แค่ไหนคือ AI Phone เมื่อ Smartphone ก้าวข้ามความ smart
ก่อนหน้านี้เวลาค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือออกโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ มา ผู้บริโภคต่างก็เฝ้ามองหาสิ่งที่จะเป็นฟีเจอร์ที่เรียกเสียงว้าว เสียงฮือฮา และก็มักจะผิดหวังเรื่อยมาเมื่อได้เห็นว่าสิ่งที่ได้รับการอัพเกรดในแต่ละครั้งมักจะมีแค่ดีไซน์ กล้อง หรือหน้าจอ
จนกระทั่งการมาถึงของสมาร์ตโฟน AI สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมความสามารถจากขุมพลังปัญญาประดิษฐ์
สมาร์ตโฟน AI ทำให้ตลาดสมาร์ตโฟนกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง แทนที่เราจะรอดูแค่ดีไซน์ที่เปลี่ยนไป หรือว่ากล้องถ่ายรูปได้ดีขึ้นแค่ไหน ตอนนี้ความสนุกก็คือการจับโทรศัพท์ AI ของแต่ละค่ายมาประชันกันว่าใครสามารถทำฟีเจอร์ AI ได้เก่งกว่ากัน
ก่อนอื่นเรามานิยามกันสักหน่อยว่าโทรศัพท์ที่เรียกว่าเป็น AI Phone คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และแบบไหนถึงจะเรียกว่าเข้าข่าย
ไม่มีคำนิยามแบบตายตัวเป๊ะๆ ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น แต่คุณสมบัติที่เห็นพ้องตรงกันว่าควรจะต้องมีจึงจะเข้าข่ายว่าเป็นโทรศัพท์ AI ก็คือจะต้องใช้ชิพที่รองรับการใช้งาน AI ได้ และควรจะต้องรันอยู่บนตัวดีไวซ์เป็นหลักแบบไม่ได้เน้นส่งขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์อย่างเดียว
แล้วโทรศัพท์ AI ทำอะไรได้บ้าง แตกต่างจากโทรศัพท์ที่ไม่ใช่ AI ยังไง
อันที่จริงแล้วโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ หลายปีที่ผ่านมาก็มาพร้อมกับความสามารถบางอย่างที่เป็น AI อยู่แล้ว
แต่ AI ที่เป็นเทรนด์ในโทรศัพท์โดยเฉพาะในปี 2024 นี้ก็คือ Generative AI หรือโมเดล AI ที่ผ่านการเทรนมาด้วยข้อมูลขนาดมหาศาลและสามารถสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ให้เราได้ตามคำขอ แบบเดียวกับที่เราเคยใช้งาน ChatGPT, Microsoft Copilot หรือ Google Gemini กันมาแล้วนั่นเอง
ดังนั้น หลักๆ ก็คือเมื่อโทรศัพท์มาพร้อมความสามารถของ Gen AI ก็จะคล้ายๆ กับการที่เราอัพเกรดให้โทรศัพท์ของเราฉลาดขึ้นกว่าเดิม ช่วยเหลือเราได้มากกว่าที่ผ่านมา และรู้จักตัวตนของเราดีขึ้น
ไม่ได้เป็นแค่โทรศัพท์ที่ทำตามคำสั่งแบบตรงไปตรงมาอีกต่อไป แต่จะเป็นโทรศัพท์ที่เริ่มจะเข้าใจว่าเราเป็นใคร ชอบอะไร และมีแนวโน้มที่จะมีรูปแบบการใช้งานแบบไหน พร้อมกับสร้างคอนเทนต์ที่เราต้องการให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
หน้าที่หลักๆ ที่ AI ในโทรศัพท์ของเราสามารถทำได้และน่าจะช่วยทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้นก็อย่างเช่น การช่วยสร้างคอนเทนต์ประเภทงานเขียน อย่างการขอให้โทรศัพท์ AI ของเราช่วยหาข้อมูลให้ ช่วยเขียนอีเมล ตรวจไวยากรณ์ ตรวจภาษาที่ใช้ แปลภาษา ไปจนถึงการช่วยสรุปใจความของหน้าเว็บไซต์ที่มีตัวอักษรเป็นพรืดให้เหลือแค่ใจความสำคัญสั้นๆ
นอกจากการสร้างคอนเทนต์ประเภทเขียนแล้ว โทรศัพท์ AI ยังสามารถช่วยจัดการภาพถ่ายให้เราได้
อย่างเช่น การช่วยตัดต่อ ตกแต่ง ลบวัตถุหรือคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพเพียงแค่เราวงกลมหรือใช้นิ้วถูสิ่งที่ต้องการจะลบ มันก็พร้อมจะลบสิ่งนั้นพร้อมกับเติมพื้นหลังให้เนียนกริบราวกับไม่เคยมีสิ่งนั้นอยู่ในภาพมาก่อน
และยังมีความสามารถของการเป็นคล้ายๆ กับผู้ช่วยส่วนตัวที่จะช่วยค้นข้อมูลสำคัญที่เราต้องการจากในโทรศัพท์ให้เราได้
เช่น จำได้ว่าเคยถ่ายภาพนี้เอาไว้แต่นึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของอัลบั้มภาพ ก็ให้ผู้ช่วย AI หาให้ หรือช่วยค้นแชทเพื่อหาข้อมูลบางอย่างให้ได้
ปัจจุบันค่ายมือถือแทบจะทุกค่ายต่างก็หันมาแข่งกันทำฟีเจอร์ AI บนโทรศัพท์กันอย่างดุเดือด แต่มีอยู่ 4 ค่ายหลักๆ ที่ได้รับการพูดถึงเยอะ คือ Samsung Apple Google และ Huawei ซึ่งโทรศัพท์ AI ของแต่ละค่ายก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
Samsung ขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นผู้ผลิตมือถือที่ทำ AI Phone ออกมาได้แบบมีเพอร์ฟอร์มมานซ์ที่โดดเด่นที่สุดซึ่งฉันก็เชื่อว่าคนที่ได้ลองใช้งานดูแล้วก็น่าจะเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้
ฟีเจอร์อย่าง Circle to Search ที่เรากดถ่ายภาพแล้ววงกลมรอบสิ่งที่เห็นอยู่ในภาพเพื่อให้ AI หาข้อมูลให้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าใช้งานที่สุดในโทรศัพท์มือถือที่เปิดตัวกันออกมาทุกรุ่นในปีนี้ นับเป็นการเปิดประสบการณ์การการเสิร์ชรูปแบบใหม่โดยแท้จริง
นอกจากนี้ Galaxy AI ยังสามารถทำฟีเจอร์ AI ที่น่าประทับใจได้อีกหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ลบวัตถุออกจากบ้านได้แบบเนียนกริบ แต่ยังสามารถ ‘เติม’ ของเข้าไปในภาพได้ด้วยการวาดสิ่งที่ต้องการขยุกขยิกลงไป อย่างเช่น การวาดภาพหมา แมว หรือสิ่งของเข้าไป มันก็จะสร้างออกมาเป็นตัวเลือกให้เราหยิบใส่ลงไปในภาพได้เลยแบบเนียนๆ
ทั้งหมดนี้อยู่บนการประมวลผลที่ลื่นไหลจนต้องยกตำแหน่งเพอร์ฟอร์มมานซ์ดีเยี่ยมให้
ในขณะที่ Apple นั้นชูจุดแข็งเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เป็นสิ่งที่หลายๆ คนกังวลเวลาใช้งานฟีเจอร์ AI เพราะไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่เราป้อนไปนั้นจะหลุดไหลออกไปประมวลผลที่ไหนบ้าง
Apple ประกาศตั้งแต่วันแรกว่านี่เป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง และเปิดตัวเครื่องมือที่จะช่วยให้การประมวลผลฟีเจอร์ AI อยู่บนดีไวซ์ของเราเองเท่านั้น หรือถ้าหากต้องส่งออกไปก็จะส่งไปแบบที่ปลอดภัยไม่รั่วไหลแน่นอน
Google กับโทรศัพท์Pixel แม้จะยังไม่ขายอย่างเป็นทางการในไทย แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องของความเก่งกาจแพรวพราวในการใช้ AI ช่วยถ่ายและปรับแต่งภาพได้อย่างมืออาชีพ ในขณะที่ Huawei ก็เด่นเรื่องการใช้ฟีเจอร์ AI ในชีวิตประจำวัน อย่างการใช้แต่งภาพ ปรับแต่งเสียงคุยโทรศัพท์ หรือการใช้งานทั่วไปที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น
ดังนั้น ปี 2024 จึงน่าจะเรียกได้ว่าเป็นปีที่ AI Phone เข้ามาแต่งแต้มสีสันให้กับตัวเลือกโทรศัพท์ของผู้บริโภค ให้เราได้ตื่นเต้นกับความสามารถใหม่ๆ และมองเห็นความเป็นไปได้ว่าโทรศัพท์ของเราจะทำอะไรเพิ่มจากที่เคยทำมาได้อีกบ้าง
ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดขึ้นไปอีกว่าโทรศัพท์จะไม่ได้เป็นเพียงแค่โทรศัพท์แต่จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่จะเก่งกาจฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
และอีกไม่นานมันอาจจะเก่งเกินคำว่า smart ไปไกลจนเราต้องหาชื่อเรียกใหม่ก็ได้
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แค่ไหนคือ AI Phone เมื่อ Smartphone ก้าวข้ามความ smart
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com