โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มร้องกู้ภัยชุดแดงส่งผู้ป่วยโรคหัวใจผิด รพ.รักษาช้า ทำหัวใจขาดเลือด อ้างรถติด เชื่อมีค่าเคส ชี้มูลนิธินี้ไม่ได้อยู่ในเขตรับผิดชอบ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • สยามนิวส์
หนุ่มร้องกู้ภัยชุดแดงส่งผู้ป่วยโรคหัวใจผิด รพ.รักษาช้า ทำหัวใจขาดเลือด อ้างรถติด เชื่อมีค่าเคส ชี้มูลนิธินี้ไม่ได้อยู่ในเขตรับผิดชอบ

วันที่ 4 ธ.ค. 67 นายกั๊ก (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เดินทางมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนกรณี นายคณิณพัชร์ งามเมืองแมน อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ป่วยโรคหัวใจ แต่ถูกอาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่ง นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลห่างไกลที่ไม่สามารถรักษา จนเกิดอาการหัวใจขาดเลือดขั้นวิกฤต

ทางด้าน นายกั๊ก (นามสมมุติ) กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม เวลาประมาณบ่าย 2 โมงกว่า นายคณิณพัชร์ ผู้ป่วย ซึ่งพักอยู่ห้องใกล้กัน เกิดอาการแน่นหน้าอกหายใจติดขัดอยู่ในห้องน้ำ ทางภรรยาจึง ลงมาขอความช่วยเหลือที่นิติบุคคล ก่อนที่นิติบุคคลโทรแจ้ง 1669 จากนั้นผ่านไปเพียง 10 นาที ได้มีรถตู้และรถกระบะแบบมีหลังคาซึ่งเป็นของมูลนิธิแห่งหนึ่ง เข้ามาในคอนโด

ขณะที่ตนอยู่ระเบียงห้อง จึงเข้าไปดูอาการผู้ป่วยในห้อง พบมีอาสาผู้หญิง 2 คนพยายาม ใช้อุปกรณ์วัดปลายนิ้ว และผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ตนจึงถามย้ำกับภรรยาว่าสิทธิ์รักษาอยู่ รพ.ไหน แต่ภรรยาบอกว่า อยู่ รพ.ราชวิถี และมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ตนคิดว่าเป็นป่วยเกี่ยวกับโรคสมองหรือไม่ก็โรคหัวใจ จึงคิดว่าให้ไปส่ง รพ.ใกล้ที่สุดที่เป็น รพ.เอกชน คือ รพ.พระราม 9 ซึ่งอยู่ห่างจากคอนโดเพียง 1.8 กม. หรือไม่ก็ รพ.พญาไท ห่าง 4.3 กม. โดยตนย้ำกับอาสา(ชุดแดง) ไปหลายครั้ง ให้ส่ง รพ.ใกล้ที่สุด

นายกั๊ก กล่าวอีกว่า ระหว่างนั้น 1 อาสาทำทีโทรหารถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง เพื่อที่จะรอ และบอกว่าจะขอส่งผู้ป่วยที่ รพ.คามิลเลียน ทองหล่อ ตนจึงย้ำว่าให้ไป รพ.พระราม 9 ขณะนั้นตนสังเกตเห็นคนป่วยตัวซีด แต่ยังพูดได้ว่า หายใจไม่ออก ตนจึงช่วยยกขึ้นเปลเข็นผู้ป่วยลงมา จากนั้นอาสาชุดแดง ยังหันมาถามตนกลับว่า ถ้าส่ง รพ.เอกชน ค่าใช้จ่ายสูง พี่ออกค่าใช้จ่ายเองไหม ตนจึงบอกว่า กูมีเงินไปส่งได้เลย

จากนั้นก่อนขึ้นส่ง ตนก็บอกกับภรรยาคนป่วยที่ขึ้นรถไปด้วยว่า ให้ส่ง รพ.พระราม 9 กระทั่งบ่าย 3 โมง ตนติดต่อไปหาภรรยาผู้ป่วยบอกว่า ถูกนำมาส่ง รพ.คามิลเลียน แต่ทำได้แต่ประคับประคองผู้ป่วย โดยทาง รพ.คามิลเลียน บอกว่า ไม่สามารถทำหัถการเกี่ยวกับโรคหัวใจไม่ได้ จะต้องประสาน รพ.ราชวิถี ทำให้ต้องเสียเวลา หลังจากส่งผู้ป่วยไป รพ.ราชวิถี ทำบอลลูนหัวใจ แต่หลังจากนั้นหัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้า และหมอใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจที่ไหล่ข้างซ้ายให้ อาการเริ่มดีขึ้นแต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

นายกั๊ก กล่าวอีกว่า ตนคาใจว่าทำไมไม่ส่ง รพ.ใกล้ที่สุด ทั้งที่ย้ำไปหลายรอบ เพราะผู้ป่วยตัวเย็นหน้าซีดมาก โดยภรรยาผู้ป่วยก็งง เพราะหลังจากขับรถออกจากคอนโด แล้วมาที่แยกพระราม 9 พร้อมหันมาบอกว่า ไปส่งที่ รพ.คามิลเลียน นะ ทำให้เสียโอกาสในการรักษาที่รวดเร็วที่สุด โดยเมื่อเช้ามีน้องอาสากู้ภัยชุดแดง ได้โทรมาบอกว่า สาเหตุที่ไม่ไปส่ง รพ.พระราม 9 เนื่องจากรถติดเลยไม่ไปส่ง และไม่เคยส่ง รพ.พระราม 9 ซึ่งตนคิดว่าวันนั้นเป็นวันหยุดถนนโล่งมา

ตนติดใจคำที่หันมาบอกว่า ถ้าส่ง รพ.พระราม 9 เอกชนพี่ต้องจ่ายเองนะ พี่จ่ายได้ป่าว แต่ รพ.คามิลเลียนก็เอกชน เหมือนกัน ส่วนกรณีที่อาสาชุดแดงอ้างว่า ได้พูดคุยกับภรรยาผู้ป่วยแล้วบอกว่า ส่ง รพ.ไหนก็ได้ที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งตนได้สอบถามไป แต่ตัวภรรยาได้แต่อึ้ง ซึ่งพูดไม่ออกเพราะห่วงสามีเขา

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่อาสาดังกล่าวขึ้นมาบนห้องผู้ป่วยพูดถึงแต่ 2 รพ. (เพชรเวช และคามิลเลียน) ตนจึงขอให้ส่ง รพ.ใกล้ที่สุด และสงสัยว่าหลังแจ้งเหตุทางเบอร์ฉุกเฉิน กลับมีอาสาของมูลนิธินี้เพียง มูลนิธิเดียวที่รับแจ้ง มาถึงเร็วและรู้ก่อน โดยจากการสอบถามเพื่อนอาสาอีกมูลนิธิที่เข้าเวรประจำวัน กลับบอกว่าไม่ได้รับแจ้งเหตุแต่อย่างใด จึงอยากถามว่าเรื่องข้อมูลเจ็บป่วยเคสนี้หลุดไปที่มูลนิธินี้ได้อย่างไร ประกอบกับมีข้อมูลว่ามูลนิธิอาสาชุดแดงนี้ยังไม่ได้อยู่ในระบบไม่สามารถรับเคสได้ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ

ส่วนกรณีเมื่อถามว่ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายกั๊ก กล่าวว่า เชื่อว่ามีเรื่องผลประโยชน์ เมื่อ 2 ปีก่อน มี รพ.แห่งหนึ่ง มีหลักฐานว่าจ่ายค่าเคสให้อาสา ตนเคยบอกกับทาง รพ.ว่าต้องเลิกให้ค่าเคสส่งผู้ป่วยจะได้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นด้วย และขอฝากว่าทางรพ.คามิลเลียน ไม่สามารถรักษาโรคสมองและหัวใจได้

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...