โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB เด่นที่ปันผล !! ลุ้นงวดครึ่งหลังปี 67 จ่ายเพิ่มอีก 7.20 บาท

Wealthy Thai

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2567 เวลา 10.10 น.

หุ้นธนาคารกำลังอยู่ในกระแสความสนใจต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มต้นๆ ที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเม็ดเงินของกองทุนประหยัดภาษีที่จะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปีแล้ว ยังได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนภายใต้ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย
ซึ่งแม้รายได้ดอกเบี้ยรับจะปรับลดลง แต่นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดแนวโน้มลูกหนี้ที่จะหลายเป็น NPL ส่งผลให้การตั้งสำรองลดลง และยังมีเงินจากการที่ภาครัฐฯ ลดอัตราเงินนำสิ่งเข้ากองทุน FIDF ลง 50% อีกด้วย
นอกจากปัจจัยบวกข้างต้นแล้ว หุ้นธนาคารยังเป็นกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูง ซึ่ง SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นที่ให้ปันผลสูง และถูกคาดการณ์ว่าในรอบผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567 จะให้ Dividend Yield สูงถึง 6%
โดยบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า หุ้นกลุ่มธนาคารเคลื่อนไหว Outperform ตลาด เนื่องจากเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากเม็ดเงินกองทุนประหยัดภาษีในช่วงเดือนธ.ค. รวมทั้งมาตรการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” ที่คาดว่าจะส่งผลให้ NPL ของกลุ่มทรงตัวหรือลดลงในปี 2568
ทั้งนี้ จุดเด่นของ SCB คือผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง โดยคาดว่าเงินปันผลในงวดครึ่งหลังของปี 2567 จะอยู่ที่ราว 7.20 บาทต่อหุ้น หรือให้ Dividend Yield ราว 6.1% ในขณะที่ปี 2568 คาดการณ์ว่า SCB จะจ่ายปันผลในอัตรา 9.51 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 8.3%
ส่วนทิศทางการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2567 บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ SCB มีโอกาสจะโตทั้งจากไตรมาส 4/66 และ 3/67 เด่นกว่าธนาคารใหญ่รายอื่นที่มีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบให้บริการที่มักเพิ่มเข้ามามากในช่วงปลายปี เพราะไม่มีผลกระทบจากการขาย PPV เหมือนกับไตรมาส 3/67 (ทั้งในแง่ของผลขาดทุนเงินลงทุน และการตั้งด้อยค่า)
อีกทั้งเป็นไตรมาสแรกที่ไม่มีผลขาดทุนจาก PPV เข้ามารบกวน (คาดราว 500 ลบ./ไตรมาส) หลังเสร็จสิ้นการขายหุ้นของ PPV ไปแล้ว รวมถึงการตั้งสำรองที่มีโอกาสผ่อนคลายลงต่อเนื่อง ตามทิศทางของเศรษฐกิจที่ได้รับแรงกระตุ้นจากนโยบายภาครัฐฯ ขณะที่แนวโน้ม NPL Ratio มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ หนุนให้คาดว่า SCB จะมีกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 44,475 ล้านบาท โต 2.2% จากปีก่อน และโตต่อ 3.8% ในปี 2568 โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 130 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...