสูงที่ล้อมรอบไปด้วยเทคโนโลยีที่ผสมผสานเข้ากับเวทมนตร์และพลังของเหล่านักผจญภัย

ในเมืองแห่งหนึ่งของประเทศนี้ มีชายหนุ่มลึกลับ กำลังสวมใส่เสื้อคลุมสีดำยาวและหมวกกันน็อคที่ปกปิดใบหน้าของเขาไว้มิดชิด เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังแท่นโบราณลึกลับที่ปรากฏขึ้นในทั่วทุกมุมโลก

แท่นพิธีกรรมเปลี่ยนอาชีพ สิ่งนี้คืออนุสรณ์สถานที่สำคัญมากสำหรับมนุษย์ในยุคสมัยนี้ เพราะมันคือแท่นพิธีกรรมแห่งโชคชะตาที่จะกำหนดชีวิตของทุกคน ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากแท่นพิธีกรรมนี้ทั้งสิ้น ถ้าไม่มีแท่นนี้อยู่ โลกมนุษย์คงได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างไม่รู้จบ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดวันเปลี่ยนอาชีพของฉันก็มาถึง แกคิดว่าฉันจะสุ่มได้อาชีพอะไรวะ?”

“เหอะๆ อย่างแกไปเป็นคนปลูกผักโน่น ข้าเห็นพี่ข้างบ้านสุ่มได้อาชีพนี้ บอกตรงๆแม่งโคตรแย่เลยวะ!”

“อาชีพปลูกผัก? มันก็แย่อย่างที่นายว่าจริงๆนั่นแหละ อาชีพมีเป็นสิบเป็นร้อย แต่ดันได้อาชีพที่ห่วยแตก!”

ทุกคนรอบตัวต่างกำลังรอคอยการเปลี่ยนอาชีพอย่างใจจดใจจ่อ บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะของผู้คนที่กำลังตื่นเต้น

เพราะพวกเขาจะสุ่มอาชีพชีวิตของตนเอง บางคนต้องการเลือกเป็นนักสู้เพื่อต่อกรกับมอนสเตอร์ บางคนเลือกอยากจะเป็นนักเวทย์เพื่อปลดปล่อยพลังเวทมนตร์แห่งความฝัน หรือบางคนอยากจะเป็นนักบวชเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บและคนป่วย

ขณะที่บางคนเลือกอยากเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านต่างๆ เช่นนักธุรกิจหรือนักประดิษฐ์เป็นต้น

“…………….”

ชายหนุ่มลึกลับคนนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน แววตาของเขาจับจ้องไปยังผู้คนที่ขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมทีละคน ประกายแสงที่ก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่มีคนเปลี่ยนอาชีพ ส่องประกายเป็นแสงสีทองอันงดงามและทรงพลัง แต่แสงเหล่านั้นกลับไม่ได้สะท้อนอยู่ในดวงตาของชายคนนั้น

“เจ้านี่มันอะไรกันน่ะ?”

เสียงกระซิบจากกลุ่มผู้คนรอบๆตัวชายหนุ่มดังขึ้น ผู้คนเริ่มมองเขาด้วยสายตาสงสัยและแปลกประหลาด ความเงียบสงัดปกคลุมบรรยากาศในระหว่างที่เขายืนอยู่ตรงนั้น คนอื่นๆที่รออยู่เพื่อขึ้นแท่นพิธีกรรมต่างถอยห่างอย่างไม่รู้ตัว

“นี่มันไม่ปกติ ทำไมหมอนั่นถึงยังไม่ได้สุ่มเปลี่ยนอาชีพกันเลยละ?”

“หรือว่าเขาเป็นพวกไม่สมประกอบ? คนที่ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนอาชีพ?”

หลายคนเอ่ยถาม ทว่าก็มีบางคนที่กระชากร่างของผู้ถามออกมา จากนั้นก็ได้ยกนิ้วขึ้นแตะปากและอธิบายด้วยความเคร่งเครียด

“จุ๊ๆ เขาถูกเรียกว่าหมวกกันน็อคนิรนาม ในช่วงเวลานึงเขาจะเดินทางไปยังแท่นพิธีกรรมหลายแห่งเพื่อเข้ารับการตรวจสอบชีวิตของตน”

“ถูกต้อง! ตลอดหลายเดือนมานี้ ฉันได้ยินว่าเขาทำเช่นนี้ในทุกๆครั้ง เหมือนยังไม่ถอดใจอะไรประมานนั้นละมั้ง?”

ชายหนุ่มได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ มือของเขากลับกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เห็นแสงจากการเปลี่ยนอาชีพของคนอื่น มันทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจอย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เขาไม่ใช่คนที่เลือกจะไม่เปลี่ยนอาชีพ แต่เขาเป็นคนพิเศษ เป็นคนผู้หนึ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้

สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องตลก ทว่ามันเป็นเรื่องที่แท้จริง เขาคือมนุษย์คนเดียวที่ไม่สามารถสุ่มอาชีพแห่งโชคชะตาได้

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่แล้ว ในวัยเด็กเขาคือหนึ่งในผู้ที่ได้สัมผัสกับเกมส์อาณาจักรเทพเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทว่าในขณะที่เพื่อนๆของเขาต่างประสบความสำเร็จในการเลือกอาชีพและเพิ่มระดับเลเวลของตนเอง

เขากลับพบว่าตนไม่สามารถเลือกอาชีพได้เลย ไม่ว่าพยายามมากเท่าใด ระบบผู้เล่นกลับไม่ทำงาน แม้เขาจะพยายามทดสอบหลายวิธีหรือเปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้ชีวิต ทุกครั้งที่เขาขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมก็ไม่มีแสงสีทองส่องประกาย และไม่มีการเปลี่ยนอาชีพใดๆเกิดขึ้น

วันเวลาผ่านไป เขากลายเป็นคนที่ถูกละเลยจากระบบของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะทำงานหนักหรือพยายามมากเท่าใด เขาก็ยังคงอยู่ในสถานะ "ผู้ไม่มีอาชีพ" ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่มีใครอยากเผชิญ

ในโลกใบใหม่นี้ การไม่มีอาชีพหมายถึงการไม่มีพลังอำนาจ ไม่สามารถเข้าสู่การต่อสู้หรือแม้แต่เข้าร่วมกับกิลด์ใหญ่ๆที่จะช่วยให้ตนเองมีสถานะทางสังคมที่มั่นคงได้

“เจ้าคือคนพิเศษ…”

คำพูดหนึ่งจากนักบวชผู้เฒ่าที่เขาเคยพบเมื่อหลายปีก่อนดังขึ้นในความคิดของเขา

นักบวชคนนั้นบอกว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ แต่เขาอาจเป็นคนที่ถูกเลือกให้มีบทบาทสำคัญในอนาคต แม้ว่าคำพูดนั้นจะฟังดูเหมือนนิทาน แต่ชายหนุ่มก็ยังคงเก็บมันไว้ในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“หึหึ คนพิเศษเหรอ..”

“อย่าพูดให้ขำดีกว่าตาแก่เอ้ย!”

เขาพึมพำกับตัวเอง พลางปล่อยมือที่กำแน่นออก เขาเฝ้ามองฝูงชนที่กำลังเปลี่ยนอาชีพอย่างราบรื่นพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องออกมา ไม่ว่าพวกเขาจะกลายเป็นนักรบหรือนักเวทย์ พวกเขาก็ยังคงมีเส้นทางที่ชัดเจนรออยู่ แต่สำหรับเขาเส้นทางเหล่านั้นกลับไม่ปรากฏ

[คนต่อไป เชิญผู้กล้าคนใหม่ขึ้นมายังแท่นพิธีกรรมแห่งโชคชะตา]

ทันใดนั้น เสียงประกาศจากแท่นพิธีกรรมดังขึ้น และเรียกผู้คนให้เตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนอาชีพครั้งใหม่ ชายหนุ่มยืนนิ่งและตัดสินใจแน่วแน่ จากนั้นก็เดินก้าวขึ้นไปยังแท่นพิธีกรรมโดยไม่หันไปมองผู้คนรอบตัวที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยความสงสัย

“มันขึ้นไปทำอะไร เจ้านี่มันจะเปลี่ยนอาชีพได้เหรอ? หรือว่าจะเป็นเพียงแค่ตัวตลก?”

เสียงของใครบางคนจากฝูงชนเริ่มพูดขึ้น ขณะที่ผู้คนได้ซุบซิบกันอย่างคึกโครม ทั้งหมดจ้องมองไปยังชายหัวกันน็อคเป็นจุดเดียว

ชายหนุ่มก้าวไปยังจุดศูนย์กลางของแท่นพิธีกรรม เสียงกระซิบจากรอบข้างเริ่มค่อยๆเงียบลง บรรยากาศรอบตัวของเขากลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้คนต่างหยุดพูดคุยและจ้องมองเขาด้วยความสงสัย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร หรือว่าเขามีแผนการอะไรในใจ

“…………….”

เมื่อเขายืนอยู่บนแท่นพิธีกรรม แสงประกายสีทองที่ควรจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนอาชีพกลับไม่ปรากฏ แม้ว่าเขาจะตั้งใจเพ่งสมาธิและรอคอยการเปลี่ยนอาชีพ แต่ทุกอย่างยังคงนิ่งเงียบและไม่มีการตอบสนองจากระบบ

เวลาผ่านไปหลายวินาที บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มกลับมาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากฝูงชนที่เฝ้าดู พวกเขาเห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนอาชีพใดๆ

เสียงหัวเราะดังขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างเย้ยหยัน

“ฮ่าฮ่า ฉันบอกแล้วว่าเจ้านี่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้! เจ้าหมวกกันน็อคดำคนประหลาดนี่มันก็แค่ตัวตลกเท่านั้นแหละนะ!”

ทว่าในขณะเดียวกันที่ทุกคนกำลังหัวเราะเยาะ สายฟ้าสีฟ้ากลับส่องแสงวาบลงมาจากท้องฟ้าสู่แท่นพิธีกรรม พลังงานมหาศาลที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนแผ่ซ่านออกมา และร่างกายของชายหนุ่มคนนั้นเริ่มเรืองแสงสีฟ้าที่แผ่ขยายออกไปรอบๆ

“กะ..เกิดอะไรขึ้น—?!!”

เมื่อปรากฏการณ์พิเศษที่ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนเกิดขึ้น มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆราวกับลมหายใจหนึ่งที่ผ่านไป

เมื่อทุกสายตาจับจ้องมาที่แท่นพิธีกรรม แสงสีฟ้าที่เคยส่องประกายจากร่างของชายหนุ่มก็พลันหายวับไป ไม่มีการประกาศจากระบบ ไม่มีเสียงเตือนหรือข้อความใดๆที่บอกว่าเขาได้เปลี่ยนอาชีพ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงที่ยืนยันว่ากลายมาเป็นผู้เล่น

ระบบที่ดูเหมือนจะตอบสนองต่อคนอื่นๆอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับชายคนนี้มันกลับไม่ทำงานซะงั้น

“คะ..คิดไปเองเหรอ?”

“สงสัยแท่นพิธีกรรมเสียแน่ๆ”

..

เออ เดียวรู้ๆ

ตอนที่ 3 อนาเธอร์ ซิกฟรีด

ชายหนุ่มที่สวมใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าทำได้เพียงถอนหายใจออกมา

“เหอะๆ มันก็ไม่แปลกหรอก!”

ความผิดหวังที่สะสมมายังคงตามหลอกหลอนอยู่เรื่อยไป ตัวของเขาเองก็ไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยซักนิด

เพราะมันเป็นสิ่งที่ตนเองเคยประสบมาแล้วหลายครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมเพื่อหวังว่าจะได้เปลี่ยนอาชีพ แต่ทุกครั้งผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม—มันคือความว่างเปล่าและความเงียบสงัดที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแผ่วลง

“กลับดีกว่า..”

เขาก้าวลงจากแท่นพิธีกรรมด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่สับสน

ท่ามกลางฝูงชนที่คอยจับจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเวทนา ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีคำวิจารณ์ ทุกคนเพียงแค่มองดูเขาเดินลับหายไปในฝูงชน ราวกับว่าเขาเป็นเพียงเงาที่ไร้ความหมายในโลกใบนี้

ทว่าไม่มีใครรู้เลย ภายใต้ชุดคลุมลึกลับและหมวกกันน็อคที่ปกปิดตัวตนนั้น ตัวตนของเขาคือใครกันแน่ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นมากกว่าที่ทุกคนเห็นจากภายนอก ถ้าทุกคนทราบถึงประวัติความเป็นมา ทั้งหมดจะต้องตกใจจนตายกันเลยทีเดียว

เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ แต่เขากลับเป็นทายาทของตระกูลที่ทรงอำนาจและมีอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใบนี้ ตระกูลซิกฟรีด ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ระดับสูงที่ปกป้องและค้ำจุนอารยธรรมของโลกมาเป็นเวลาหลายร้อยปี

ตระกูลซิกฟรีดไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในเรื่องความแข็งแกร่งทางการทหาร แต่ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่มีบทสำคัญในการสร้างรากฐานของโลกใบใหม่นี้ พวกเขาคือชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เป็นตระกูลที่มีผู้เล่นระดับตำนานที่เคยเอาชนะผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเทพได้

พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่เก่งกาจ ทว่ายังเป็นถึงผู้มีอิทธิพลในทุกด้านของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง การทหาร หรือเศรษฐกิจ มีทุกอย่างที่ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งต้องการเพื่อประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะกับในโลกที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการแย่งชิงแข่งขันเช่นนี้

แต่สำหรับชายหนุ่มคนนี้นั้น เขากลับไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากสายเลือดอันทรงเกียรติของตนเองเลย ถึงเขาจะเป็นทายาทคนสุดท้องของตระกูลซิกฟรีด และเป็นถึงทายาทที่ตระกูลครอบครัวรักใคร่ที่สุด

การที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนที่ถูกมองว่าไร้ประโยชน์ ชื่อเสียงและความเป็นที่รักในตระกูลของเขากลับไม่ได้ช่วยให้อนาเธอร์รู้สึกพิเศษหรือมีพลัง เหมือนพี่น้องคนอื่นๆที่สามารถเลือกอาชีพและก้าวหน้าในเส้นทางของตนเองได้อย่างไร้ข้อจำกัด

เขาคือคนที่ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดของระบบโลก ครอบครัวเองก็ยังคงสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้

แม้พวกเขาจะรักและพยายามหาทางช่วยเหลือเท่าใด มันก็ไม่มีสิ่งใดสามารถแก้ไขความบกพร่องนี้ได้ พี่น้องของเขาทุกคนกลายเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง นักเวทย์ผู้ทรงพลัง หรือผู้นำอันเป็นที่เคารพในสายตาของคนทั่วไป แต่ตนกลับไม่สามารถเดินตามรอยเท้าของพวกเขาได้เลย

“ให้ตายเถอะ แกเป็นอะไรไปแล้ว มันก็เหมือนทุกที.. อย่าไปคาดหวังอะไรมากเลย”

เขาคิดกับตัวเองในขณะที่เดินลับหายไปจากแท่นพิธีกรรม ชายหนุ่มเดินเข้าไปในตรอกที่เงียบสงบไกลจากฝูงชน

ความเงียบสงัดปกคลุมรอบข้าง ร่างของเขายืนอยู่ท่ามกลางเงามืดที่ทอดยาวไปตามถนน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ออกตามหาเบาะแส เกี่ยวกับเหตุผลที่เขาไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ เขาได้พบกับนักปราชญ์ผู้เฒ่า นักเวทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนต่างให้คำแนะนำแก่เขา และไม่มีใครสามารถหาคำตอบที่แน่ชัดได้เลยซักนิด

ในตอนนั้นเมื่อชายหนุ่มเดินมาถึงยังตรอกซอกซอยที่เงียบสงบ สายลมพัดเบาๆพัดผ่านเข้ามาให้ความรู้สึกถึงที่เย็นสบาย

“นายน้อยอนาเธอร์..”

ทว่าในตรอกนี้กลับไม่เงียบอย่างที่คิด ผู้เล่นบอดี้การ์ดนับสิบคนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนต่างสวมใส่ชุดสูทสีดำที่ดูเข้มขรึม

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคารพและเกรงกลัวต่อชายหนุ่มผู้นี้ เพียงแค่โค้งคำนับให้กับชายหนุ่มด้วยความเคารพสูงสุด

“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ”

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าอนาเธอร์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกบอดี้การ์ด ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคที่ปกปิดใบหน้าออก เผยให้เห็นถึงชายหนุ่มผมสีขาวตัดสั้นที่ดูสง่างาม

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้า โครงหน้าของเขาดูคมคายไร้ที่ติ ดวงตาสีฟ้าสดใสแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและมาดมั่น ทุกครั้งที่เขาเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกาย มันแสดงออกถึงความเป็นผู้มีอำนาจและความมั่นใจที่ไม่ธรรมดา

แม้เขาจะไม่ใช่ผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนอาชีพหรือมีระดับเลเวลเหมือนคนอื่น แต่ทุกย่างก้าวของเขาก็ยังคงสง่างามและทรงพลัง

“นายน้อย.. ขบวนรถของท่านได้เตรียมพร้อมแล้วครับ”

พ่อบ้านประจำตัวของอนาเธอร์ที่ยืนอยู่ข้างประตูรถหรู ค่อยๆเปิดประตูรถและผายมือเชิญให้เขาขึ้นรถด้วยท่าทางสุภาพและนอบน้อม

“ขอบคุณ..”

อนาเธอร์พยักหน้ารับแล้วก้าวขึ้นไปบนรถอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสายตาของบอดี้การ์ดที่คอยมองตามด้วยความนอบน้อม ขบวนรถยนต์สุดหรูสีดำล้วนก็ได้เริ่มเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ มุ่งตรงกลับไปยังอาณาเขตแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งนี้

ในระหว่างทางที่ขบวนรถเคลื่อนตัว เสียงเครื่องยนต์เบาๆกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้าง ภายในรถหรูที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยวัสดุชั้นสูง

อนาเธอร์นั่งนิ่งๆที่เบาะหลัง สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ภายนอกเขาจะดูสงบและเยือกเย็น แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด มันยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวของเขาตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ

“ไอ้โลกแห่งเกมส์บ้านี่.. ทำไมฉันถึงยังคงไม่ได้รับการยอมรับจากระบบของโลกกันนะ”

อนาเธอร์บ่นกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลาที่แปรเปลี่ยนไป

การที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ ถือเป็นเรื่องที่ขัดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้ยินหรือรู้จักจากระบบ มันไม่ควรที่จะเป็นเช่นนี้ เหมือนกับว่าเขากลายมาเป็นผู้ติดบัคของเกมส์ยังไงยังงั้น

“น่าสงสารนายน้อย..”

พ่อบ้านส่วนตัวและบอดี้การ์ดได้ยินเสียงบ่นพึมพำของเขาก็ส่ายหัวไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก

นายน้อยอนาเธอร์มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง ครอบครัว สถานะ อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ทุกอย่างล้วนถูกประเคนมาให้ท่านทั้งสิ้น

ทว่าสิ่งที่ท่านขาดหายไปดันกลับเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เขาไม่สามารถมีเลเวลและกลายมาเป็นผู้เล่นได้เหมือนกับคนอื่นๆ เป็นเหมือนแกะดำที่อยู่ท่ามกลางฝูงแกะสีขาวนับพันล้านชีวิต มันน่าแปลกประหลาดซะจนใครก็อดคิดไม่ได้

เดียวรู้ๆ 55+

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...