โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่ไหนคือ AI Phone เมื่อ Smartphone ก้าวข้ามความ smart

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 02.31 น.

ก่อนหน้านี้เวลาค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือออกโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ มา ผู้บริโภคต่างก็เฝ้ามองหาสิ่งที่จะเป็นฟีเจอร์ที่เรียกเสียงว้าว เสียงฮือฮา และก็มักจะผิดหวังเรื่อยมาเมื่อได้เห็นว่าสิ่งที่ได้รับการอัพเกรดในแต่ละครั้งมักจะมีแค่ดีไซน์ กล้อง หรือหน้าจอ

จนกระทั่งการมาถึงของสมาร์ตโฟน AI สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมความสามารถจากขุมพลังปัญญาประดิษฐ์

สมาร์ตโฟน AI ทำให้ตลาดสมาร์ตโฟนกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง แทนที่เราจะรอดูแค่ดีไซน์ที่เปลี่ยนไป หรือว่ากล้องถ่ายรูปได้ดีขึ้นแค่ไหน ตอนนี้ความสนุกก็คือการจับโทรศัพท์ AI ของแต่ละค่ายมาประชันกันว่าใครสามารถทำฟีเจอร์ AI ได้เก่งกว่ากัน

ก่อนอื่นเรามานิยามกันสักหน่อยว่าโทรศัพท์ที่เรียกว่าเป็น AI Phone คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และแบบไหนถึงจะเรียกว่าเข้าข่าย

ไม่มีคำนิยามแบบตายตัวเป๊ะๆ ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น แต่คุณสมบัติที่เห็นพ้องตรงกันว่าควรจะต้องมีจึงจะเข้าข่ายว่าเป็นโทรศัพท์ AI ก็คือจะต้องใช้ชิพที่รองรับการใช้งาน AI ได้ และควรจะต้องรันอยู่บนตัวดีไวซ์เป็นหลักแบบไม่ได้เน้นส่งขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์อย่างเดียว

แล้วโทรศัพท์ AI ทำอะไรได้บ้าง แตกต่างจากโทรศัพท์ที่ไม่ใช่ AI ยังไง

อันที่จริงแล้วโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ หลายปีที่ผ่านมาก็มาพร้อมกับความสามารถบางอย่างที่เป็น AI อยู่แล้ว

แต่ AI ที่เป็นเทรนด์ในโทรศัพท์โดยเฉพาะในปี 2024 นี้ก็คือ Generative AI หรือโมเดล AI ที่ผ่านการเทรนมาด้วยข้อมูลขนาดมหาศาลและสามารถสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ให้เราได้ตามคำขอ แบบเดียวกับที่เราเคยใช้งาน ChatGPT, Microsoft Copilot หรือ Google Gemini กันมาแล้วนั่นเอง

ดังนั้น หลักๆ ก็คือเมื่อโทรศัพท์มาพร้อมความสามารถของ Gen AI ก็จะคล้ายๆ กับการที่เราอัพเกรดให้โทรศัพท์ของเราฉลาดขึ้นกว่าเดิม ช่วยเหลือเราได้มากกว่าที่ผ่านมา และรู้จักตัวตนของเราดีขึ้น

ไม่ได้เป็นแค่โทรศัพท์ที่ทำตามคำสั่งแบบตรงไปตรงมาอีกต่อไป แต่จะเป็นโทรศัพท์ที่เริ่มจะเข้าใจว่าเราเป็นใคร ชอบอะไร และมีแนวโน้มที่จะมีรูปแบบการใช้งานแบบไหน พร้อมกับสร้างคอนเทนต์ที่เราต้องการให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

หน้าที่หลักๆ ที่ AI ในโทรศัพท์ของเราสามารถทำได้และน่าจะช่วยทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้นก็อย่างเช่น การช่วยสร้างคอนเทนต์ประเภทงานเขียน อย่างการขอให้โทรศัพท์ AI ของเราช่วยหาข้อมูลให้ ช่วยเขียนอีเมล ตรวจไวยากรณ์ ตรวจภาษาที่ใช้ แปลภาษา ไปจนถึงการช่วยสรุปใจความของหน้าเว็บไซต์ที่มีตัวอักษรเป็นพรืดให้เหลือแค่ใจความสำคัญสั้นๆ

นอกจากการสร้างคอนเทนต์ประเภทเขียนแล้ว โทรศัพท์ AI ยังสามารถช่วยจัดการภาพถ่ายให้เราได้

อย่างเช่น การช่วยตัดต่อ ตกแต่ง ลบวัตถุหรือคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพเพียงแค่เราวงกลมหรือใช้นิ้วถูสิ่งที่ต้องการจะลบ มันก็พร้อมจะลบสิ่งนั้นพร้อมกับเติมพื้นหลังให้เนียนกริบราวกับไม่เคยมีสิ่งนั้นอยู่ในภาพมาก่อน

และยังมีความสามารถของการเป็นคล้ายๆ กับผู้ช่วยส่วนตัวที่จะช่วยค้นข้อมูลสำคัญที่เราต้องการจากในโทรศัพท์ให้เราได้

เช่น จำได้ว่าเคยถ่ายภาพนี้เอาไว้แต่นึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของอัลบั้มภาพ ก็ให้ผู้ช่วย AI หาให้ หรือช่วยค้นแชทเพื่อหาข้อมูลบางอย่างให้ได้

ปัจจุบันค่ายมือถือแทบจะทุกค่ายต่างก็หันมาแข่งกันทำฟีเจอร์ AI บนโทรศัพท์กันอย่างดุเดือด แต่มีอยู่ 4 ค่ายหลักๆ ที่ได้รับการพูดถึงเยอะ คือ Samsung Apple Google และ Huawei ซึ่งโทรศัพท์ AI ของแต่ละค่ายก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

Samsung ขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นผู้ผลิตมือถือที่ทำ AI Phone ออกมาได้แบบมีเพอร์ฟอร์มมานซ์ที่โดดเด่นที่สุดซึ่งฉันก็เชื่อว่าคนที่ได้ลองใช้งานดูแล้วก็น่าจะเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้

ฟีเจอร์อย่าง Circle to Search ที่เรากดถ่ายภาพแล้ววงกลมรอบสิ่งที่เห็นอยู่ในภาพเพื่อให้ AI หาข้อมูลให้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าใช้งานที่สุดในโทรศัพท์มือถือที่เปิดตัวกันออกมาทุกรุ่นในปีนี้ นับเป็นการเปิดประสบการณ์การการเสิร์ชรูปแบบใหม่โดยแท้จริง

นอกจากนี้ Galaxy AI ยังสามารถทำฟีเจอร์ AI ที่น่าประทับใจได้อีกหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ลบวัตถุออกจากบ้านได้แบบเนียนกริบ แต่ยังสามารถ ‘เติม’ ของเข้าไปในภาพได้ด้วยการวาดสิ่งที่ต้องการขยุกขยิกลงไป อย่างเช่น การวาดภาพหมา แมว หรือสิ่งของเข้าไป มันก็จะสร้างออกมาเป็นตัวเลือกให้เราหยิบใส่ลงไปในภาพได้เลยแบบเนียนๆ

ทั้งหมดนี้อยู่บนการประมวลผลที่ลื่นไหลจนต้องยกตำแหน่งเพอร์ฟอร์มมานซ์ดีเยี่ยมให้

ในขณะที่ Apple นั้นชูจุดแข็งเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เป็นสิ่งที่หลายๆ คนกังวลเวลาใช้งานฟีเจอร์ AI เพราะไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่เราป้อนไปนั้นจะหลุดไหลออกไปประมวลผลที่ไหนบ้าง

Apple ประกาศตั้งแต่วันแรกว่านี่เป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง และเปิดตัวเครื่องมือที่จะช่วยให้การประมวลผลฟีเจอร์ AI อยู่บนดีไวซ์ของเราเองเท่านั้น หรือถ้าหากต้องส่งออกไปก็จะส่งไปแบบที่ปลอดภัยไม่รั่วไหลแน่นอน

Google กับโทรศัพท์Pixel แม้จะยังไม่ขายอย่างเป็นทางการในไทย แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องของความเก่งกาจแพรวพราวในการใช้ AI ช่วยถ่ายและปรับแต่งภาพได้อย่างมืออาชีพ ในขณะที่ Huawei ก็เด่นเรื่องการใช้ฟีเจอร์ AI ในชีวิตประจำวัน อย่างการใช้แต่งภาพ ปรับแต่งเสียงคุยโทรศัพท์ หรือการใช้งานทั่วไปที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น

ดังนั้น ปี 2024 จึงน่าจะเรียกได้ว่าเป็นปีที่ AI Phone เข้ามาแต่งแต้มสีสันให้กับตัวเลือกโทรศัพท์ของผู้บริโภค ให้เราได้ตื่นเต้นกับความสามารถใหม่ๆ และมองเห็นความเป็นไปได้ว่าโทรศัพท์ของเราจะทำอะไรเพิ่มจากที่เคยทำมาได้อีกบ้าง

ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดขึ้นไปอีกว่าโทรศัพท์จะไม่ได้เป็นเพียงแค่โทรศัพท์แต่จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่จะเก่งกาจฉลาดขึ้นเรื่อยๆ

และอีกไม่นานมันอาจจะเก่งเกินคำว่า smart ไปไกลจนเราต้องหาชื่อเรียกใหม่ก็ได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แค่ไหนคือ AI Phone เมื่อ Smartphone ก้าวข้ามความ smart

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...