โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บ้านไหนมีรีบทิ้งเลย! ชายวัย 60 เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สะพรึง พบต้นเหตุจาก "สิ่งนี้" ในตู้เย็น

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หมอเตือน “ของในตู้เย็น” บางอย่าง บ้านไหนมีควรทิ้งทันที แชร์เคสชายวัย 60 เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หวิดดับ เหตุจากของที่เก็บในตู้เย็น

ตู้เย็นไม่ใช่ที่ปลอดภัยเสมอไป! ชายวัย 60 เกือบเสียชีวิต เพราะเก็บอาหารค้างปีไว้กิน หมอเตือนอย่าชะล่าใจ

หลายคนเชื่อว่าการแช่อาหารไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง คือวิธีที่ช่วยยืดอายุอาหารได้แบบไร้กังวล แต่กรณีของชายวัย 60 ปีจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน กลับกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เมื่อเขาเกือบเสียชีวิตจากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นหนอง หลังรับประทานอาหารที่เก็บสะสมไว้ในตู้เย็นเป็นเวลานาน

สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า ชายคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังมีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส ร่างกายอ่อนแรง แขนขาแข็งเกร็ง และมีอาการสั่นอย่างรุนแรง ต่อมาเริ่มมีอาการสับสน ท้องเสีย และควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ ก่อนแพทย์จะวินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็น “เยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นหนอง” ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ต้นตอของโรคร้าย มาจากนิสัย “เสียดายของ”

หลังตรวจสอบสาเหตุ แพทย์พบว่าชายรายนี้มีพฤติกรรมเก็บอาหารไว้ในช่องแช่แข็งนานหลายเดือน บางอย่างนานถึง 1-2 ปี ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงยังดื่มนมและเครื่องดื่มที่หมดอายุแล้วเป็นประจำ ภายในตู้เย็นยังพบทั้งอาหารขึ้นราและคราบราสะสมอยู่ตามจุดต่างๆ

แพทย์ระบุว่า เชื้อแบคทีเรียจากอาหารที่ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินอาหาร ก่อนลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและโจมตีสมอง จนเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โชคดีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตได้

แพทย์เตือน “แช่แข็ง” ไม่ได้แปลว่าเก็บได้ตลอดไป

ดร.เหยียน จงไห่ ผู้อำนวยการศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลทั่วไปสหประชาชาติฉางกง ไต้หวัน อธิบายว่า หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าอาหารที่แช่แข็งจะปลอดภัยตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วอาหารแต่ละชนิดมีอายุการเก็บรักษาแตกต่างกัน แม้อยู่ในช่องฟรีซก็ตาม

ตัวอย่างเช่น ไส้กรอกที่เปิดซองแล้ว ควรเก็บในตู้เย็นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนแบบยังไม่เปิดซองเก็บได้ประมาณ 2 สัปดาห์ หากแช่แข็งจะอยู่ได้ราว 1-2 เดือน ขณะที่ปลาแซลมอนหรือปลาที่มีไขมันสูง สามารถแช่แข็งได้ประมาณ 2-3 เดือน ส่วนปลาที่ไขมันต่ำจะอยู่ได้นานกว่า ประมาณ 6-8 เดือน

ด้านอาหารทะเลประเภทกุ้งและปู สามารถแช่แข็งได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีครึ่ง ส่วนเนื้อวัวสด หากแช่เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 3-5 วัน และหากแช่แข็งอาจเก็บได้ 4-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ เบคอนควรแช่เย็นไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือแช่แข็งประมาณ 1 เดือน ไส้กรอกดิบจากหมูหรือไก่เก็บในตู้เย็นได้เพียง 1-2 วัน และในช่องฟรีซประมาณ 1-2 เดือน ส่วนไก่ทั้งตัวแม้จะเก็บในช่องแช่แข็งได้นานถึง 1 ปี แต่ก็ไม่ควรเกินวันหมดอายุที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์

ตลาดสดไม่มีวันหมดอายุ ยิ่งต้องระวัง

แพทย์ยังชี้ว่า อาหารบรรจุห่อจากซูเปอร์มาร์เก็ตมักมีฉลากวันหมดอายุชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ง่าย แต่สำหรับวัตถุดิบจากตลาดสด เช่น ปลา กุ้ง หรือเนื้อสัตว์ที่ขายแบบแบ่งจำนวน มักไม่มีการระบุวันหมดอายุ ทำให้หลายคนเผลอเก็บไว้นานเกินควรโดยไม่รู้ตัว

คำแนะนำคือ หากซื้ออาหารจำนวนมากมาแช่แข็ง ควรติดป้ายวันที่ซื้อและวันที่เริ่มเก็บไว้ทุกครั้ง พร้อมใช้หลัก “เข้าก่อน ออกก่อน” หรือหยิบของที่เก็บไว้นานกว่าออกมาใช้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากอาหารเสื่อมสภาพ

อาหารหมดอายุ แม้แช่ฟรีซก็ยังเสี่ยง

ดร.เหยียน จงไห่ เน้นว่า ตู้เย็นไม่ใช่เครื่องหยุดเวลา เพราะแม้อาหารจะถูกแช่แข็ง แต่หากเก็บเกินกำหนดหรือปนเปื้อนเชื้อโรคอยู่แล้ว เมื่อนำมาละลายก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียได้ง่าย และอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษตามมา

อาการที่พบได้บ่อยคือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และมีไข้ แต่ในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เชื้ออาจลุกลามจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือร้ายแรงถึงขั้นลามเข้าสมอง เหมือนกรณีของชายวัย 60 ปีรายนี้

เช็กตู้เย็นวันนี้ ก่อนสายเกินแก้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเก็บอาหารอย่างถูกวิธีสำคัญพอๆ กับการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากพบอาหารหมดอายุ มีกลิ่นผิดปกติ สีเปลี่ยน หรือขึ้นรา แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรทิ้งทันที อย่าเสียดาย เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคอาจแพงกว่าค่าอาหารหลายเท่า

ท้ายที่สุด ตู้เย็นช่วยชะลอการเสื่อมของอาหารได้ แต่ไม่สามารถทำให้อาหาร “ปลอดภัยตลอดไป” ได้จริง การใส่ใจวันหมดอายุ ความสะอาดของตู้เย็น และการจัดเก็บอาหารอย่างเหมาะสม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...