ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว (Single Parenting) : ถ้าครอบครัวมีแค่ ‘พ่อ’ หรือ ‘แม่’ แค่คนเดียว จะเป็นอย่างไร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เริ่มเป็นหนึ่งในลักษณะโครงสร้างครอบครัวที่พบได้ทั่วไปในสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลให้ครอบครัวมีการหย่าร้างมากขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองทั้งสามีและภรรยาทำให้เกิดการหย่าร้างหลังจากมีลูกเกิดขึ้นได้ง่าย จนเป็นที่มาของ ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว (Single Parenting) ที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยแต่ถึงอย่างนั้น ทั้งพ่อและแม่ รวมถึงสังคมภายนอกก็อาจมองได้ว่า ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว นั้นมีความเปราะบางและขาดความสมดุลทางความสัมพันธ์มากกว่าครอบครัวที่มีพร้อมทั้งพ่อและแม่นั่นเองตรงข้ามกับ Dr. Sara McLanahan ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาและนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เขียนไว้ในงานวิจัยเกี่ยวกับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวว่า การขาดพ่อหรือแม่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการขัดขวางพัฒนาการของเด็ก เพราะสิ่งที่สำคัญคือคุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ปกครองที่ดูแลพวกเขาดังนั้น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอยู่ในเส้นทางพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมั่นใจว่า การเป็นครอบครัวที่หย่าร้างหรือแยกทางกัน ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะขัดขวางการเรียนรู้หรือทำให้ลูกขาดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง แต่เด็กที่เติบโตในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวยังสามารถมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่โดดเด่นและถือเป็นข้อดีในชีวิตได้อีกด้วย1. มีความเข้มแข็งทางจิตใจ (Emotional Resilience) เป็นอย่างมาก
เด็กที่เติบโตในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว มักเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น การรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว หรือการยอมรับความแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบครอบครัวตัวเองกับครอบครัวของคนอื่น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นความท้าทายของลูกในช่วงแรก แต่ถ้าหากคุณพ่อหรือคุณแม่มีวิธีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ลูกก็จะมีพัฒนาความเข้มแข็งทางจิตใจ (resilience) เป็นอย่างมากJudith Wallerstein—นักวิจัยด้านจิตวิทยาครอบครัว กล่าวว่า เด็กในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ที่ได้รับการสนับสนุนและได้รับความรักจากผู้ปกครอง สามารถพัฒนาเป็นบุคคลที่เข้มแข็งและมีความสามารถในการรับมือกับปัญหาชีวิตได้อย่างโดดเด่น ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างพ่อหรือแม่ กับลูกในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว นับเป็นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้กับลูกได้2. มีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่น (Empathy)
การเติบโตในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ทำให้ลูกมีโอกาสสัมผัสความหลากหลายของอารมณ์ในชีวิต เช่น ความเศร้า ความเหงา หรือความกังวลใจ แต่ประสบการณ์เหล่านี้กลับเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ลูกสามารถเข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนอื่นได้ดีขึ้น เด็กที่เข้าใจความลำบากของตัวเองมักมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นความรู้สึกของคนรอบตัว พวกเขาสามารถเชื่อมโยงอารมณ์กับประสบการณ์ของคนอื่นได้ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้มักเป็นผู้ฟังที่ดี เรียนรู้ที่จะรับฟังปัญหาของผู้อื่นโดยไม่ตัดสิน การมีความเห็นอกเห็นใจนี้ ทำให้มีโอกาสเป็นที่รักของคนรอบข้าง และมักได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาในสถานการณ์ต่างๆ อีกด้วย3. มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น (Strong Parent-Child Bond)
ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อหรือแม่กับลูกมักแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ เพราะการเลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียว ทำให้คุณพ่อหรือคุณแม่ทุ่มเททั้งความรักและความเอาใจใส่ให้กับลูกอย่างเต็มที่นอกจากนี้ เด็กในกลุ่มนี้มักมีความไว้วางใจสูงต่อพ่อหรือแม่ และพร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกหรือกล้าพูดถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้ช่วยให้ลูกมีพื้นฐานที่มั่นคงในจิตใจ และกล้าที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากไปได้4. มีทักษะการปรับตัวที่ดี (Adaptability)
เด็กที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว มักเรียนรู้ที่จะปรับตัวตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน การต้องมีความรับผิดชอบและดูแลตัวเองมากขึ้น การปรับตัวเหล่านี้ช่วยพัฒนาความสามารถในการรับมือเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเด็กในโลกปัจจุบันอ่านบทความ: เมื่อต้องเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว จะวางแผนยังไงดีอ้างอิงcrcw.princeton.eduparents