เฮโรอีนถุงช้างส่งให้แอร์ฯมีนา ผู้บงการใหญ่หนีไป ตปท. แล้ว
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตส "มีนา" ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย พร้อมการสืบสวนขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ
พ.ต.ต. สุริยา ระบุว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ป.ป.ส. ร่วมกันขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามไปถึงผู้บงการหรือเจ้าของยาเสพติดได้แล้ว แต่พบว่าบุคคลดังกล่าวได้หลบหนีออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม การสืบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังมีผู้ร่วมขบวนการระดับบนที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว และทุกหน่วยงานยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า คดีของแอร์มีนาเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยจากขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมักใช้ทั้งแอร์โฮสเตสและบุคคลทั่วไป รวมถึงนักเรียน นักศึกษา เป็นผู้รับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ โดยบางรายอาจรู้หรือไม่รู้ว่าภายในสินค้ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่ก็ยังเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเตือนว่าการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ แม้จะไม่ใช่ยาเสพติด ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายศุลกากร หากเป็นการนำของออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้อง ผู้กระทำผิดอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และต้องชำระค่าปรับตามมูลค่าสินค้าด้วย
เมื่อถูกถามถึงตัวการสำคัญของเครือข่าย พ.ต.ต. สุริยา ยืนยันว่า ขณะนี้ผู้บงการหลักได้หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่เครือข่ายบางส่วนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทยในลักษณะองค์กรอาชญากรรม โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องหารายดังกล่าวต่อสาธารณชนแล้ว
ส่วนประเด็นที่ว่าการจับกุมเครือข่ายในประเทศไทยจะช่วยให้คดีของแอร์มีนาในออสเตรเลียได้รับการลดโทษหรือไม่นั้น พ.ต.ต. สุริยา ชี้แจงว่า เป็นกระบวนการทางกฎหมายคนละส่วนกัน โดยการดำเนินคดีในไทยเป็นหน้าที่ของหน่วยงานไทย ขณะที่ออสเตรเลียจะพิจารณาคดีตามกฎหมายและพยานหลักฐานของตนเอง อย่างไรก็ตาม ไทยได้ส่งข้อมูล ข้อเท็จจริง และผลการสืบสวนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลผู้ต้องหาเพิ่มเติม ให้กับทางการออสเตรเลียเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีแล้ว
อ่านข่าวเพิ่มเติม