โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากอีสานสู่ใต้ 'ผู้บ่าวนิกะห์' ปลื้มเป็นหนังไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก ก.วัฒนธรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ธ.ค. 2567 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2567 เวลา 02.07 น.

จากอีสานสู่ใต้ ‘ผู้บ่าวนิกะห์’ ปลื้มเป็นหนึ่งในหนังไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก ก.วัฒนธรรม

เตรียมเข้าโรงภาพยนตร์ให้แฟนๆ ได้ลุ้นไปกับความรักของ ผู้บ่าวอีสาน กับ สาวมุสลิมทางใต้ แล้วสำหรับ ภาพยนตร์แนวตลกคอมเมดี้-แอ๊กชั่น-ดราม่า “ผู้บ่าวนิกะห์” ที่ต้องต่อสู้เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคกําแพงทางด้านความต่างของวัฒนธรรมและศาสนา รวมถึงครอบครัวด้วย โดยงานนี้เกรียงไกร มณวิจิตร ผู้กำกับดังที่เคยได้ฝากผลงานดัง ‘ของแขก’ ให้แฟนหนังได้ชมกันมาแล้ว ได้ยกทีมนักแสดงทั้ง แทมมี่ กมลพร, ฮันนี่ ภัสสร, ชัย สินชัย, แทน ฐิติ และ ฮากีม ดลภาวิจิต มาเปิดใจกับ ‘มติชนออนไลน์’ ถึงผลงานเรื่องล่าสุดว่า

เล่าถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ?
เกรียงไกร: “แรงบันดาลใจมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงที่เห็นในสังคมว่ามันมีอีสานมาแต่งงานกับทางชาวมุสลิมภาคใต้ หรือภาคใต้ไปแต่งงานกับภาคต่างๆ มันมีเกิดขึ้น แต่เรายังไม่เห็นภาพยนตร์ที่สื่อสารเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่มันแตกต่างกันแล้วมาแต่งงานกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องมาแต่งงานกับมุสลิม ทางอีสานต้องมาแต่งงานกับมุสลิม มันมีเกิดขึ้น แล้วมันเป็นมายังไง นี่คือสิ่งที่เป็นไอเดียตั้งต้น คือสิ่งที่ทำให้คนอยากรู้เยอะว่ามันดำเนินชีวิตยังไงกว่าจะไปถึงจุดนั้น แล้วจะไปรอดกันไหม นี่คือไอเดียของมัน”

เมนพอยต์ในเรื่องนี้สอนเรื่องการแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่ด้วย?
เกรียงไกร: “มันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะแต่งงาน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมันจะเป็นไปได้ไหม วัฒนธรรมที่ต่างกันและศาสนาที่ต่างกันมันจะถูกการยอมรับได้ยังไง ทั้งคู่จะเข้าใจกันได้ยังไง แล้วจะปรับจูนกันยังไงให้มันเกิดการนิกะห์เกิดขึ้น ให้การแต่งงานเกิดขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องว่ามันจะแอดเวนเจอร์ยังไง ความสำเร็จมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง”

พูดถึงวัฒนธรรมที่ต่างกัน คนอาจจะมองว่ามันมีความเซนส์ซิทีฟ?
เกรียงไกร: “มันเป็นเรื่องจริง แล้วสิ่งที่เราตีแผ่มันเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง แล้วมันไม่น่าจะดราม่าอะไร เพราะเราเข้าใจในตรงจุดนั้นว่าเราจะนำเสนอคืออะไร”

ฝั่งนักแสดงแต่ละคนคัดเลือกยังไงบ้าง?
เกรียงไกร: “ก็จะมีนักแสดงใหม่ ที่เราเพิ่งจะทำงานร่วมกันอย่าง ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ, ตาต้า ชาติชาย เขาเป็นคัลเจอร์ของวัฒนธรรมทางอีสานอยู่แล้ว เขาคือตัวตึงทั้งนั้น และเราก็มองว่านี่คือบทของเขา แล้วเราก็ทาบทามเขามา ในส่วนทางใต้เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และนักแสดงหลายท่านเราก็คุ้นเคยกัน ก็จะรู้ว่าเมนพอยต์ของหนังคือต้องแต่งงานกันกับมุสลิม เราก็เอามาคูณกันระหว่างอีสานกับใต้ mvp ทั้งสองฝั่งมารวมกัน”

ด้งเด้งกับตาต้าเขาก็มีภาพจำในเส้นเรื่องของเขาอยู่แล้ว พอมาเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง?
เกรียงไกร: “ผมว่าถ้าเราไม่ได้ไปเปลี่ยนจากคาแร็กเตอร์เขามาก ที่เขาเล่นก็คือตัวเขาอยู่แล้ว เราแค่มาทำให้ตัวเขามาเป็นอีกบทบาทนึง แล้วแค่เปลี่ยนชื่อในหนัง แต่นั่นคือด้งเด้ง ตาต้า ถ้าดูแล้วเราไม่ได้มาเปลี่ยนเขาแต่คือความเป็นเขา ในส่วนภาพจำผมว่าต้องไปดูว่ามันไม่ได้อย่างที่คุณคิด คิดว่าการเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ คำว่าจ่าลอด นั่นคือตัวด้งเด้ง แต่พอมาเป็นผู้บ่าวนิกะห์ หรือเป็นบักไข่ คือตัวเขาก็ยังเป็นตัวเขา ทุกคนจะชื่นชมในตัวบักไข่ และก็ยังชื่นชอบในตัวจ่าลอดอยู่ ตาต้าก็เหมือนกัน เขาคู่ควรมากกับรางวัลสุพรรณหงส์ ผมยกนิ้วให้เขาเลย เขาเป็นนักแสดงที่เยี่ยมมาก ด้งเด้งด้วย พอ 2 คนนี้มาเล่น มันทำให้ทุกอย่างในหนังสมบูรณ์ ผมคิดว่าภาพจำไม่ใช่ปัญหา”

ฮันนี่ ในภาคอีสาน ในเรื่องมันมีความม่วน ความแซ่บขนาดไหน?
ฮันนี่: “เป็นความภาคภูมิใจของอิชั้นมาก สิ่งแรกความยากนั่นคือภาษา ยังไงก็พูดไม่ได้ มันดูปลอมมาก พี่เกรียงไกร (ผู้กำกับ) ก็บอกว่าไม่เป็น เขาก็ใจเย็นมากนะ เราไม่ใช่คนท้องถิ่นก็ฝึกไป สุดท้ายก็ได้ตาต้า ชาติชาย และด้งเด้ง ณัฐวุฒิ นี่แหละที่ช่วยฝึก แต่ตอนนี้พูดไม่ได้ จำไม่ได้แล้ว และก็เล่นกับเขาคือสนุก อย่างที่พี่เกรียงบอกมันเป็นความขำเหนื่อย หัวเราะเหนื่อย แล้วคนดูจะต้องหัวเราะเหนื่อยเหมือนฮันนี่ ฮันนี่เข้าใจเพราะจริงๆ ตัวเองต้องบอกว่าเป็นน้องใหม่สำหรับทีมนี้ พอมาเจอปุ๊บ รู้สึกว่าน่ารัก แล้ววัฒนธรรมของเขาก็น่ารักมาก เกี่ยวกับการผูกข้อไม้ข้อมือ การแต่งงานที่มีความเป็นไปได้จริงๆ สวยงามแบบนั้น อย่างเรายังไม่เคยเห็น ฮันนี่คิดว่าอีกหลายๆ คนก็คงยังไม่เคยเห็นพิธีสวยๆ แบบนี้ อีกอย่างคิดว่าพี่เกรียงสามาถทำให้ทุกคนดูได้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นอย่างนี้จริงๆ เหรอ และไม่ใช่เพียงแค่นี้ ตัวฮันนี่ยังมีการไปสัมผัสกับทางด้านภาตใต้ จ.ปัตตานีด้วย ทุกอย่างคืออลังการ เราก็ตกใจ เขาทำขนาดนี้เลยเหรอ สวยงามมาก สวยงามหมดเลย ต้องดู”

ต้องพูดภาษาอีสานทั้งหมดเลย?
ฮันนี่: “พูดไม่ได้จริงๆ กลัวภาพออกไปแล้วคนคิดว่านี่เหรอพูดอีสาน ก็บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้นะ แต่เขาช่วยๆ กัน”

เกรียงไกร: “มันเป็นเรื่องของบทต้องไปดู มันไม่ไม่ใช่เพราะพี่ฮันนี่พูดภาษาอีสานไม่ได้ แต่มันเป็นเรื่องของสตอรี่ในบท ก็เลยต้องเลือกพี่ฮันนี่ บอกไม่ได้ แต่น้ำตาตกแน่ๆ”

ถามถึงทีมภาคใต้ การได้มาร่วมงานกับเกรียงไกร?
แทมมี่: “สนุกค่ะ บรรยากาศในกองเรา มันสนุกสนานอยู่แล้วค่ะ อย่างบทหนูยากสุดก็คือพยายามให้ไม่ขำในตอนที่เขาขำกัน พี่เกรียงก็ใจดี พี่เกรียงเขาก็หวังผลงาน ทุกคนในทีมเราตั้งใจทำมากเลย ในเรื่องนี้ก็คืออยากให้ทุกคนติดตามมากๆ เราไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่เรามีครบรส อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทุกคนดูแล้วก็จดจำไว้ในใจ

ไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านความเป็นอิสลามบ้างเลยใช่ไหม?
แทมมี่: “อย่างหนูก็รู้คร่าวๆ อย่างที่เขารู้กัน ว่าเขามีละหมาดนะ แต่ไม่ได้รู้ลึกซึ้ง อันนี้ก็เป็นสิ่งต้องไปหาข้อมูลเยอะเหมือนกันก่อนถ่าย ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองได้บทก็นั่งเสิร์ชเลยค่ะ”

ชาเลนจ์ยังไงกับตัวเรา?
แทมมี่: “อย่างแรกต้องเชื่อ ตัวโซเฟียเขาเป็นมุสลิม เราต้องเชื่อว่าเราเป็นมุสลิม และเราต้องเข้าใจจริงๆ ไม่งั้นเราจะแสดงออกมาไม่ถูก พูดถึงความยาก พอไปอยู่หน้าเซ็ตจริงๆ เราไปอยู่ปัตตานีจริงๆ มันปรับตัวได้ง่ายๆ ศาสนาอิสลามไม่ได้เป็นศาสนาที่ทำอะไรยากขนาดนั้น หนูรู้สึกว่าพอไปอยู่เรื่อยๆ มันก็ชินไปเอง แล้วพยายามปรับตัวไปเอง”

เป็นผลงานชิ้นแรกไหม?
แทมมี่: “ใช่ค่ะ เป็นหนังเรื่องแรกในไทยเลย (มาเจอพี่เกรียงได้ยังไง?) เคยรู้จักกันมาก่อน เคยเป็นเด็กในค่ายมาก่อน ตอนนั้นเจอกันตั้งแต่ 5-6 ปี”

เกรียงไกร: “น้องเขาไปอยู่เกาหลีแล้วก็ไปแสดง ก่อนหน้านั้นจะไปเทรนเป็นศิลปินก่อน แล้วก็ไปอยู่เกาหลี 3-4 ปี ก็ไปตะลุยแสดงที่เกาหลี ซึ่งการแสดงของเกาหลีกับบ้านเราไม่เหมือนกันนะ วิธีการแตกต่างกัน พอแทมมี่กลับมาเราก็ต้องปรับวิธีการ การแสดงคนละแบบกัน เขาเล่นอีกแบบนึง เราเล่นอีกแบบนึง มันไม่เหมือนกัน แม้แต่เรื่องของการร้องเพลงก็แตกต่างกันเลย แต่เป็นการไปฝึกฝนวิธีมา พอมาปรับก็ไม่ยาก”

มีพูดภาษาอะไรอีกไหม?
เกรียงไกร: “มีนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นคำทักทาย และก็พูดทั่วไป ตัวละครส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยกัน เรื่องนี้หลากภาษามาก แต่ว่าเมนพอยต์หลักก็คือภาษาไทยอยู่แล้ว แต่ผมว่าทุกคนฟังรู้เรื่อง เพราะว่าชิน ผมเมื่อก่อนก็ฟังภาษาอีสานไม่รู้เรื่อง แต่พอทำหนังเอง ฟังรู้เรื่องหมดเลยที่เขาพูดกัน”

บทบาทของแต่ละคนในเรื่องนี้?
ชัย สินชัย: “บทบาทในเรื่องนี้เป็นเสี่ยหวัง ก็จะเป็นคนที่อยู่ในมาเลย์ พี่เกรียงเขียนบทให้สัมพันธ์กับคนในมาเลย์ เพราะว่าบ้านเรามีการค้าขายกับมาเลย์ เลยเกิดเรื่องราวทางฝั่งคนมาเลย์และคนไทย ก็อาจจะเป็นบังหมัด (ฮากีม ดลภาวิจิต) ที่อยู่ในปัตตานี ที่จะต้องสื่อสารกัน แล้วเกิดความวุ่นวายในภาพยนตร์ มันเป็นมายังไง ไปเกี่ยวโยงกับคนมาเลย์ยังไง แล้วบังหมัดเป็นอะไร แล้วทำไมโยงถึงมาเลย์ด้วย เขาอยากให้เห็นถึงวัฒนธรรมหลายๆ อย่างเรื่องการแต่งกายของคนมาเลย์ เขาก็ถ่ายทอดให้เห็นหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาถ่ายทอดให้เราเป็นคนจีนในมาเลย์ แล้วต้องมาพูดภาษาจีนกับบังหมัดด้วย ก็มีการฝึกฝนภาษาจีนกันอีก อันนี้ละเอียดมาก”

แทน ฐิติ: “รับบทป็นคุณพ่อของนางเอก ของเราบทเรียบๆ ง่ายๆ แต่ก็จะมีดราม่านิดนึง มาทำให้เรารู้สึกว่าดราม่านี่แหละเป็นส่วนยากสำหรับผม เพราะเราเล่นหนังบู๊ หนังโหด เป็นดาวร้าย ตัวร้ายมาตลอด พอมาเจอน้ำตาแตก ก็ต้องทำใจนิดนึง ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี และอีกอย่างนึงเรากับพี่เกรียงก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ก็รู้มือรู้คอกันอยู่ มีอะไรเราก็ปรึกษาหารือ บางอย่างเราก็นำเสนอกันได้ แนะนำกันได้ อยากให้ภาพรวมมันออกมาดี เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักสองวัฒนธรรมอย่างเรารู้กัน อย่างบ้านเรามันเน้นเรื่องพหุวัฒนธรรม บ้านเราเองก็เหมือนกัน พ่อผมเป็นมุสลิม แม่เป็นคาทอลิก คุณยายเป็นพุทธ คุณตาเป็นคริสต์ แล้วบ้านเราเป็นมุสลิม ยิ่งเราอยู่ในครอบครัวที่เป็นพหุวัฒนธรรมเราก็รู้สึกว่าเราอยู่รวมกันได้ เราสงวนในความต่างเอาไว้ แต่เราก็อยู่จอยกันได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็นำเสนอสิ่งเหล่านี้แหละ และมันจะมีความฮาเข้าไป แน่นอนครับแก๊งไทบ้านกับแก๊งมลายูมาเจอกัน ก็ตัวตึงทั้งสองภาค และก็น้ำบูดูกับน้ำปลาร้ามันจะประสานกันแล้วมันจะนัวมันขนาดไหนก็ต้องไปติดตามชม ก็สนุกครับ”

เล่นคอมเมดี้ไหวไหม?
แทน ฐิติ: “จริงเคยเล่นคอมเมดี้นะ ตลกร้ายคือผ่านมาเยอะแล้ว ตลกร้ายไหวครับ จริงๆ มันเป็นทางเราอยู่แล้ว แต่พอหลังๆ ด้วยวัยก็จะเป็นพ่อ เป็นปู่ เป็นมาเฟียหัวหน้าแก๊งเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เราก่อนหน้านี้ได้รับเกียรติไปเล่นเรื่องของแขก ก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ ต้องปราบผี ดูสุขุมนุ่มลึก แล้วก็มารับเรื่องนี้ ก็เป็นพ่อที่ต้องมาอยู่กับลูกๆ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวด้วย ด้วยประสบการณ์ของคุณพ่อมีความสนิทกับลูกๆ ความหลังมันจะมาแก้ปมตรงนี้ยังไงก็ต้องรอติดตาม ไม่อยากสปอยล์เยอะ หนังสนุกจริงๆ และก็เป็นการทำงานกับน้องๆ อย่างที่พี่เกรียงบอก ตาต้าเก่งมาก และด้งเด้งก็เข้าคู่กันได้ดี ก็สมควรแล้ว เพราะเขาก็เพิ่งได้รับรางวัล เขาก็หลังไมค์มาถามผมเรื่อยๆ เขาก็จะมีงานต่อๆ ไป ก็ดีครับ เด็กๆ ถึงแม้เขาจะเป็นน้องใหม่ไฟแรง แต่เขาก็ยังยอมรับในคำปรึกษาของพี่ๆ ในการแสดง ก็ถือว่าเป็นเด็กที่ดีที่น่าสนับสนุน”

ฮากีม ดลภาวิจิต: “พลิกบทบาทครับ ก็ดีใจที่ผู้กำกับเกรียงไกรให้ผมพลิกบทบาท จากเดิมดูเหมือนเป็นคนดีในรักนะซุปซุป ของแขก แต่เรื่องนี้พลิกบทบาทเลย ดูโวยวายแหกปาก ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ผมเล่นเยอะมาก ผมสนุกมากเลย มีปืน มีพร็อบยิงจริง มีระเบิด เป็นหนังคอมเมดี้ที่ฝั่งผู้ร้ายโหดมาก ชอบครับ”

แอ๊กชั่นทางเราหมดเลย?
ฮากีม: “ทางฝั่ง 4 หนุ่มก็เยอะ แต่มาเจอตอฝั่งเรานิดนึง (เป็นยังไงบ้างกับการต้องมาแอ๊กชั่น ต่อสู้?) มีทั้งปืน มีทั้งแกะ จริงๆ เราต้องมาเล่นกับแกะ นี่คือไฮไลต์เลย เราต้องเล่นกับสัตว์ด้วย แล้วเรามีอุปกรณ์ด้วย รับรองมันส์ ทั้งทีมด้งเด้ง และทีมอีก 4 หนุ่มก็ต้องมาเจอน้องแกะ ทีมเราก็ได้เจอน้องแกะ ซึ่งทุกคนก็ไม่คาดคิดว่าน้องแกะเขากลายมาเป็นนักแสดง จะต้องได้รับรางวัลนะ”

หนังเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางกระทรวงวัฒนธรรม?
เกรียงไกร: “ใช่ครับ มันเป็นหนังสื่อสารเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางฝั่งของมลายู เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้วย”

ทำยังไงถึงได้รับการสนับสนุน?
เกรียงไกร: “เพราะตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เข้ามาสนับสนุนในส่วนของภาพยนตร์มากขึ้น ซึ่งปีนี้ก็เปิดรับเหมือนกัน เราก็เสนอภาพยนตร์นี้เข้าไปแล้วก็ได้รับการตอบรับ ก็มีทั้งหมด 4 เรื่อง ซึ่งเรื่องเราเป็นหนึ่งในนั้นด้วย สำหรับงบประมาณในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นหนังซอฟต์พาวเวอร์ของไทย”

ฝากแฟนๆ ติดตาม?
เกรียงไกร: “ฝากภาพยนต์ผู้บ่าวนิกะห์ด้วยนะครับ วันที่ 19 ธันวาคมนี้ เป็นภาพยนตร์แนวใหม่ รสชาติใหม่ๆ ที่ทุกคนใฝ่หา และต้องการกันอยู่ หนังแนวใหม่สำคัญ เพราะคนดูต้องการรสชาติใหม่ๆ ในปัจจุบัน อันนี้ถือเป็นรสชาติใหม่สำหรับทุกคนทุกท่าน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากอีสานสู่ใต้ ‘ผู้บ่าวนิกะห์’ ปลื้มเป็นหนังไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก ก.วัฒนธรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...