ชัยชนะชี้สั่งย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตแค่ละครลิงตบตา ขอนายกฯ ปราบมาเฟียขู่ฆ่า สส. พร้อมเร่งศุภจีแก้ปัญหานอมินีจีนเทาสวมสิทธิ์พุ่ง 4.7 หมื่นราย
วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เซ่นปมผู้มีอิทธิพลหาดฟรีด้อม โดยส่งสัญญาณถึงนายกรัฐมนตรีว่า การย้ายข้าราชการเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและเป็นการปรับเปลี่ยนในระนาบเดียวกัน ไม่ใช่บทลงโทษที่แท้จริง
ชัยชนะกล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำเร่งด่วนคือการบังคับใช้กฎหมายและจัดการกับต้นเหตุ คือตัวผู้มีอิทธิพลที่มีการบุกรุกที่ดิน สวมสิทธิ์เก็บผลประโยชน์ และฝากให้ตรวจสอบลึกไปถึงเส้นทางการเงิน การฟอกเงิน ตลอดจนประวัติการใช้โทรศัพท์ว่ามีความเชื่อมโยงหรือได้รับความช่วยเหลือจากแกนนำนักการเมืองคนไหนบ้าง ไม่ใช่ทำแค่ตรวจคดีอาญาธรรมดา
ชัยชนะยังสนับสนุนให้กรรมาธิการทุกคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้รุนแรงถึงขั้นมีการขู่เอาชีวิต สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน พร้อมทั้งวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างดุเดือดว่า วันที่เขาไปยื่นหนังสือร้องเรียนกลับไม่ยอมฟัง ต้องรอให้เขาโดนขู่ฆ่าก่อนถึงจะขยับ ซึ่งตนมองว่าทุกชีวิตไม่ควรมีใครต้องถูกข่มขู่จากการทำหน้าที่ พร้อมตอกย้ำว่าอิทธิพลในพื้นที่ไม่ได้ลดลงเลย เพราะผู้มีอิทธิพลตัวจริงไม่ใช่ข้าราชการประจำ แต่คือมาเฟียบุคคลที่ สส.พรรคประชาชนกล่าวถึงต่างหาก
“ผมไม่กล้ามองว่าเป็นการสร้างภาพ แต่คงเป็นหนังสั้นเหมือนในโซเชียลมีเดียที่ดูฟรี ผมให้ฉายาว่า ‘โยกย้ายละครลิงตบตาประชาชน’ ผมมองแค่นั้นจริงๆ วันที่เขาไปยื่นหนังสือกลับไม่ฟังเขา วันนี้ถ้าเขาตายเขาเสียชีวิตไปแล้วจะทำอย่างไร ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็น สส.รัฐบาล หรือ สส.ฝ่ายค้าน ก็โดนข่มขู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะเขาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน” ชัยชนะกล่าว
นอกจากนี้ ชัยชนะยังเรียกร้องให้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งปราบปรามขบวนการนอมินีถือหุ้นแทนทุนต่างชาติเทา หลังพบข้อมูลว่ามีบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 1% ขึ้นไป สุ่มเสี่ยงเป็นนอมินีสูงถึง 47,000 ราย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบการจัดเก็บภาษี พร้อมเสนอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำ MOU ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่น ส่งคนลงพื้นที่ไปสแกนพิกัดจัดตั้งบริษัทและพฤติกรรมการถือหุ้นก่อนอนุมัติจดทะเบียน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มทุนเหล่านี้นำบริษัทไปเปิดบัญชีม้า ฟอกเงินให้แก๊งสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และกลุ่มทุนจีนเทา
ชัยชนะยังได้เปิดหลักฐานภาพถ่ายบ้านย่านร่มเกล้า ซึ่งเป็นของคนจีนแต่กลับมีชื่อบริษัทจดทะเบียนซ้อนกันกว่า 20 บริษัท พร้อมระบุว่า ตนไม่ทราบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มัวแต่ไปขายมะพร้าวใบละบาท หรือแก้ปัญหาเรื่องกุ้ง พร้อมแนะนำให้เอาเวลามาสะสางเรื่องนอมินีสวมสิทธิ์คนไทยกว้านซื้อที่ดิน ทรัพย์สิน ซึ่งขบวนการนี้ลามไปทั่ว ทั้งถนนรัชดาภิเษก ถนนบรรทัดทอง รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา เช่น ร้านอาหารย่านรัชดาชื่อ ‘ฉงชิ่ง’ มีทุนจดทะเบียน 50-100 ล้าน แต่คนถือหุ้นใหญ่สุดกลับมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก หรือแม้แต่บริษัทที่สร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็มีผู้จัดการถือหุ้นแทนคนจีน จึงขอฝากถึงศุภจีให้รีบลงมาแก้ไขปัญหา