โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกษาพบ ‘คลื่นลม-สาหร่าย’ ตัวเร่งน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกละลายเร็ว

Xinhua

อัพเดต 11 มิถุนายน 2569 เวลา 5.26 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

เมลเบิร์น, 10 มิ.ย. (ซินหัว) — วารสารเดอะ ไครโอสเฟียร์ (The Cryosphere) เผยแพร่ผลการศึกษาใหม่ที่นำโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย ระบุว่าน้ำแข็งในทะเลแอนตาร์กติกกำลังละลายเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากผลกระทบของคลื่นมหาสมุทร น้ำท่วมบนพื้นผิวน้ำแข็ง และการเจริญเติบโตของสาหร่าย

นักวิทยาศาสตร์พบว่าคลื่นที่ซัดเข้าสู่บริเวณที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งไม่ได้เพียงแค่ทำลายก้อนน้ำแข็ง แต่ยังชะล้างชั้นหิมะสีขาวที่ช่วยปกป้องผิวน้ำแข็งจากแสงอาทิตย์ พร้อมทั้งทำให้น้ำทะเลไหลเข้าท่วมพื้นผิวน้ำแข็ง และสร้าง “แอ่งน้ำจากคลื่น” (wave ponds) ซึ่งดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น ทำให้ไปเร่งกระบวนการละลายของน้ำแข็งจากด้านบน

ร็อบ แมสซอม นักวิจัยจากสถาบันแอนตาร์กติกออสเตรเลีย กล่าวว่าพื้นผิวน้ำแข็งที่ปราศจากหิมะปกคลุมและแอ่งน้ำจากคลื่นได้กลายเป็นแหล่งเติบโตของสาหร่าย ซึ่งทำให้พื้นที่เหล่านี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวและดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น โดยผลการวิจัยระบุว่ากระบวนการที่เกิดจากคลื่นและเร่งการละลายของน้ำแข็งทะเล อาจเป็นกุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการละลายของน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกาที่เพิ่มขึ้นในทุกฤดูร้อน

นักวิจัยประเมินว่าปรากฏการณ์น้ำท่วมจากคลื่น การเกิดแอ่งน้ำบนผิวน้ำแข็ง และการแตกตัวของน้ำแข็งเป็นชิ้นเล็กๆ (pulverization) ล้วนเป็นตัวเร่งการละลายของน้ำแข็งอย่างรุนแรง โดยทำให้น้ำแข็งบางลงมากกว่า 4 เซนติเมตรต่อวัน ส่วนจำนวนสาหร่ายบนผิวน้ำแข็งซึ่งทำให้พื้นผิวเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะยิ่งทำให้น้ำแข็งบางลงเพิ่มอีกราว 1 เซนติเมตรต่อวัน พื้นผิวน้ำแข็งที่มีสีคล้ำลงยิ่งส่งผลให้ดูดซับแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น และเร่งการละลายของน้ำแข็งต่อไปอีก

ผลการศึกษาชี้ว่าน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกอาจแปรสภาพเป็น “แพแผ่นน้ำแข็งที่ผุพัง” หรือ “น้ำแข็งปนโคลนสีเขียว” เมื่อเผชิญกับคลื่นในมหาสมุทรใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพายุรุนแรงที่สุดของโลก โดยนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าลมและคลื่นที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจยิ่งซ้ำเติมปรากฏการณ์ดังกล่าว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งระบบภูมิอากาศโลกและระบบนิเวศทางทะเล

(แฟ้มภาพซินหัว : ช่องแคบเลอแมร์ในแอนตาร์กติกา วันที่ 12 ธ.ค. 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...